posttoday
ปีใหม่ คิดใหม่ ทำใหม่

ปีใหม่ คิดใหม่ ทำใหม่

02 มกราคม 2556

สวัสดีปีใหม่ท่านผู้อ่านทุกท่านครับ วันนี้ก็เป็นวันเริ่มต้นทำงานวันแรกของปีใหม่ ก็เลยจะเชิญชวนให้มาลองคิดแบบใหม่ๆ ทำแบบใหม่ๆ เพื่อตัวเราเองเป็นการต้อนรับปีใหม่กันนะครับ ผมเชื่อว่าคงมีหลายคนตั้งใจที่จะทำอะไรใหม่ๆ ในปีใหม่กันบ้างไม่มากก็น้อย คำถามคือ “แล้วทำหรือยังครับ”

สวัสดีปีใหม่ท่านผู้อ่านทุกท่านครับ วันนี้ก็เป็นวันเริ่มต้นทำงานวันแรกของปีใหม่ ก็เลยจะเชิญชวนให้มาลองคิดแบบใหม่ๆ ทำแบบใหม่ๆ เพื่อตัวเราเองเป็นการต้อนรับปีใหม่กันนะครับ ผมเชื่อว่าคงมีหลายคนตั้งใจที่จะทำอะไรใหม่ๆ ในปีใหม่กันบ้างไม่มากก็น้อย คำถามคือ “แล้วทำหรือยังครับ”

เริ่มต้นลงมือทำทันที : คงมีหลายคนคิด หรือเคยได้ยินว่า ฉันเคยมีไอเดียจะทำเว็บไซต์ซื้อขายของแบบอีเบย์ ทำโปรแกรมค้นหาแบบ Google ถ้าตอนนั้นฉันทำนะ ป่านนี้รวยเละไปแล้ว ไม่ต้องมานั่งทำงานเป็นยอดมนุษย์เงินเดือนหรอก ความคิดแบบนี้ต้องบอกว่าเป็นความคิดที่ไม่ถูกต้องนัก แถมเป็นการหลอกตัวเองอีก เพราะอะไรครับ เพราะการที่มีไอเดียกับการลงมือทำและสร้างมันขึ้นมาจริงๆ นั้น มันคนละเรื่องกันเลยครับ สิ่งที่คุณลงมือทำนั้นแหละสำคัญที่สุด ไม่ใช่สิ่งที่แค่คิด พูด หรือวางแผน

ถ้าใครคิดว่าไอเดียของตัวเองมีค่า ลองเอาไอเดียไปขายใครสักคน ดูสิว่าจะได้ค่าตอบแทนเท่าไร คงไม่มากหรอก ถ้ายังไม่ได้ลงมือทำอะไร ไอเดียก็ยังเป็นแค่ไอเดีย ซึ่งไอเดียนั้นใครๆ เขาก็มีกัน เหมือนอย่างที่ สแตนลีย์ คูบริก เคยแนะนำคนที่อยากทำหนังไว้ว่า ไม่ใช่มานั่งวางแผน แต่ให้หยิบกล้องกับฟิล์มขึ้นมา กดปุ่มบันทึกภาพ แล้วเริ่มถ่ายเลย ไอเดียเป็นของราคาถูกอีกทั้งยังมีอยู่มากมาย ไม่ได้สำคัญอะไร ที่สำคัญคือคุณจะนำไอเดียนั้นไปทำให้เป็นจริงได้อย่างไร ดังนั้นวันนี้คุณได้เริ่มทำตามไอเดียของคุณหรือยัง

ข้ออ้างสุดเท่ คือ ไม่มีเวลาพอ : ถ้าคุณคิดได้ว่าจะทำอะไรให้ตัวเองในปีใหม่ มีไอเดียแล้ว อยากลงมือทำเลย แต่ติดตรงที่ว่าไม่มีเวลามากพอ เหอะ เหอะ ก็คงจบข่าวครับ จริงๆ แล้วเวลามีพอเสมอถ้าคุณรู้จักบริหารจัดการมันให้เป็น และไม่จำเป็นต้องลาออกจากงานประจำนะครับ เราสามารถทำควบคู่กันไปได้ พอเถอะครับกับชีวิตที่ต้องทำทีละอย่าง สมัยนี้มันต้องทำหลายๆ อย่างในเวลาเดียวกันได้ มันถึงจะพอกินพอเก็บครับ

เราอาจจะทำในสิ่งที่เราอยากทำ หรือโครงการที่เราอยากทำตอนกลางคืนก็ได้ ผมไม่ได้หมายถึงว่าต้องอดหลับอดนอน หรือทำงานจนสว่างนะครับ แต่แทนที่จะนั่งดูละครที่มีแต่ตบๆ ตีๆ ด่าๆ (แต่ก็ติดกันทั่วบ้านทั่วเมือง) หรือแทนที่จะเข้าสังคมออนไลน์ตลอดเวลา ก็ลดลงหน่อย หรือลดการเล่นเกมปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ ขายของลงบ้าง หรือแทนที่จะเข้านอนสี่ทุ่มก็เลื่อนเป็นห้าทุ่ม เพื่อเอาเวลาเหล่านั้นหันมาทำไอเดียของคุณให้เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา อย่างน้อยเราก็จะได้เวลาอาทิตย์ละสี่ถึงห้าชั่วโมงมาทำในสิ่งที่เราอยากทำ โดยไม่กระทบชีวิตประจำวันมากนัก

เรียนรู้จากข้อผิดพลาดหรือความสำเร็จ : แน่นอนการทำธุรกิจย่อมมีบ้างที่ล้มเหลว หรือแม้แต่มนุษย์เงินเดือนก็ต้องมีการตัดสินใจพลาดบ้างในการบริหาร ในโลกนี้ย่อมมีคนที่ทำไม่สำเร็จเยอะกว่าคนที่ทำสำเร็จ เราเลยมักจะได้ยินว่าให้เรียนรู้จากความล้มเหลว แต่จะว่าไปแล้ว ความล้มเหลวของคนอื่นก็ไม่ได้เป็นอะไรไปมากกว่าความล้มเหลวของคนอื่นเลย เช่น คนอื่นทำการตลาดล้มเหลว ก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรา คนอื่นตั้งราคาที่ไม่เหมาะสม ก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรา คนอื่นสร้างทีมงานที่ดีไม่เคยได้ ก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรา เป็นต้น เราจะไปเรียนรู้อะไรได้มากมายจากข้อผิดพลาดของคนอื่นๆ ได้มากสุดก็คือ ไม่ควรจะทำแบบนั้นซ้ำอีก แล้วถามต่อว่า สิ่งที่ควรทำคืออะไร ก็ยังไม่รู้อยู่ดีใช่ไหมครับ

ดังนั้น ถ้าจะเรียนรู้ว่าสิ่งที่ควรทำคืออะไร ก็ต้องเรียนรู้จากความสำเร็จถึงจะทราบ เพราะเมื่อไรที่เราทำสำเร็จ เราจะรู้ว่าวิธีการไหนได้ผล และในครั้งถัดไปประสบการณ์จากความสำเร็จจะช่วยให้เราทำได้ดียิ่งขึ้น มีการศึกษาวิจัยอันหนึ่งที่บ่งบอกว่าความล้มเหลวไม่จำเป็นต้องเกิดก่อนความสำเร็จ การศึกษาวิจัยของฮาร์วาร์ด บิซิเนส สกูล พบว่าคนที่ประสบความสำเร็จมาแล้วมีแนวโน้มจะประสบความสำเร็จซ้ำมากกว่าคนที่ไม่เคย (ความเป็นไปได้ที่ธุรกิจในอนาคตจะประสบความสำเร็จเท่ากับ 34%) แต่คนที่ล้มเหลวครั้งแรกมีความน่าจะเป็นที่จะประสบความสำเร็จในครั้งถัดไปเท่ากับ 23% ซึ่งเท่ากับคนที่เริ่มทำธุรกิจเป็นครั้งแรก แสดงว่าคนที่เคยล้มเหลวมาก่อนมีโอกาสประสบความสำเร็จเท่ากับคนที่ยังไม่เคยลองทำอะไรเลย ดังนั้นความสำเร็จจึงเป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่ามากกว่าจริงๆ จงเรียนรู้จากมันให้มากๆ

อย่าเยอะตอนเริ่ม : บอกว่าอย่าเยอะ แต่เห็นมาเยอะครับ เวลาจะเริ่มทำอะไรที ชอบเอาตัวเองไปเทียบกับคนที่เขาทำสำเร็จอยู่นานแล้ว และก็ไปตั้งต้นว่าต้องมีเท่าเขาในวันแรก แล้วก็หายไปก็เยอะครับ คล้ายๆ กับการแต่งบ้าน ถ้าคุณเคยสังเกตเวลานิตยสารบ้านที่เอาบ้านสวยๆ มาลง ไม่ว่าจะเป็นของประดับในบ้าน ต้นไม้ในสวนสวยๆ ทั้งหลายมันต้องใช้เวลาสะสม ใช้เวลาในการปลูก เป็นไปไม่ได้ที่สร้างบ้านเสร็จในวันแรกแล้วต้นไม้จะโตแบบนั้น ของสะสมจะเรียงเพียบสวยงามแบบนั้นในวันแรก ดังนั้นการทำธุรกิจก็เช่นกัน อย่าไปเทียบกับคนที่เขามีมานานกว่าเรา ไม่เช่นนั้นตอนเริ่มเราจะเยอะไป

ตัวอย่าง คุณจำเป็นต้องมีพนักงานถึงสิบคนไหม หรือแค่สองสามคนในตอนเริ่ม คุณจำเป็นต้องมีออฟฟิศใหญ่โตกว้างขวาง หรือสามารถแบ่งเช่าออฟฟิศกับคนอื่นในตอนเริ่ม คุณจำเป็นต้องมีโกดังเก็บสินค้า หรือเช่าพื้นที่เก็บในตอนเริ่ม คุณจำเป็นต้องเปิดหน้าร้านของตัวเอง หรือสามารถขายทางอินเทอร์เน็ตไปก่อนในตอนเริ่ม คุณจำเป็นต้องมีพนักงานบัญชี หรือใช้โปรแกรมบัญชีสำเร็จรูปด้วยตัวเองในตอนเริ่ม พอเข้าใจประเด็นนะครับ ถ้าสุดท้ายต้องขยายบริษัทค่อยใช้เงินเยอะ แต่ไม่ใช่ตอนเริ่มต้น อย่าเพิ่งฟุ้งครับ ธุรกิจจะรอดหรือไม่บางทีค่าใช่จ่ายพวกนี้ก็เป็นประเด็นครับ

แรงบันดาลใจมีวันหมดอายุ : ไอเดียต่างๆ ที่อยู่ในหัวไม่มีวันหมดไป แต่ที่จะหมดไปหรือจะหมดอายุก็คือ แรงบันดาลใจ ถ้าคุณต้องการทำอะไรสักอย่าง ต้องลงมือทำทันที เพราะถ้าคุณอ้างข้ออ้างต่างๆ พอเวลาผ่านไปคุณก็จะไม่กระตือรือร้นกับมันอีกแล้ว ดังนั้นปีใหม่นี้ใครมีแรงบันดาลใจที่อยากทำอะไรก็รีบทำกันเถอะครับ ก่อนที่มันจะหมดอายุ และขอให้ทุกท่านประสบความสำเร็จกับสิ่งที่ตั้งใจจะทำในปีใหม่นี้ครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท