
ขอแสดงความยินดีต่อพลเมืองอเมริกัน
ที่ ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2555 ตามเวลาของท่าน สหรัฐอเมริกาได้ชนเพดานหนี้ประมาณ 16.39 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ที่กำหนดตามกฎหมายไปอีกครั้งหนึ่งแล้ว
ที่ ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2555 ตามเวลาของท่าน สหรัฐอเมริกาได้ชนเพดานหนี้ประมาณ 16.39 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ที่กำหนดตามกฎหมายไปอีกครั้งหนึ่งแล้ว
หมายความว่า ค่าใช้จ่ายที่รอการรับชำระอยู่ทุกวันของท่านกำลังตึงมือเป็นอย่างยิ่ง รายได้ที่ไหลเข้าก็ไม่พอเอาไปจ่ายได้ทุกอย่าง และท่านเองก็ก่อหนี้เพิ่มมาช่วยไปพลางๆ ก่อนแบบที่ทำอยู่ทุกวันก็ไม่ได้ ยกเว้นจะได้รับการอนุมัติจากสภาคองเกรสให้ขยายเพดานหนี้
สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามข้อกำหนดที่ท่านได้รับการขยายเพดานหนี้จากสภาคองเกรสไปเมื่อ ส.ค.ปีก่อนก็คือ หากท่านปรับปรุงพฤติกรรมการใช้จ่ายมือเติบไม่ได้ งบประมาณใช้จ่ายตั้งแต่ 1 ม.ค. 2556 จะถูกตัดลงโดยอัตโนมัติ นอกจากนี้ การลดหย่อนภาษีชั่วคราวบางรายการที่ท่านเคยได้รับก็จบลงแล้ว
ดังนั้น เศรษฐกิจสหรัฐที่ดูเหมือนจะพอขยับขึ้นได้บ้าง หากมาเจอการตัดงบประมาณ เจอการเก็บภาษีเพิ่ม มันก็คงจะแผ่วลงอีก ซึ่งไม่ใช่ว่าจะแก้ผ้าเอาหน้ารอดไปไม่ได้ เพียงแต่คนที่จะแก้นั้นเขายังตกลงกันไม่ได้ เพราะเขาเป็นนักการเมืองสองฝ่าย เขาจึงมีหน้าที่ต่อพรรคมากกว่าต่อประชาชนโดยรวม เขาจึงต้องรักษาฐานเสียงของเขา ไม่ใช่รักษาประเทศชาติ ซึ่งนี่ก็เป็นที่เข้าใจได้ เพราะเป็นกันทั่วโลกที่ใช้ระบบประชาธิปไตยแบบเลือกตั้ง
แต่พวกเราก็อย่าไปตกอกตกใจ เพราะเคยเล่าให้ฟังตั้งนานแล้วว่า Fiscal Cliff จะเป็นข่าวใหญ่ที่เอามาเล่นได้จนผู้คนจะเอียนเอามากๆ ในช่วงปลายปี 2555 จนถึง 12 สัปดาห์แรกของปี 2556 เนื่องจากได้คาดว่าแม้การเมืองจะต่อสู้กันจนลากข้ามปี แต่จะจบเรื่อง Fiscal Cliff ภายใน 12 สัปดาห์แรกของเดือน ม.ค. 2556 แล้วเพดานหนี้ก็จะได้รับอนุมัติให้เพิ่มขึ้นจากคองเกรสอีกครั้งหนึ่ง เหมือนเพิ่มวงเงินบัตรเครดิต แล้วสองฝ่ายเขาจะปรองดองกันด้วยการถอยคนละก้าว
แล้วเมื่อเช้ามืดวันที่ 1 ม.ค. 2556 ตามเวลาบ้านเราก็ 03.29 น. Washington Post ได้รายงานล่าสุดมาว่า ทำเนียบขาวกับรีพับลิกันตกลงกันได้แล้วว่าจะหลีกเลี่ยงการตก Fiscal Cliff ที่ลุงมาร์ค ฟาเบอร์ เรียกว่า Fiscal Grand Canyon ด้วยการหยวนๆ กันบางส่วนทางด้านรายได้ของรัฐในแบบที่ว่า พวกเธอได้นี่ พวกฉันต้องได้นั่น พวกเธอยอมเสียนี่ ฉันก็ยอมเสียนั่น อันไม่เหมือนบ้านเราที่มีอาการ “เอาแต่ได้”
รายละเอียดสามารถไปหาอ่านกันเอาเอง เพราะเดี๋ยวผู้สื่อข่าว ผู้วิเคราะห์ทั้งหลาย ก็จะนำมาเสนอกันถี่ยิบ บวกการวิเคราะห์ให้ เพราะถือเป็นข่าวใหญ่ชิ้นหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม ข้อสังเกตคือ นี่เป็นการตกลงกันด้านรายได้ของรัฐ ซึ่งก็คือเรื่องการเก็บภาษี และทั้งสองพรรคการเมืองจะดันเรื่องนี้ขึ้นไปลงมติกันก่อน แม้อีกด้านที่ต้องทำคือลดรายจ่ายงบประมาณยังตกลงกันไม่ได้ว่าจะลดอะไร เท่าไร ซึ่ง ณ วันนี้ รัฐบาลอเมริกันก็มียอดหนี้ชนเพดานหัวโนไปแล้ว
ทั้งนี้ Timothy F. Geithner รมต.คลังสหรัฐ ได้แจ้งต่อสภาคองเกรสไปเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า “สามารถดึงเวลาที่ต้องตัดลดงบประมาณโดยอัตโนมัติไปได้อีกไม่กี่สัปดาห์ด้วยเทคนิคพิเศษ”
เอาล่ะ อย่าไปสนใจเทคนิคพิเศษอะไรนั่นเลย เพราะมันไม่สำคัญว่าใช้วิธีไหน จะแต่งตัวเลข หรือจะทำอะไรก็แล้วแต่ เพราะว่าหากอเมริกาแก้ปัญหา Fiscal Cliff นี้ไปได้ โดยตกลงลดงบประมาณใช้จ่ายบางรายการ มีการเก็บภาษีเพิ่มบางรายการ บางกลุ่ม ฯลฯ ซึ่งก็ต้องมีการต่อรอง โวยวายระหว่างคนได้ คนเสีย แน่ๆ แต่หนี้ก้อนเดิมที่มีอยู่และพอกพูนขึ้นมาจนทุกวันนี้และในวันหน้านั้น ไม่มีทางลดลงเลย
สิ่งที่ลดลงไปมี 3 อย่าง คือ
1.ลดงบประมาณใช้จ่ายประจำปี ซึ่งไม่ได้ลดยอดหนี้ลงสักนิด เพราะยอดหนี้เดิม 16.39 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ต้องเอาบวกกับหนี้ใหม่ที่เกิดจากการใช้งบประมาณประจำปีโดยที่รายได้ในปีนั้นๆ ไม่พอรายจ่าย และยังต้องบวกด้วยดอกเบี้ย
2.อันดับความน่าเชื่อถือของสหรัฐอเมริกา หากไม่ได้โดนจัดโดยสถาบันจัดอันดับที่สหรัฐมีอิทธิพลสั่งได้ ก็คงจะลดลงพรืดๆ แน่ๆ ไม่เชื่อก็ลองเอางบดุล งบรายได้ รายจ่าย ของประเทศสหรัฐไปให้นักวิเคราะห์สินเชื่อของธนาคารบ้านเรา หรือแม้กระทั่งธนาคารอเมริกันเองอย่างซิตี้แบงก์ดู แล้วถามเขาว่าจะกล้าปล่อยสินเชื่อให้ลูกค้ารายนี้ไหม แถมยังจะให้ปล่อยเงินกู้ให้ด้วยอัตราดอกเบี้ย 00.25% ต่อปี ตามแผนกระทืบ Like กดอัตราดอกเบี้ยนโยบายจนแบนแต๋ติดดินไปอีกหลายๆ ปี ของลุงเบน เบอร์แนนคี ด้วย
อยากเป็นลูกหนี้แบบนี้จังเลย
3.มนุษยธรรมกับจริยธรรมในการดำเนินนโยบายต่างประเทศของสหรัฐน่าจะลดลง ก็จะไม่ลดลงได้อย่างไรในเมื่อมีความจำเป็นต้องหาผลประโยชน์จากประเทศอื่นเพื่อเอาไปหล่อเลี้ยงและแก้ปัญหาภายในของตน
หากเรื่องนี้ไม่เข้าใจ ขอให้สมมติว่าเรากำลังอดอยาก ลูกเราใกล้จะตายมิตายแหล่เพราะความหิว เราเห็นเด็กคนอื่นมีแก้มยุ้ย อ้วนพี กำลังเดินกินลูกชิ้นปิ้งอย่างมีความสุข เราจะใจดำกับลูกด้วยการปล่อยให้ลูกอดตายไปต่อหน้า หรือเราจะใจดำกับลูกคนอื่นด้วยการเข้าไปแย่งลูกชิ้นปิ้งไม้นั้นมาให้ลูกเราล่ะ
ขอสวัสดีปีใหม่ สวัสดีเพดานหนี้ใหม่ กับพลเมืองสหรัฐอเมริกา ด้วยความห่วงใยแต่หวาดระแวง







