
แฉกลับเอกชนนำเข้ารถใหม่สวมรอยรถเก่าหนีภาษี
โพสต์ทูเดย์
— แจงเหตุออกใบอนุญาตนำเข้ารถเก่าอืด เหตุต้องตรวจสอบเข้ม หลังพบปัญหาเอกชนใช้รถใหม่สวมสิทธิเลี่ยงภาษีนางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ความล่าช้าในการอนุมัติใบอนุญาตนำเข้ารถยนต์ที่ใช้แล้วเพื่อปรับสภาพแล้วส่งออก เกิดจากขณะนี้ได้รับข้อร้องเรียนว่ามีบางบริษัทนำเข้ารถยนต์เก่า แต่ไม่มีการนำมาปรับสภาพเพื่อส่งออกจริง แต่กลับนำมาสวมทะเบียนแล้วขายในประเทศ
บางบริษัทก็แจ้งนำเข้ารถยนต์เก่า แต่กลับนำเข้ารถยนต์ใหม่ และใช้สิทธิเป็นรถยนต์เก่า สุดท้ายก็นำมาสวมทะเบียนแล้วขายในประเทศ ทำให้กระทบกับผู้นำเข้ารถใหม่ที่ทำธุรกิจอยู่ในประเทศ เพราะภาษีแตกต่างกันมาก การนำเข้ารถยนต์ใหม่ต้องเสียภาษีสูง ขณะที่รัฐก็กระทบในเรื่องการจัดเก็บรายได้
ผู้นำเข้าที่ร้องเรียนว่ากระทรวงพาณิชย์ถ่วงเวลาออกใบอนุญาต เพราะต้องการรีดเงินใต้โต๊ะนั้น ยืนยันทุกขั้นตอนโปร่งใส
นอกจากนี้ ยังพบปัญหาในเรื่องการใช้สิทธินักเรียนนำเข้ารถยนต์เก่า เพราะได้ตรวจสอบพบการแอบอ้างสิทธินักเรียนนำเข้ารถยนต์เก่าจริง แล้วมาขายต่อในประเทศ
ในส่วนนี้ทำให้เกิดผลกระทบต่อผู้ประกอบการค้าขายรถยนต์ภายในประเทศ เพราะการนำเข้ารถจากต่างประเทศต้องเสียภาษีในอัตราที่สูงมาก แต่การใช้สิทธินักเรียนแทบไม่ต้องเสียภาษีเลย
อย่างไรก็ตาม ได้สั่งให้กรมการค้าต่างประเทศ ในฐานะที่รับผิดชอบการออกใบอนุญาตการนำเข้ารถยนต์เก่า ขอให้มีการตรวจสอบการพิจารณาออกใบอนุญาตให้รัดกุมเพื่อป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้น โดยอาจเพิ่มทีมประเมินราคารถที่ขออนุญาตใหม่ เพราะถือเป็นจุดอ่อนของกรมฯ เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ และไม่มีความเชี่ยวชาญ
จากการตรวจสอบใบอนุญาตที่ขอมา เช่น บริษัทที่นำเข้ารถกระบะ รถเก๋งเล็ก เพื่อมาแปรสภาพแล้วส่งออก มีเหตุผลที่น่าเชื่อถือได้ ซึ่งส่วนนี้ได้อนุญาตไปหมดแล้ว แต่บางรายที่นำเข้ารถหรูถึงหรูมาก เช่น ปอร์เช่ เบนซ์สปอร์ต หรือปาเจโร เป็นล็อตใหญ่ ต้องตรวจสอบว่ามีการปรับสภาพแล้วส่งออกไปจริงหรือไม่ หรือยังอยู่ในประเทศ
“ตอนนี้เราได้พบจุดที่เป็นข้อผิดพลาด แค่อยากดำเนินการป้องกัน ไม่มีอะไรแอบแฝง แต่ถ้าผู้นำเข้ารถเก่า เห็นว่ามีใครไปเรียกรับเงิน ขอให้แจ้งตำรวจจับได้เลย เพราะไม่เกี่ยวกัน”นางพรทิวากล่าวรายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า ในปี 2552 มีการขอใบอนุญาต 15,388 คัน ในจำนวนนี้มีการส่งออกไปแล้ว 13,618 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2551 ที่นำเข้า 9,544 คัน ส่งออก 8,943 คัน และในช่วง 2 เดือนแรกปี 2553 นำเข้า 317 คัน ส่งออกไปแล้ว 764 คันโดยการส่งออกน้อยกว่าการนำเข้านั้น ส่วนหนึ่งอาจจะมีปัญหารถไม่ถูกส่งออกไปจริง และส่วนหนึ่งรถยังอยู่ระหว่างการปรับสภาพ
++ก่อนหน้านี้ กระทรวงพาณิชย์ถูกผู้นำเข้ารถยนต์ที่ใช้แล้วเพื่อปรับสภาพแล้วส่งออก ร้องเรียนว่าไม่ได้รับความสะดวกในการนำเข้า โดยระบุว่านางพรทิวาไม่ยอมลงนามในใบอนุญาตการนำเข้า ทำให้ผู้นำเข้าเกิดความเสียหายทางธุรกิจ แต่หากต้องการนำเข้าแบบรวดเร็ว ก็ต้องจ่ายค่าลายเซ็นในการออกใบอนุญาตให้ และเคยร้องเรียนมาแล้ว 2 ครั้ง







