posttoday
"สรจักร" นำทัพการบินไทยสยายปีกรับฯ การบินโลกฟื้น

"สรจักร" นำทัพการบินไทยสยายปีกรับฯ การบินโลกฟื้น

03 มกราคม 2556

วิกฤตเศรษฐกิจการเงินในแถบยุโรปและสหรัฐอเมริกา รวมถึงราคาน้ำมันในตลาดโลกผันผวนอย่างต่อเนื่องในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา นับเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้อุตสาหกรรมการบินโลกตกอยู่ในภาวะตกต่ำ โดยแทบไม่มีสายการบินใดที่มีผลประกอบการในทิศทางบวก ยกเว้นสายการบินแถบตะวันออกกลางที่มีต้นทุนราคาน้ำมันต่ำกว่าประเทศอื่นๆ ทำให้เห็นการปิดตัวของสายการบินต่างๆ ไปจำนวนมาก เพราะไม่สามารถแบกรับต้นทุนราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นสูง และจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางลดลง เช่นเดียวกับบริษัท การบินไทย มีผลประกอบการขาดทุนในปี 2552 ถึง 2 หมื่นล้านบาท นับจากการก่อตั้งบริษัทมาร่วม 50 ปี

วิกฤตเศรษฐกิจการเงินในแถบยุโรปและสหรัฐอเมริกา รวมถึงราคาน้ำมันในตลาดโลกผันผวนอย่างต่อเนื่องในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา นับเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้อุตสาหกรรมการบินโลกตกอยู่ในภาวะตกต่ำ โดยแทบไม่มีสายการบินใดที่มีผลประกอบการในทิศทางบวก ยกเว้นสายการบินแถบตะวันออกกลางที่มีต้นทุนราคาน้ำมันต่ำกว่าประเทศอื่นๆ ทำให้เห็นการปิดตัวของสายการบินต่างๆ ไปจำนวนมาก เพราะไม่สามารถแบกรับต้นทุนราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นสูง และจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางลดลง เช่นเดียวกับบริษัท การบินไทย มีผลประกอบการขาดทุนในปี 2552 ถึง 2 หมื่นล้านบาท นับจากการก่อตั้งบริษัทมาร่วม 50 ปี

ทั้งนี้ ภาพวิกฤตเมื่อปี 2551-2555 ที่เกิดเหตุขึ้น จะกลายเป็นอดีตสำหรับอุตสาหกรรมการบินโลกนับจากปี 2556 จะเป็นยุคที่ธุรกิจการบินโลกกลับมาเฟื่องฟูอีกครั้ง โดยเฉพาะในแถบเอเชียและอาเซียน ที่เป็นหัวหอกช่วยขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจโลกหมุนกลับในทิศทางบวกอีกครั้ง

โดย สรจักร เกษมสุวรรณ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (ดีดี) บริษัท การบินไทย สะท้อนภาพการบินว่า ในช่วงที่ผ่านมาสายการบินมีการแข่งขันอย่างหนัก ผ่านการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง เพื่อความอยู่รอดทางธุรกิจ แต่นับจากนี้มองว่าผู้ประกอบการจะเน้นการพัฒนาสินค้าและการบริการที่ดี นวัตกรรมที่แปลกใหม่นำเสนอให้กับผู้โดยสาร มุ่งสู่ความพึงพอใจสูงสุดในการใช้บริการ ซึ่งเห็นได้ว่าหลายสายการบินสั่งซื้อเครื่องบินใหม่ รองรับความต้องการเดินทางที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

ชูแอร์บัส เอ 380-800

ด้านผลิตภัณฑ์ที่นั่งเครื่องบินของการบินไทยในปีนี้จะเพิ่มขึ้นประมาณ 1015% ล่าสุดได้รับมอบเครื่องบินแอร์บัส เอ 380-800 ลำที่ 3 เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. 2555 โดยจะทยอยรับมอบจนครบจำนวน 6 ลำ ในเดือน ธ.ค.ปีนี้ การนำแอร์บัส เอ 380 มาใช้ในการบินจะเป็นจุดขายใหม่ให้กับบริษัท เนื่องจากเครื่องบินรุ่นดังกล่าวเป็นเครื่องบินโดยสารที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก พื้นที่นั่งกว้างสะดวกสบาย สามารถจุผู้โดยสารถึง 525 ที่นั่ง ขณะที่การใช้เชื้อเพลิงประหยัดถึง 20% ต่อที่นั่งต่อกิโลเมตร โดยบริษัทเตรียมนำมาใช้ในเส้นทางไปกลับ กรุงเทพฯฮ่องกง กรุงเทพฯนาริตะ กรุงเทพฯปารีส กรุงเทพฯแฟรงก์เฟิร์ต ส่วนเส้นทางอื่นๆ อยู่ระหว่างการพิจารณาและผลตอบรับที่เกิดขึ้น เบื้องต้นพบว่าเส้นทางการบินที่ใช้แอร์บัส เอ 380 มีอัตราที่นั่งเฉลี่ยกว่า 90% ทุกเส้นทาง

