
จับทิศฟรีทีวีปี'56 วิก 3-7 ดับเครื่องชน
โดย...เบ็ญจวรรณ รัตนวิจิตร
โดย...เบ็ญจวรรณ รัตนวิจิตร
แม้ปัจจุบันจะเกิดสื่อใหม่ขึ้นมากมาย โดยเฉพาะเคเบิลและทีวีดาวเทียมที่มีกว่า 200 ช่อง แต่สำหรับอุตสาหกรรมหลักที่ครอบครองส่วนแบ่งหลักในงบโฆษณาปีละกว่าแสนล้านบาทยังคงเป็นฟรีทีวี โดยเฉพาะช่อง 3 กับช่อง 7 ครองส่วนแบ่งมากกว่า 60% ของงบโฆษณาทีวีปีละกว่า 6 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ ด้วยสถานะการเงินที่แข็งแกร่ง ทำให้ช่อง 3 และช่อง 7 ต่างทุ่มงบไม่อั้นในการต่อสู้แข่งขันเพื่อแย่งชิงผู้ชม (เรตติ้ง) โดยเฉพาะรายการหลัก คือ ละคร ข่าว กีฬา และล่าสุด คือ รายการประเภทแข่งขันด้านความสามารถ (ทาเลนต์ โชว์) อาทิ ไทยแลนด์ ก็อต ทาเลนต์, เดอะวอยซ์ หรือเชฟกระทะเหล็ก เป็นต้น ซึ่งปีนี้จะได้เห็นหลายรายการใหม่ที่จะเปิดเวทีความสามารถสำหรับผู้ชม
ช่วงที่ผ่านมา ช่อง 3 ออกนำหน้าได้ค่อนข้างดี แม้ตัวเลขเรตติ้งจะยังเป็นรองช่อง 7 แต่ช่อง 3 หาได้แคร์ไม่ เพราะนอกจากจะเลิกซื้อตัวเลขเรตติ้งจากเอจีบี นีลเส็นแล้ว ช่อง 3 ยังสำรวจความนิยมผู้ชมด้วยตัวเอง ที่สำคัญเอเยนซีผู้ซื้อสื่อโฆษณามั่นใจในกระแส โดยเฉพาะละครแต่ละเรื่องของช่อง 3 ต่างถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง ทั้งในย่านร้านตลาด รวมไปถึงในโซเชียล เน็ตเวิร์ก และกับปรากฏการณ์ล่าสุดเรื่องแรงเงา ที่ถึงกับมี “วันแรงเงาแห่งชาติ” เลยทีเดียว
สำหรับรายการทาเลนต์ โชว์ ของช่อง 3 ในปีที่ผ่านมา ที่ประสบความสำเร็จและถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง คือ เดอะวอยซ์ ไทยแลนด์ ซีซัน 1 รายการดังกล่าวเจ้าของลิขสิทธิ์ คือ ทรูมิวสิค และปีนี้จะมีเดอะวอยซ์ ซีซัน 2 และมีรายการใหม่ คือ Dance the fat off โดยช่อง 3 ได้จัดช่วงเวลา 17.4518.45 น. ทุกวันเสาร์ สำหรับรายการซีซันนอล โปรแกรมดังกล่าวตลอดทั้งปี
ขณะที่ช่อง 7 ไม่น้อยหน้า นอกจากมีเชฟกระทะเหล็ก ไทยแลนด์ ทุกวันพุธ เวลา 23.0001.00 น.แล้ว ในปีนี้จะมีรายการ Dancing with the Stars รายการลิขสิทธิ์จากบีบีซี ประเทศอังกฤษ มาผลิตและออกอากาศ ตั้งแต่เวลา 22.3024.00 น. ทุกคืนวันอังคาร ผลิตโดย บริษัท กันตนา และบริษัท มีทิเน่ คอมพานี ของ ลูกเกดเมทินี กิ่งโพยม และมีรายการ เดอะ คอมเมเดี้ยน ไทยแลนด์ ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 15.3017.30 น.
พลากร สมสุวรรณ รักษาการผู้จัดการฝ่ายรายการ สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 กล่าวว่า รายการที่มีรูปแบบมาจากรายการต่างประเทศกำลังเป็นที่นิยมของผู้ชมชาวไทย สถานีจึงพัฒนาช่วงเวลารายการประเภทซีซันนอล โปรแกรมขึ้นมาในแต่ละช่วงเวลา เชื่อว่าจะประสบความสำเร็จเช่นเดียวกับรายการเชฟกระทะเหล็ก
นอกจากนี้ ในปี 2556 ช่อง 7 จะตอกย้ำความเป็นผู้นำช่องกีฬาที่สถานีให้ความสำคัญตลอดมา ด้วยการตั้งงบประมาณ 1,000 ล้านบาท เพื่อซื้อลิขสิทธิ์รายการกีฬาทั้งระดับโลก เอเชีย และพัฒนากีฬาในประเทศ มาให้ผู้ชมได้รับชมกันในช่วง 3 ปีข้างหน้า ที่ได้ลิขสิทธิ์แล้ว เช่น ฟุตบอลเอฟเอ คัพ ของประเทศอังกฤษ และที่เพิ่งถ่ายทอดจบไป คือ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ
สำหรับการแข่งขันด้านรายการต่างๆ แล้ว ในแง่บุคลากร ช่อง 3 และช่อง 7 ต่างแย่งชิงกันอุตลุด ข่าวล่าสุด คือ พิษณุ นิลกลัด ผู้ประกาศข่าวกีฬาของช่อง 7 ได้ย้ายวิกมาช่อง 3 แล้ว พร้อมกับรายการสะเก็ดข่าว ซึ่งเรื่องการย้ายช่อง พลากร ไม่ขอยืนยัน แต่สำหรับรายการสะเก็ดข่าวนั้นถือเป็นลิขสิทธิ์ของช่อง 7 คงจะย้ายไปไหนไม่ได้ ไม่นับรวมก่อนหน้านี้ ช่อง 3 ได้คุณแดงสุรางค์ เปรมปรีดิ์ มาผลิตละครช่วงเย็นเพื่อขยายฐานกลุ่มทั่วไปให้กว้างขวางยิ่งขึ้น
อิชยา สันติชัยกูล กรรมการบริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท แบรนด์ คอนเนคชั่นส์ บริษัทซื้อสื่อโฆษณา ให้ความเห็นว่า การแข่งขันของช่อง 3 และช่อง 7 ถือเป็นการเพิ่มพื้นที่การโฆษณา ซึ่งตอนนี้เวลาโฆษณาทาง 2 ช่องหลักเต็มจนล้น รายการประเภททาเลนต์ โชว์ เป็นการเปิดโอกาสให้แบรนด์ต่างๆ เป็นเจ้าของรายการ และมีเวลาโฆษณาเป็นของตัวเอง ขณะที่รายการ (คอนเทนต์) ที่มีผู้ชื่นชอบ แบรนด์จะติดตามไปด้วย
“ทุกวันนี้ผู้ชมไม่ได้รับชมรายการผ่านจอโทรทัศน์เพียงอย่างเดียว ดูผ่านจอคอมพิวเตอร์ ผ่านโซเชียล เน็ตเวิร์ก ซึ่งสปอตโฆษณาไม่ได้ตามไปด้วย เพราะฉะนั้น การเป็นเจ้าของรายการเองจะทำให้แบรนด์ติดตามรายการนั้นไปด้วย” อิชยา กล่าว
สำหรับสมรภูมิฟรีทีวี ถือเป็นเวทีการแข่งขันที่รุนแรงตั้งแต่อดีตที่ผ่านมา และปัจจุบันยิ่งมีคู่แข่งขันมากขึ้น ยิ่งต้องพัฒนารายการให้ดียิ่งขึ้น ดังนั้น คู่แข่งรายใหม่ที่จะเข้ามามีฝีมืออย่างเดียวไม่พอ ต้องมีทุนหนาอีกด้วย และปีนี้ฟรีทีวีต้องแข่งขันกันดุเดือดยิ่งขึ้น เตรียมขุมกำลังให้พร้อมรับมือกับทีวีดิจิตอล







