
หลากหลายกลยุทธ์ที่ปรึกษาทางการเงินเข็นหุ้นไอพีโอปี 2556
ปี 2555 เป็นยุคทองปีหนึ่งของการเสนอขายหุ้นให้ประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ)
โดย...บงกชรัตน์ สร้อยทอง
ปี 2555 เป็นยุคทองปีหนึ่งของการเสนอขายหุ้นให้ประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) เพราะหลายตัวเข้าซื้อขายเพียงวันแรกราคาพุ่งกระฉูด 80200% โดยมีบริษัทที่เข้าระดมทุนมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) อยู่ที่ 1.13 แสนล้านบาท คิดเป็นจำนวนบริษัททั้งหมด 24 แห่ง แบ่งเป็นหุ้นบริษัทใหม่ 18 แห่ง และกองทุนอสังหาริมทรัพย์ 6 แห่ง ส่วนในปี 2556 ตลาดหุ้นไอพีโอก็จะยังคงสวยหรูต่อเนื่อง พร้อมมีหุ้นน้องใหม่ตัวใหญ่ๆ ให้เลือกลงทุนอีกมากมาย
ตลท.ลั่นเอาอยู่ ไอพีโอปีนี้ 1.2 แสนล้านบาท
“ชนิตร ชาญชัยณรงค์” รองผู้จัดการสายงานผู้ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน ตลท. กล่าวว่า ปี 2556 ยังคงตั้งเป้ามาร์เก็ตแคปบริษัทไอพีโอเท่ากับปี 2555 ที่ 1.2 แสนล้านบาท เพราะมองว่ากระแสหุ้นไอพีโอยังดีต่อเนื่อง โดยประเมินว่ากลยุทธ์ที่บริษัทที่ปรึกษาทางการเงินจะนำมาใช้ คือ เรื่องหุ้นไอพีโอที่มีมูลค่าสูง (Valuation) ซึ่งเทียบกับปีนี้ที่ปรึกษาทางการเงินส่วนใหญ่เลือกใช้กลยุทธ์กระจายขายหุ้นให้ถึงมือนักลงทุนรายย่อย 3,0004,000 ราย
แต่หุ้นไอพีโอปี 2556 จะเริ่มเห็นการระดมทุนตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป เพราะรองบผลประกอบการปี 2555 ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าจะมีหุ้นไอพีโอที่พร้อมระดมทุนกว่า 30 บริษัท หลังจากที่มี 14 บริษัท ที่เข้าระดมทุนไม่ทันในปี 2555
อย่างไรก็ดี มีบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่ต้องการระดมทุนขนาดใหญ่ ได้แถลงข่าวประกาศชัดเจนว่าจะมีการระดมทุนต้นปี 2556 ชัดเจน ตั้งแต่บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) จัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาด 56 หมื่นล้านบาท เพื่อระดมทุนในการสร้างรถไฟฟ้าเส้นอื่น ซึ่งได้ยื่นเสนอแบบรายการ (ไฟลิง) กับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แล้ว บริษัท ซีเค พาวเวอร์ (CKP) ซึ่งใช้เกณฑ์รับหลักทรัพย์โฮลดิงคอมพานี ก็มีกำหนดระดมทุนไตรมาสแรก
นอกจากนั้น ยังมี 2 บริษัทสายการบิน คือ สายการบินนกแอร์ และสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ที่ผู้บริหารประกาศชัดเจนว่าจะมีการระดมทุนและจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ เพื่อต้องการเงินทุนไปซื้อเครื่องบินและขยายเส้นทางการบินเพิ่มขึ้น
CGS รักษาคอนเนกชันเพื่อมีหุ้นไอพีโอ
“ประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) คันทรี่ กรุ๊ป (CGS) กล่าวว่า การที่บริษัทจะเป็นบริษัทที่ปรึกษาทางการเงิน หรือเป็นผู้ร่วมแกนนำในการจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้น สิ่งสำคัญคือกลยุทธ์ของบริษัทที่ต้องรักษาฐานคอนเนกชันกับบริษัทที่ปรึกษาทางการเงิน หรือโบรกเกอร์ เพื่อรักษาการได้รับสิทธิในการจัดสรรหุ้นไอพีโอไปจำหน่าย ซึ่งปัจจุบันเป็นเรื่องสำคัญ เพราะนักลงทุนให้ความสำคัญกับการที่โบรกเกอร์ต้องมีหุ้นไอพีโอจัดจำหน่าย
“กลยุทธ์ไอพีโอปีหน้ายังยึดในแนวทางนี้เหมือนเดิมไปจนถึงกลางปี 2556 เพราะแนวโน้มหุ้นไอพีโอน่าจะดีต่อเนื่องจากปี 2555 ที่มีบริษัทรอเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์มาก ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของนักลงทุน บริษัทมีหุ้นไอพีโอเตรียมเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ทั้งหมด 4 แห่ง ได้แก่ บริษัท อัคคีปราการ บริษัท สหการประมูล บริษัท ซีซีเอ็นเท็ค และอีก 1 แห่ง ไม่สามารถเปิดเผยได้” ประสิทธิ์ กล่าว
บล.ฟิลลิป กลยุทธ์เป็นรายบริษัท
“วิชา โตมานะ” กรรมการผู้จัดการ สายงานวาณิชธนกิจ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) กล่าวว่า กลยุทธ์ของบริษัทขึ้นอยู่กับรายละเอียดของแต่ละบริษัทมากกว่า โดยจะเลือกลักษณะของธุรกิจเป็นหลัก เพราะบางธุรกิจมีความเข้าใจยาก ฉะนั้นจำเป็นต้องกระจายสัดส่วนให้นักลงทุนสถาบันมากกว่า แต่ถ้าบางบริษัทต้องการเป็นเพียงบริษัทจดทะเบียนใน SET และ mai เพื่อนำไปใช้ในการขยายการทำธุรกิจต่อ หรือนำไปใช้เจรจากับลูกค้าต่างประเทศ
หรือกรณีบริษัทที่ต้องการขายนักลงทุนรายย่อยเป็นหลักอย่างบริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ (BEAUTY) เพราะด้วยรูปแบบธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง และสินค้าจำเป็นต้องเข้าถึงลูกค้ารายย่อย การเข้าตลาดหลักทรัพย์ของ BEAUTY ก็เหมือนทางหนึ่งที่ช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้บริษัทได้เป็นอย่างดี
ขณะที่บริษัทมีลูกค้าไอพีโอทั้งหมด 4 แห่ง แบ่งเป็นเข้า SET 3 แห่ง และ mai 1 แห่ง ประกอบธุรกิจผู้ผลิตชิ้นส่วนประกอบรถยนต์ ผู้ผลิตเครื่องจักรกลไฟฟ้า สื่อโฆษณา และเครื่องมือวัดความเที่ยงตรงในอุตสาหกรรมแพทย์และอุตสาหกรรมทั่วไป
ฟินเน็กซ์ เน้นโรดโชว์พร้อมให้จองสิทธิซื้อไอพีโอ
“วรชาติ ทวยเจริญ” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟินเน็กซ์ แอ๊ดไวเซอรี่ พูดถึงกลยุทธ์หุ้นไอพีโอ ว่า บริษัทยังคงเน้นร่วมกับบริษัทที่เป็นแกนนำในการจำหน่ายเดินทางไปนำเสนอข้อมูล (โรดโชว์) กับนักลงทุนรายย่อย โดยเฉพาะที่ต่างจังหวัด และหากเข้าร่วมฟังข้อมูลก็จะได้สิทธิในการจองซื้อหุ้นไอพีโอตัวนั้น
แต่สำหรับการจัดสรรหุ้นยึดตามสถานการณ์และจำนวนหุ้นที่แตกต่างกันออกไป ทำให้การคิดราคาเสนอขายมีความแตกต่างกันไป แต่ทั้งหมดจะคิดบนพื้นฐานของราคาที่ลูกค้าต้องการเม็ดเงินระดมทุนเป็นหลักก่อนว่าเพียงพอหรือไม่ ซึ่งหากราคาปิดต่อกำไรต่อหุ้น (พี/อี) ปกติของ SET mai หรืออุตสาหกรรมสูง ก็จะคิดราคาส่วนลดให้นักลงทุนสูง 2030%
ขณะที่ พี/อี ที่เปรียบเทียบมีระดับต่ำ ก็ควรให้ส่วนลดต่ำประมาณ 1520% แต่ก็ต้องมีส่วนต่างราคาให้นักลงทุนที่จองหุ้นไอพีโอได้ขายทำกำไรบ้าง แต่เหตุที่ พี/อี ต่ำให้ส่วนลดน้อย เพื่อไม่อยากให้ราคาหุ้นนั้นดูไม่ดี เพราะจะทำให้ขายต่ำกว่าราคาปัจจัยพื้นฐานที่ควรจะเป็น
ทั้งนี้ มั่นใจว่าปี 2556 กระแสหุ้นไอพีโอจะยังดีต่อเนื่องไปถึงครึ่งปีแรก เพราะปี 2555 ปริมาณหุ้นไอพีโอที่เสนอขายมีน้อยกว่าความต้องการของนักลงทุน และปัจจุบันมีหุ้นหลายตัวที่จ่อเข้าระดมทุนทั้งใน SET และ mai และบริษัทมีลูกค้าที่เตรียมยื่นไฟลิงกับ ก.ล.ต. เพื่อขอจดทะเบียนเข้า mai ทั้งหมด 3 แห่ง
ทิสโก้ยึดความต้องการลูกค้าบริษัทตรงกัน เน้นขายสถาบัน
“ธนะชัย บัณฑิตวรภูมิ” หัวหน้าสายวาณิชธนกิจ กลุ่มลูกค้าบรรษัท บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ อธิบายกลยุทธ์ของบริษัทว่า ปกติการทำงานหุ้นไอพีโอของบริษัทต้องเริ่มต้นจากความต้องการของทิสโก้และลูกค้าต้องตรงกันว่า หุ้นไอพีโอที่เสนอขายต้องมีลูกค้าสถาบันสนใจ เพราะการมีลูกค้าสถาบันเท่ากับเป็นการช่วยสำรวจราคาและกรองราคาให้ ดังนั้นลูกค้าไอพีโอของบริษัทส่วนใหญ่มีแต่จะเข้า SET หรือถ้าเป็นบริษัทที่จะเข้า mai ก็ต้องมีพื้นฐานหรือลักษณะเฉพาะของธุรกิจที่มีความแข็งแกร่ง หรือเป็นอันดับ 1 หรือ 2 ในอุตสาหกรรม ซึ่งถ้าเบื้องต้นความต้องการของลูกค้าของบริษัทไม่ตรงกันก็จบ
ทั้งนี้ เขามองว่าลูกค้ารายย่อยคงไม่ใช่คำตอบทั้งหมด และการที่เน้นทำให้ราคาหวือหวาขึ้นเพียงวันแรกของการเข้าซื้อขายในตลาดพุ่งถึง 200% ต้องถามว่าลูกค้าได้อะไร ซึ่งความจริงสะท้อนได้หลายอย่าง เช่น ตั้งราคาขายหุ้นที่ต่ำเกินไปหรือไม่ และในอนาคตหากหุ้นมีการปรับลงมาต่ำกว่าวันที่เข้าซื้อขายวันแรก เพราะราคาไม่สะท้อนพื้นฐานที่แท้จริง จะตอบคำถามนักลงทุนอย่างไร
“สิ่งสำคัญที่ทิสโก้ให้ความสำคัญตลอด คือ เราต้องทำให้นักลงทุนมีมุมมองบวกทั้งกับทิสโก้และลูกค้าในระยะยาวด้วย เพราะมีผลกับวันข้างหน้า หากลูกค้าต้องการระดมทุนในตลาดรอง นักลงทุนจะได้มีความเชื่อมั่นกับลูกค้าได้ อีกทั้งปกติภาวะตลาดดีหรือไม่ดีก็ไม่ใช่คำตอบทั้งหมด เพราะการที่ลูกค้าได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น เพราะทำให้ได้ใช้เครื่องมือการระดมทุนมากขึ้น รวมถึงการได้เงินกู้จากธนาคารพาณิชย์ในอัตราที่ดีขึ้น” ธนะชัย กล่าว
สำหรับหุ้นไอพีโอปี 2556 มีมุมมองที่เสี่ยงกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากปีที่ผ่านมาหุ้นปรับขึ้นกว่า 30% ทำให้โดยรวมตลาดหุ้นขึ้นมาแพงแล้ว แต่ก็ยังพอมีปัจจัยบวกที่ช่วยมาเสริมบรรยากาศการลงทุนให้ดัชนีเคลื่อนไหวที่ระดับ 1,300-1,400 จุดได้ คือ บจ.จะได้ลดอัตราภาษีนิติบุคคลลงอีก 3% ซึ่งก็เป็นโอกาสของไอพีโอด้วย สำหรับบริษัทมีหุ้นที่อยู่ระหว่างกระบวนการเตรียมเอกสารเพื่อยื่นไฟลิงและเข้า SET มีเพียง 1 แห่ง มูลค่าการระดมทุนประมาณ 4,000-5,000 ล้านบาท และมีกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน 1 แห่ง
APM เน้นบริการลูกค้าครบวงจรโรดโชว์รายย่อยดึงทางการมีส่วนร่วม
“สมภพ ศักดิ์พันธ์พนม” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ หรือ APM กล่าวว่า บริษัทยังคงเน้นบริการลูกค้าตั้งแต่ก่อนเข้าหลังเข้าระดมทุนใน SET และ mai ตั้งแต่ประสานงานบริษัทประชาสัมพันธ์ พบสื่อ เรียกว่าเป็นที่ปรึกษาให้ลูกค้าทุกเรื่อง
ขณะเดียวกัน ได้เชิญฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ของ ก.ล.ต. และเจ้าหน้าที่การตลาดฝ่ายบริษัทจดทะเบียนของ ตลท. ร่วมเดินทางไปเยี่ยมชมบริษัทที่มีแผนเสนอขายหุ้นไอพีโอ และเข้า SET และ mai ในภูมิภาคต่างๆ ส่วนหนึ่งทำให้ลูกค้าได้มีความตื่นตัวที่จะเข้าระดมทุนมากขึ้น เพราะทางการพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือและแนะนำ ขณะที่หน่วยงานทางการก็จะได้เห็นภาพและรู้จักธุรกิจของผู้ประกอบการตั้งแต่ต้น ซึ่งที่ผ่านมากระบวนการเช่นนี้ถือว่ามีส่วนช่วยให้ขั้นตอนขอไฟลิงมีการพิจารณาได้เร็วขึ้นเหลือประมาณ 70 วัน จากปกติใช้เวลาอย่างต่ำ 90 วัน อีกทั้งกลยุทธ์นี้ยังสอดคล้องกับโครงการหุ้นใหม่ความภูมิใจของจังหวัดที่ ก.ล.ต.จัดตั้งขึ้นมา
สำหรับการกระจายหุ้นปัจจุบันเน้นให้หุ้นถึงมือรายย่อย 2,000-5,000 ราย แม้หุ้นที่ได้รับจัดสรรมีจำนวนน้อยก็ตาม แต่เพื่อให้สอดคล้องที่บริษัทเน้นให้นักลงทุนรายย่อยเข้าถึงข้อมูลพื้นฐานของบริษัทลูกค้าอย่างเท่าเทียมกัน เพราะบริษัทเน้นไปโรดโชว์ร่วมกับบริษัทที่ร่วมจัดจำหน่ายหุ้นประมาณ 7-11 จังหวัดในภูมิภาคต่างๆ และเป็นส่วนสำคัญที่นักลงทุนจะตัดสินใจไปลงทุนหุ้นไอพีโอในระยะยาวมากกว่า 1 ปีมากขึ้น ซึ่งทำให้เห็นความต้องการซื้อของนักลงทุนที่มีแท้จริง ซึ่งมีผลต่อการกำหนดราคาในอนาคต ทั้งนี้ปกติภาวะตลาดรวมดีจะให้ส่วนลดนักลงทุน 13-15% ถ้าภาวะดีปานกลางจะให้ส่วนลดประมาณ 20% ขณะที่ภาวะตลาดไม่ดีควรให้ส่วนลดประมาณ 30%
CNSเน้นขายรายย่อยตามแรงซื้อขายตลาดรวม
“นิมิต วงศ์จริยกุล”กรรมการบริหาร บล.โนมูระ พัฒนสิน (CNS) กล่าวว่า บริษัทเน้นขายให้รายย่อยเป็นหลัก เพราะยึดตามแรงซื้อขายของนักลงทุนรายย่อยที่ปัจจุบันครองสัดส่วนในตลาดถึง 70-80% ขณะเดียวกันเป็นการตอบโจทย์ลูกค้าของ CNSที่ส่วนใหญ่เป็นรายย่อยเช่นกัน ส่วนกลยุทธ์คือการเน้นไปโรดโชว์ต่างจังหวัดร่วมกับบริษัทที่ปรึกษาทางการเงินในภูมิภาคต่างๆ ก็เพื่อให้ลูกค้าเก่าที่อยู่ต่างจังหวัดได้มีโอกาสฟังข้อมูลเสนอขายไอพีโออย่างเท่าเทียม ขณะเดียวกันเป็นการให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่การตลาดในต่างจังหวัดได้เข้ามาร่วมฟังข้อมูลเพื่อนำไปถ่ายทอดให้นักลงทุน พร้อมแนะนำในการเปิดบัญชีใหม่ให้กับลูกค้าที่สนใจด้วย เพราะปัจจุบันบริษัทก็เน้นในการเปิดสาขาใหม่ที่ต่างจังหวัดมากขึ้น
อย่างไรก็ดีCNSเคยแถลงข่าวเมื่อกลางปีที่ผ่านมาว่า อยู่ระหว่างเตรียมตัวนำบริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี (PTG) ยื่นไฟลิงกับ ก.ล.ต. ภายในไตรมาส 3 แต่ปัจจุบันยังไม่มีการนำเสนอไฟลิงแต่อย่างใด สำหรับPTGต้องการเงินระดมทุนไปขยายสาขาเพิ่มอีก 100 สาขา จากปัจจุบันมีทั้งหมด 440 สาขา พร้อมทั้งขยายกองรถ อีกทั้งใช้ปรับปรุงแบรนด์สินค้า และเงินทุนหมุนเวียนภายใน
แม้ทิศทางหุ้นไอพีโอปี 2556 เหมือนได้รับการฟันธงแล้วว่าจะดีต่อเนื่อง แต่ในหลักและทิศทางของการลงทุน ผู้ลงทุนจำเป็นต้องตระหนักและคำนึงถึงปัจจัยพื้นฐานที่แท้จริงด้วย เพราะจะช่วยให้เอาตัวรอดทุกครั้งไม่ว่าภาวะตลาดหุ้นจะดีหรือไม่ดี การลงทุนก็เหมือนเหรียญ2 ด้าน ที่มีทั้งด้านบวก คือ อัตราผลตอบแทนที่ดี และด้านลบ คือ ความสี่ยงที่พร้อมทำให้ขาดทุนหนักๆ ได้เสมอ