"สรจักร" นำทัพการบินไทยสยายปีกรับฯ การบินโลกฟื้น

 

“ผมเชื่อว่าความสะดวกสบาย ความกว้างขวางของที่นั่ง ความเงียบบนห้องโดยสาร จะทำให้นักเดินทางตัดสินใจเลือกใช้บริการในระยะยาว มากกว่าความนิยมในช่วงแรกของการเปิดตัวเท่านั้น โดยการบินไทยเตรียมสร้างกระแสให้ผู้โดยสารรู้สึกว่า ครั้งหนึ่งในชีวิตต้องนั่งเครื่องบินแอร์บัส เอ 380 ให้ได้” สรจักร กล่าว

นอกจากนี้ การบินไทยเตรียมทยอยรับมอบเครื่องบินใหม่อีก 17 ลำ ในปีนี้ รองรับการเปิดเส้นทางการบินใหม่แถบเอเชียและอาเซียน อย่างตลาดอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ซึ่งมีประชากรจำนวนมาก เชื่อว่าในอนาคตจะมีการเคลื่อนย้ายแรงงาน และการท่องเที่ยวจำนวนมาก รวมถึงเพิ่มความถี่เส้นทางการบินทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น เซนได ประเทศแถบยุโรปตะวันออก เวียนนา รัสเซีย อินเดีย เป็นต้น

เน้นสร้างพันธมิตรเครือข่าย

สรจักร เล่าว่า กลยุทธ์การสร้างพันธมิตรและเครือข่ายถือเป็นนโยบายการทำงานหลักของการบินไทย ที่ต้องร่วมมือกับทุกสายการบินในโลก โดยเฉพาะสายการบินในประเทศไทย เพื่อสร้างความแข็งแกร่งในภาวะที่ธุรกิจมีการแข่งขันสูง เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) การบินในภูมิภาคเอเชีย เพราะศักยภาพด้านภูมิศาสตร์สถานที่ตั้งประเทศเอื้อประโยชน์ต่อประเทศไทย แต่ต้องมีระบบการบริหารจัดการและความร่วมมือที่ดีต่อกันมากกว่าการแข่งขันกันเอง เพราะมองว่าปัจจุบันกลุ่มลูกค้าสายการบินได้ถูกแบ่งกลุ่มด้วยแบรนด์ของสายการบินเอง

อย่างไรก็ตาม การบินไทยมีแผนผลักดันให้สายการบิน ท่าอากาศยาน และบุคลากรการบินของประเทศไทยเป็นฮับในภูมิภาคเอเชีย ผ่านการร่วมมือกับสายการบินอื่นๆ เช่น แผนการพัฒนานักบิน เตรียมหารือร่วมกับสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส และสายการบินไทยแอร์เอเชีย เป็นต้น

การร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ปรับปรุงเส้นทางการบินให้ตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยว โดยร่วมกันวิเคราะห์แผนการตลาดร่วมกันอย่างใกล้ชิด จากเดิมการทำแผนตลาดจะออกจากส่วนกลางการบินไทยเท่านั้น แต่นโยบายปีนี้จะเน้นมองรอบด้านทั้งต้นทางและปลายทาง การกำหนดเป้าหมายรายได้รายเดือน รายไตรมาส และรายปีร่วมกัน เพื่อให้การเปิดเส้นทางใหม่และการเพิ่มความถี่เที่ยวบินมีความแม่นยำสูงสุด

ด้านแผนกลยุทธ์การตลาด จะเพิ่มความร่วมมือกับสายการบินอื่นๆ เช่น ลุฟต์ฮันซา ฯลฯ โค้ดแชร์ที่นั่งบนเครื่องบินร่วมกัน ซึ่งเป็นอีกช่องทางในการเพิ่มรายได้ให้กับบริษัท การปรับปรุงการจำหน่ายตั๋วโดยสารผ่านระบบออนไลน์ เพิ่มเป็น 15% ของการจำหน่ายตั๋ว เทียบจากปัจจุบัน 8%

“สายการบินไทยต้องรักษาคุณภาพการบริการให้เป็นสายการบินชั้นนำของโลก โดยปีนี้จะเร่งปรับปรุงการบริการที่นั่ง ความสะดวกสบายในการใช้เครื่องบินโดยสารให้มีคุณภาพที่สม่ำเสมอกันทุกเที่ยวบิน” สรจักร กล่าว

สำหรับเป้าหมายการทำงานในตำแหน่งดีดีการบินไทย ต้องการพัฒนาให้การบินไทยเป็นองค์กรที่ดี บุคลากรมีสิทธิเท่าเทียมกัน และได้รับความเป็นธรรมในการบริหารจัดการ สรจักร กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท