posttoday
ฝันให้ไกลไปให้ถึงใน 3 ปี สัญญาซื้อขายล่วงหน้าแตะ 1 แสน

ฝันให้ไกลไปให้ถึงใน 3 ปี สัญญาซื้อขายล่วงหน้าแตะ 1 แสน

02 มกราคม 2556

โดย...พณิตศรณ์ หวังจงชัยชนะ

โดย...พณิตศรณ์ หวังจงชัยชนะ

บริษัท ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย) หรือ TFEX จบการซื้อขายในปี 2555 ด้วยจำนวน 10,457,928 สัญญา หรือคิดเป็นการซื้อขายเฉลี่ย 43,823 สัญญาต่อวัน เพิ่มขึ้น 6.5% จาก 41,145 สัญญาต่อวันในปี 2554

ปริมาณการซื้อขายส่วนใหญ่มาจาก SET50 Index Futures (ฟิวเจอร์ส) 37.6% สัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้า (โกลด์ฟิวเจอร์) 33.9% สัญญาซื้อขายล่วงหน้าอ้างอิงหุ้นรายตัว (Single Stock Futures) 20.2% และ USD Futures หรือดอลลาร์ฟิวเจอร์ส 6.3% ตามลำดับ เมื่อคำนวณเป็นมูลค่าการซื้อขายต่อวัน พบว่ามีมูลค่าสูงถึง 22,074 ล้านบาทต่อวัน

พัฒนาการของตลาดอนุพันธ์ไทยที่ผ่านมามีอัตราการเติบโตที่ดี จนประเมินกันว่าระดับการเติบโตของตลาดอนุพันธ์ไทยยังไปได้อีกไกล และในปี 2556 ทางด้าน TFEX ไม่ได้มองภาพตลาดระยะใกล้ใน 1 ปีข้างหน้านี้เท่านั้น แต่ได้วาดภาพถึงสิ่งที่ต้องการเห็นการพัฒนาของตลาดในระยะ 3 ปีข้างหน้า

“เกศรา มัญชุศรี” ในฐานะกรรมการผู้จัดการ TFEX กล่าวว่า TFEX ได้จัดทำเป้าหมายการเติบโตในระยะ 3 ปีข้างหน้า หรือภายในปี 2558 ต้องการจะผลักดันให้จำนวนสัญญาซื้อขายเฉลี่ยต่อวันของสินค้าในตลาด TFEX ทั้งหมดแตะระดับ 1 แสนสัญญาให้ได้ ปรับเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว จากปี 2555 ซึ่งจบด้วยจำนวน 4.3 หมื่นสัญญาต่อวัน ยอมรับว่าต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้เมื่อต้นปี 2555 ประเมินไว้ว่าจะอยู่ที่ 5.5 หมื่นสัญญา และได้ขยับให้เป็นเป้าหมายในปี 2556 แทน

ที่มาของการตั้งเป้าหมายระยะ 3 ปี แบบท้าทายความสามารถ เพราะมองว่ายังพอประเมินสถานการณ์ได้ชัดกว่าการตั้งเป้าหมายแบบระยะยาว 5 ปี ซึ่งภาพที่มองไปข้างหน้าไม่ชัดเท่าที่ควร อาจส่งผลต่อการตั้งเป้าหมายเต็มไปด้วยความคาดเดามากเกินไปและยากต่อการควบคุม ในเบื้องต้นจึงจัดทำแผนระยะ 3 ปี

ขณะที่ตัวเลขเป้าหมาย 1 แสนสัญญาต่อวันนั้น เป็นการตั้งเป้าแบบเชิงรุกและท้าท้ายความสามารถของผู้ที่ทำงานในตลาดอนุพันธ์ แต่เชื่อว่าสินค้าหลายตัวของ TFEX ยังสามารถผลักดันให้มีการเติบโตได้มากกว่าการซื้อขายในทุกวันนี้ เช่น ออปชัน แต่คงไม่สามารถทำให้เกิดได้ในชั่วข้ามคืน ต้องใช้เวลาในการวางรากฐานเพื่อการเติบโตในอนาคต

สำหรับภาพการเติบโตในระยะสั้น 1 ปีข้างหน้านี้ “เกศรา” กล่าวว่า มีเรื่องอีกมากที่จะต้องทำ เพื่อให้เป็นไปตามแผนต้องการเห็นสัญญาซื้อขายใน TFEX เฉลี่ย 5.5 หมื่นสัญญาต่อวัน โดยสินค้าหลักจะผลักดันให้ได้ตามเป้าหมาย ประเมินว่ายังคงเป็น SET50 Index Futures (ฟิวเจอร์ส) น่าจะมีสัญญาซื้อขายมากเป็นอันดับ 1 ด้วยจำนวนสัญญาประมาณ 2 หมื่นสัญญาต่อวัน เพราะคาดว่าดัชนีราคาหุ้นในปี 2556 น่าจะมีการเหวี่ยงตัวแรง และมีความผันผวนมากกว่าปี 2555 ซึ่งหุ้นมีทิศทางขาขึ้นชัดเจนเพียงอย่างเดียว

ส่วนโกลด์ฟิวเจอร์สทั้งขนาดสัญญา 10 บาท และ 50 บาท น่าจะเป็นสินค้าที่มีการซื้อขายเป็นอันดับรองลงมา มีการซื้อขายรวมกัน 1.7 หมื่นสัญญาต่อวัน ตามด้วยสต๊อกฟิวเจอร์ส สินค้าทั้ง 3 ตัวนี้ ประเมินว่ายังเติบโตได้ดี และคาดว่าจะเป็นสินค้าหลักดันให้จำนวนสัญญาซื้อขายมีการเติบโตได้ตามเป้าหมาย

ขณะเดียวกันมีอีก 2 ตัว ที่ทาง TFEX จะพยายามผลักดันมากขึ้น นั่นคือ ดอลลาร์ฟิวเจอร์สและออปชันอ้างอิง SET50 ในส่วนของดอลลาร์ฟิวเจอร์ส คงจะมีการกระตุ้นให้ทางภาคอุตสาห กรรมเข้ามาใช้ดอลลาร์ฟิวเจอร์สมากขึ้น และเป็นสิ่งที่ทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในฐานะผู้ดูแลอัตราแลกเปลี่ยนต้องการเห็นมากที่สุด

ที่ผ่านมาทาง TFEX ได้มีการทำงานร่วมกับสภาอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมการส่งออก เดินสายไปให้ความรู้กับผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม และยังได้หารือกับทางธนาคารกรุงไทย (KTB) ในฐานะผู้ดูแลสภาพคล่องของดอลลาร์ฟิวเจอร์ส เพื่อให้ทำหน้าที่ให้ผู้ลงทุนดอลลาร์ฟิวเจอร์สผ่าน TFEX สามารถเลือกได้ว่าจะปิดสัญญา หรือส่งมอบเป็นตัวเงินได้จริง ซึ่งเรื่องนี้อยู่ระหว่างการหารือ คาดว่าจะทำให้สำเร็จในปี 2556 เพื่อจูงใจให้ผู้ประกอบการเข้ามาใช้ดอลลาร์ฟิวเจอร์สมากขึ้น

นอกจากนี้ ในอนาคตยังมีแนวคิดจะเพิ่มสัญญาอ้างอิงของอัตราแลกเปลี่ยน โดยจะเพิ่มความหลากหลายของค่าเงินเช่นระหว่างสกุลเงินหลักอื่นที่มีความสำคัญ อย่างเช่น ยูโร เยน และหยวนกับค่าเงินบาท รวมไปถึงการทำระหว่างสกุลเงินที่มีความสำคัญ แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ ธปท.

ขณะเดียวกันในปี 2556 จะเริ่มโหมทำการโปรโมตให้ออปชันเป็นสินค้าที่ง่ายต่อการเข้าใจในการลงทุน ซึ่งอาจมีการนำระบบการซื้อขายจากไต้หวันเข้ามาช่วย เพราะเป็นตลาดที่มีรูปแบบการลงทุนออปชันที่ง่ายต่อการลงทุน โดยยอมรับว่า TFEX ตัดสินใจเปิดให้ซื้อขายออปชันเร็วเกินไป โดยเปิดหลังจากฟิวเจอร์สเปิดให้ซื้อขายเพียงปีเดียว

“แผนงานหลักในปี 2556 คงจะพยายามกระตุ้นให้สินค้าที่มีอยู่ ให้มีการซื้อขายมากขึ้น พร้อมกับให้ความรู้ความเข้าใจกับผู้ลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยเนื้อหาของการให้ความรู้จะแบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกที่ยังไม่เข้าใจก็จะปูพื้นฐานการลงทุนในอนุพันธ์ และอีกกลุ่มที่มีความรู้เข้าใจอยู่แล้วก็จะให้ความรู้ในเชิงพัฒนาการมากขึ้น” กรรมการผู้จัดการ TFEX กล่าว

ดังนั้น ในปี 2556 คงจะไม่เห็นสินค้าใหม่ของ TFEX ออกมาปล่อยให้นักลงทุนได้ตื่นตาตื่นใจ เพียงแต่อาจเพิ่มจำนวนหุ้นอ้างอิงของสต๊อกฟิวเจอร์สอีกอย่างน้อย 5 ตัว ภายหลังสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ขยายหุ้นอ้างอิงครอบคลุม SET100 แต่ต้องมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) 1 หมื่นล้านบาทขึ้นไป จะทำให้สต๊อกฟิวเจอร์ส เพิ่มเป็น35 ตัว

ขณะเดียวกันจะปรับปรุงการกำหนดสถานะการถือครอง(Position Limit) สำหรับการลงทุนในสต๊อกฟิวเจอร์ส มาเป็น ไม่ให้เกิน 2 หมื่นสัญญาต่อผู้ลงทุน 1 ราย หรือไม่เกิน 1%ของจำนวนหุ้นที่เรียกชำระ จากเดิมกำหนดไว้ไม่ให้เกิน 2 หมื่นสัญญาต่อผู้ลงทุน 1 ราย คาดว่าจะเริ่มมีผลบังคับตั้งแต่ต้นปี 2556 ที่มาของการแก้ไขเพื่อให้สอดคล้องกับความเป็นจริง เอื้อต่อการลงทุนในหุ้นตัวเล็กราคาไม่สูง

“เกศรา” กล่าวว่า ตลาดอนุพันธ์ของไทยเพิ่งจะเกิดขึ้นไม่นาน แต่มีระดับพัฒนาการที่ดีสามารถขึ้นเทียบชั้นกับเวทีระดับโลก โดยมีมูลค่าการซื้อขายเป็นอันดับ 4 ในเอเชีย รองจากอินเดีย จีน ญี่ปุ่น เท่านั้น และเป็นอันดับ 6 ของโลก ซึ่งมี Chicago Mercantile Exchange (CME) ตลาดอนุพันธ์ชั้นนำของโลกอายุเก่าแก่ในอเมริกาครองแชมป์อยู่

ความสำเร็จของ TFEX ที่สวยงาม ก็มาพร้อมกับการแข่งขันอันดุเดือด ยิ่งตลาดอนุพันธ์ของไทยเติบโตมากเท่าไหร่ ยิ่งหนุนให้มีกลิ่นหอมหวานชวนให้คู่แข่งเข้าสู่ตลาดมากยิ่งขึ้น

เหตุที่ทำให้กรรมการผู้จัดการ TFEX เริ่มหนักใจ นั่นก็เพราะสินค้าที่เปิดให้ซื้อขายในอนุพันธ์นั้น เป็นสินค้าโภคภัณฑ์อ้างอิงราคาโลก เช่น ทองคำ โลหะเงิน ดังนั้นสามารถซื้อหาได้ไม่ยากเพราะคุณลักษณะของสินค้าเหมือนกัน ไม่ว่าจะซื้อขายผ่านตลาดใด และทุกวันนี้โบรกเกอร์ต่างชาติเข้ามากินพื้นที่แย่งฐานลูกค้าคนไทยถึงถิ่น ทำให้ TFEXในฐานะเจ้าของตลาดต้องเริ่มหากลยุทธ์มาดึงใจลูกค้าไว้

“อนุพันธ์เป็นสินค้าที่ไม่มีสัญชาติ โดยเฉพาะสินค้าโภคภัณฑ์ของโลก ถามว่าหากลูกค้าซื้อโกลด์ฟิวเจอร์สผ่านระหว่าง TFEX กับ CME ต่างกันตรงไหน คำตอบคือแทบไม่แตกต่างเพราะสินค้าอ้างอิงเหมือนกัน แต่ที่ CME กลับให้อะไรที่มากกว่า โดยเปิดให้ซื้อขายตลอด 24 ชั่วโมง คอมมิชชันต่ำทำให้มีต้นทุนต่ำกว่า และขณะนี้เห็นโบรกเกอร์ต่างประเทศที่มาทำธุรกิจในไทยได้ชักชวนลูกค้าคนไทยให้ไปซื้อขายยังต่างประเทศมากขึ้น บางแห่งถึงกับลงทุนพัฒนาระบบเชื่อมต่อการซื้อขายเข้ามายังประเทศไทยแล้ว และสามารถชำระราคาเป็นเงินบาทให้เรียบร้อย ซึ่งในแง่ของโบรกเกอร์มีผลดี เพราะมีโอกาสขายสินค้าได้มากขึ้น แต่ถามว่าแล้ว TFEX จะขายอะไร” เกศรา กล่าว

ประเด็นนี้ไม่ใช่เรื่องที่ “กรรมการผู้จัดการ” TFEX ตกใจตื่นตูมเกินกว่าเหตุ เพราะสัดส่วนผู้ลงทุนรายบุคคลใน TFEX ทุกวันนี้ คิดเป็น 90% ของบัญชีซื้อขายอนุพันธ์ 8 หมื่นบัญชี ในจำนวนนี้เป็นการซื้อขายผ่านระบบอินเทอร์เน็ตถึง 60% สูงกว่าหุ้นซึ่งมีสัดส่วนอยู่ที่ 50% สะท้อนให้เห็นว่าเป็นกลุ่มที่มีโอกาสไปลงทุนต่างประเทศได้ง่ายกว่าหุ้น ทำให้ภาพของการแข่งขันในตลาดอนุพันธ์สูงกว่าหุ้น

ดังนั้น TFEX ได้เริ่มหากลยุทธ์เพื่อเตรียมรับมือกับการแข่งขัน ซึ่งมีแนวโน้มว่าน่าจะดุเดือดขึ้นในอนาคต เช่น การเปิดให้ลูกค้าตัดสินใจเลือกว่าจะมีการส่งมอบสินค้าหรือไม่ สำหรับสินค้าในกลุ่มอนุพันธ์ ซึ่งในแง่ของดอลลาร์ฟิวเจอร์สอยู่ระหว่างติดต่อให้ธนาคารกรุงไทยเป็นผู้ทำหน้าที่นี้ ส่วนโกลด์ฟิวเจอร์สนั้น ได้หารือกับโบรกเกอร์ทองเข้ามาช่วยเสริม แต่การแปลงจากสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อส่งมอบของนั้นจะต้องมีกติกาในการคำนวณราคาบนมาตรฐานเดียวกัน

ขณะเดียวกันพยายามหาแนวทางให้โบรกเกอร์ต่างประเทศที่มาทำธุรกิจในไทย นอกจากจะนำสินค้าต่างประเทศมาขายให้กับผู้ลงทุนชาวไทยแล้ว ต้องหาทางให้โบรกเกอร์ต่างชาติเหล่านี้นำสินค้าไปขายยังตลาดต่างประเทศด้วย

ไม้เด็ดสุดท้ายที่ทาง “เกศรา” คิดไว้ คือการทำความร่วมมือกับตลาดอนุพันธ์ต่างประเทศ ซึ่งมีการหารือในเบื้องต้นบ้างแล้ว และมี 23 โมเดลของแนวทางความร่วมมือ แต่ยังคงต้องหารือในรายละเอียดกันต่อไป

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท