posttoday
ปีแห่งการรุกซื้อกิจการ

ปีแห่งการรุกซื้อกิจการ

31 ธันวาคม 2555

ข่าวเด่นประจำปีมะโรง ที่เป็นที่ฮือฺฮาไม่เฉพาะในประเทศและยังลือเลื่องไปถึงต่างประเทศ

ข่าวเด่นประจำปีมะโรง ที่เป็นที่ฮือฺฮาไม่เฉพาะในประเทศและยังลือเลื่องไปถึงต่างประเทศ

โดย...เจียรนัย อุตะมะ

คงหนีไม่พ้นการรุกออกไปซื้อกิจการของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ขนาดใหญ่ของไทย หลักๆ ก็เกิดขึ้นกับไม่กี่ราย แต่เป็นมูลค่ามหาศาล จนถึงกับทำให้นักลงทุนไม่เก็บอาการสงสัย ต้องเลื่อนเพิ่มทุนเพื่อไขข้อข้องใจก่อนควักเงินออกมาจ่ายซื้อหุ้นเพิ่มทุนแต่โดยดี

การระดมทุนของบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งหลายได้ทำให้ตัวเลขระดมทุนปีนี้พุ่งขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน โดยผลักดันมูลค่าระดมทุนให้สูงสุดในรอบ 10 ปี แต่โชคดีที่ระดมทุนในสภาวะที่ตลาดขาขึ้นจึงไม่มีปัญหา มากนัก

อันดับแรก ปตท.สผ.ซื้อโคฟ

ข่าวที่สร้างความลือลั่นสั่นสะเทือนวงการคงหนีไม่พ้นบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม หรือ ปตท.สผ. ที่ชนะประมูลเข้าซื้อหุ้นบริษัท โคฟ เอนเนอร์ยี บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อังกฤษ ที่มีแหล่งก๊าซในประเทศโมซัมบิก แอฟริกา เมื่อบริษัท รอยัล ดัตช์ เชลล์ บริษัท เนเธอร์แลนด์ ประกาศถอนตัว หลังเสนอรับซื้อแข่งกันมานานนับ 5 เดือน ส่งผลให้ ปตท.สผ.ต้องใช้เงินประมาณ 5.8 หมื่นล้านบาทเพื่อซื้อหุ้นโคฟ กว่า 90%

นอกจากนั้น แผนลงทุนของกลุ่ม ปตท.ใน 5 ปีข้างหน้า ยังเพิ่มงบลงทุนอย่างต่อเนื่อง

ไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. กล่าวว่า งบลงทุน 5 ปี (25562560) วงเงินรวม 3.66 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากแผนลงทุน 5 ปี (25552559) ที่ได้อนุมัติไว้ 3.57 แสนล้านบาท งบลงทุนในปี 2556 พบว่าในแผนร่วมทุนและลงทุนในบริษัทที่ถือหุ้น 100% มีวงเงิน 6.21 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดิมที่กำหนดไว้ 4.12 หมื่นล้านบาท ขณะที่งบลงทุนในก๊าซธรรมชาติและในส่วนของการลงทุนน้ำมันและการค้าระหว่างประเทศลดลง โดยการลงทุนส่วนใหญ่ของ ปตท. เป็นการร่วมทุนและลงทุนในบริษัทลูกที่ถือหุ้น 100% เพื่อขยายธุรกิจพลังงานในต่างประเทศ รวมทั้งการขยายความสามารถในการนำเข้าเพื่อรองรับความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติที่เพิ่มขึ้น

อันดับ 2 ปูนใหญ่ซื้อธุรกิจกระเบื้องเวียดนาม

บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) มีมติอนุมัติให้บริษัทย่อยคือ เอสซีจีผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง บรรลุข้อตกลงในสัญญาซื้อขายหุ้นแบบมีเงื่อนไขกับผู้ถือหุ้นในปัจจุบันของบริษัท Prime Group Joint Stock หรือ Prime Group ในการเข้าซื้อธุรกิจกระเบื้องเซรามิกและสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องของ Prime Group ในประเทศเวียดนาม คาดว่าจะใช้เงินลงทุนทั้งสิ้น 7,200 ล้านบาท โดยจะเข้าถือหุ้นประมาณ 85% และซื้อหุ้นบริษัท สยามโกลบอลเฮาส์ (GLOBAL) ธุรกิจค้าปลีกวัสดุก่อสร้างยักษ์ใหญ่ 3033% โดยใช้เงินประมาณ 1 หมื่นล้านบาท รวมประกาศซื้อบริษัทอื่นของ SCC ในการซื้อกิจการทั้งปีกว่า 3 หมื่นล้านบาท

อันดับ 3 บจ.เพิ่มทุน 2.6 แสนล้าน

การเข้าซื้อกิจการของบริษัทจดทะเบียนข้างต้น ได้ผลักดันยอดระดมทุนทั้งปีของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย กว่า 2.6 แสนล้านบาท สูงสุดในรอบ 10 ปี

ปวีณา ศรีโพธิ์ทอง ผู้ช่วยผู้จัดการ กลุ่มงานผู้ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยยอดการระดมทุน (ไม่รวมหุ้นเข้าใหม่) ของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (27 ธ.ค. 2555) มีมูลค่ารวม 262,765 ล้านบาท สูงสุดรอบ 10 ปี โดย บจ.ที่ระดมทุนเพิ่มมีทั้งหมด 154 บริษัท เป็น บจ.ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) 119 บริษัท (237,346 ล้านบาท) ตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ(mai) 35 บริษัท (10,808 ล้านบาท) และกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์อีก 5 กองทุน (14,611 ล้านบาท)

หากดูยอดการระดมทุนแยกตามกลุ่มอุตสาหกรรม พบว่า กลุ่มทรัพยากรมียอดระดมทุนสูงสุด 93,986 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการระดมทุนของ PTTEP 9.23 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นการระดมทุนที่มีมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ตามด้วยกลุ่มธุรกิจการเงิน 56,229 ล้านบาท โดยเป็นการระดมทุนของธนาคารกรุงไทย (KTB) 35,234 ล้านบาทและกลุ่มบริการ 32,917 ล้านบาท ทั้ง 3 กลุ่มอุตสาหกรรมนี้มียอดระดมทุนคิดเป็น 70% ของมูลค่าทั้งหมด

การรุกซื้อกิจการและการเตรียมเงินมหาศาลไว้ซื้อกิจการในอนาคตของบริษัทขนาดใหญ่มีปัญหาติดขัด จากการที่ไม่เคยระดมทุนจากผู้ถือหุ้นมานาน และบางบริษัทผลงานไม่เป็นไปตามแผน

อันดับ 4 ปตท.สผ.ลดเป้าเพิ่มทุน

ผลการใช้เงินมหาศาลเข้าซื้อหุ้นโคฟ ทำให้ ปตท.สผ. ต้องระดมทุนโดยการเพิ่มทุนครั้งมโหฬารจากที่ไม่เคยเพิ่มทุนมานานนับ 14 ปี เพื่อต้องการเงินทุนประมาณ 9.8 หมื่นล้านบาทในการเตรียมไว้รองรับแผน 5 ปี แต่ปรากฏว่ายิ่งใกล้วันประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติเรื่องนี้ ยิ่งมีคำถามเข้ามามากจากนักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศพร้อมกับราคาหุ้นที่ดิ่งลงอย่างน่าใจหาย ทำให้ต้องเลื่อนวันประชุมอย่างกระทันหัน

ทีมบริหารทั้งเครือ ปตท.เดินสายชี้แจงนักลงทุนเพื่อทำความเข้าใจ ทั้งนี้แม้ว่าผลการขายหุ้นจะล่าช้าไป 1 เดือน พร้อมเป้าหมายระดมทุนที่ลดลงเหลือเพียง 9.6 หมื่นล้านบาท แต่บริษัทนี้ก็ประสบความสำเร็จอย่างงดงามโดยได้รับความร่วมมือจากผู้ถือหุ้นเป็นอย่างดี แม้ว่าราคาขายหุ้นจะลดลงจาก 150 บาทที่เคยตั้งไว้เหลือ 145 บาทก็ตาม

ความสำเร็จครั้งนี้เกิดจากการรับฟังความเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของบริษัทนั่นเอง เมื่อถูกทักท้วง

ทั้งนี้ “เทวินทร์ วงศ์วานิช” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ยืนยันกับผู้ถือหุ้นว่า ภายหลังการเพิ่มทุนครั้งนี้จะไม่เพิ่มทุนอีกใน 3 ปี โดยจะนำเงินไปคืนหนี้ที่กู้ยืมมาซื้อหุ้นโคฟทำให้อัตราหนี้สินต่อทุน (ดีอี) ลดลงทำให้มีศักยภาพกู้เงินเพิ่มขึ้น

บริษัทได้ลดเป้าหมายการเติบโตจากเดิมที่ตั้งเป้าว่าในปี 2563 จะมีกำลังการผลิตปิโตรเลียมเฉลี่ยวันละ 9 แสนบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวันเหลือ 6 แสนบาร์เรล หรือเติบโตปีละ 8% จากเดิมตั้งเป้าไว้ปีละ 12%

อันดับ 5 สหวิริยาสตีลอินดัสตรี เพิ่มทุนยื้อ

ด้านบริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี (SSI) ผู้ประกอบการเหล็กรีดร้อนครบวงจรที่เพิ่งซื้อโรงถลุงเหล็กของอังกฤษเมื่อปีก่อน แผนเพิ่มทุน 1.1 หมื่นล้านบาทยืดเยื้อ เพราะกำไรของบริษัทแห่งนี้ไม่เป็นไปตามเป้าหมายว่าจะมีกำไรในปีนี้ เนื่องมาจากสถานการณ์ที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่ปีก่อนคือ สึนามิที่ญี่ปุ่น ถูกจีนทุ่มตลาดเหล็กและเหตุการณ์น้ำท่วม ทำให้ต้องขายหุ้นเพิ่มทุนถึง 3 รอบในปีนี้ แต่ก็ยังไม่ถึงเป้าหมาย ได้เพียง 4,251 ล้านบาท และผู้ที่เข้าซื้อคือ บริษัท วาโนเมท โฮลดิ้ง เอจี กลุ่มที่มีรายการเกี่ยวโยงกัน

ส่วนที่เหลือ “วิน วิริยประไพกิจ” กรรมการผู้จัดการ SSI คาดว่า จะทยอยเข้ามาภายในไตรมาสแรกของปีหน้า โดยเงินที่ได้จะนำไปใช้ลงทุนธุรกิจถลุงเหล็กในอังกฤษ

ทั้งนี้ ตระกูลวิริยประไพกิจ ผู้ถือหุ้นใหญ่สุดยืนยันว่า หากขายหุ้นไม่หมดกลุ่มจะรับซื้อทั้งหมด

อันดับ 6 TTA ปรับแผนเพิ่มทุน

บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ (TTA) แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแผนเพิ่มทุนยื้อไปปีหน้าเช่นเดียวกัน เพราะผู้ถือหุ้นรายย่อยคัดค้าน ล่าสุดประกาศลดเพิ่มทุนจาก 9,000 ล้านบาทเหลือเพียง 6,372 ล้านบาท และออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนควบใบสำคัญแสดงสิทธิแทนหุ้นสามัญ (วอร์แรนต์) ในอัตราส่วนหุ้นสามัญผู้ถือหุ้นเดิมต่อผู้ถือหุ้นใหม่ 5:2 และให้วอร์แรนต์กับผู้จองซื้อหุ้นเพิ่มทุนในอัตรา 2:1 เพื่อระดมเงิน สำหรับลงทุนซื้อเรือบรรทุกสินค้าแห้งเทกองทั้งแบบสั่งต่อใหม่และมือสอง ในช่วงนี้ซึ่งเป็นโอกาสในการล็อกต้นทุนให้ต่ำ รวมถึงสนับสนุนเมอร์เมดในการสั่งต่อเรือขุดเจาะท้องแบนมาทดแทนเรือเก่าที่กำลังจะปลดระวาง เพื่อรักษาโอกาสในธุรกิจในช่วงขาขึ้นของธุรกิจน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ทั้งนี้ระยะเวลาในการจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนจะอยู่ในช่วงระหว่างวันที่ 2128 ก.พ. 2556

TTA จะนำแผนการเพิ่มทุนนี้เสนอให้ผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติในการประชุมสามัญประจำปีผู้ถือหุ้น ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 30 ม.ค. 2556

อันดับ 7 หุ้นปันผลฮิต

ด้านการใช้เครื่องมือทางการเงิน ปีนี้มี บจ. 87 บริษัท ใช้เครื่องมือทางการเงินรวม 116 รายการ เครื่องมือที่ บจ.ใช้มากที่สุดคือการจ่ายหุ้นปันผลมี 35 บริษัท สูงสุดเป็นประวัติการณ์และเป็นปีที่ 2 ติดต่อกันที่เครื่องมือดังกล่าวได้รับความนิยมสูงสุด ทั้งนี้พบว่า บจ.ที่จ่ายหุ้นปันผลโดยส่วนใหญ่เป็นบริษัทขนาดกลางและเล็กที่มีกระแสเงินสดจ่ายในการซื้อที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ (CAPEX) ช่วง 9 เดือนแรกปีนี้สูงกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้ว หรือเป็น บจ.ที่ต้องใช้เงินลงทุนปี 2556 สูง จึงมีความต้องการเก็บเงินสดไว้เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนและเงินลงทุนซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่ากิจการและผลตอบแทนผู้ถือหุ้นในอนาคต ส่วนเครื่องมือทางการเงินที่ได้รับความนิยมรองลงมาคือการออกใบสำคัญแสดงสิทธิ (Warrant) และการออกใบสำคัญแสดงสิทธิให้กรรมการ ผู้บริหาร พนักงานบริษัท (ESOP Warrant)

อันดับ 8 ปันผลหรู

บริษัทจดทะเบียน 116 แห่งทั้งในตลาดหลัก ทรัพย์ (SET) และตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลงวดครึ่งแรกปี 2555 รวมทั้งสิ้น 118,703 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 117,126 ล้านบาทในปี 2554 โดยสร้างสถิติเงินปันผลเกินแสนล้านเป็นปีที่ 2 และสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แม้ว่ากำไรสุทธิจะลดลงจากความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์และอัตราแลกเปลี่ยนก็ตาม

สาเหตุหลักมาจากการจ่ายเงินปันผลของบริษัทในหมวดธุรกิจ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ธนาคาร การแพทย์ พาณิชย์ อาหารและเครื่องดื่ม เพิ่มขึ้นมากตามกำไรสุทธิจากการบริโภคและการลงทุนภายในประเทศที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ทั้งนี้ในหมวดเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร จ่ายเพิ่มขึ้นมากที่สุดถึง 51.62% โดยรวมคิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผล อยู่ที่ 42.48% เพิ่มขึ้นจาก 37.37% ในปีที่แล้ว

บริษัทจดทะเบียนในSETที่จ่ายเงินปันผล‌ระหว่างกาลสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ บริษัท ‌แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) บริษัท ปตท. ‌(PTT) บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น (INTUCH) บริษัท ‌ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) และ‌บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) ซึ่งเงินปันผลของ 5 ‌บริษัทมีมูลค่ารวมกัน 58,639 ล้านบาท หรือ ‌49.61% ของเงินปันผลกลางปีทั้งหมดในSET

สำหรับบริษัทในmaiที่จ่ายเงินปันผลระหว่าง‌กาลสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ บริษัท ยูนิมิต เอน‌จิเนียริ่ง (UEC) บริษัท เกียรติธนา ขนส่ง (KIAT) ‌บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ (JUBILE) บริษัท บรุ๊คเคอร์ กรุ๊ป (BROOK) และบริษัท มาสเตอร์ ‌แอด (MACO) มีมูลค่าเงินปันผลรวม 244 ล้านบาท ‌49.39% ของมูลค่าเงินปันผลระหว่างกาลทั้งหมในmai

อันดับ 9กำไรงวด 9 เดือนทรงตัว

งวด 9 เดือนแรกปีนี้ บริษัทจดทะเบียน มีกำไร‌สุทธิ 560,872 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 0.38% จากช่วง‌เดียวกันของปีก่อนมียอดขายทั้งสิ้น 7,614,948 ล้าน‌บาทเพิ่มขึ้น 11.80% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
จากทั้งปีที่บรรดาโบรกเกอร์คาดว่ากำไรจะเติบโต‌จากปี 2554 ประมาณ 15%

อันดับ 10ปีทองของหุ้นจอง

ปีนี้หุ้นจองรุ่งเรืองตามดัชนีหุ้นที่ให้ผลตอบแทน‌ต่อนักลงทุนถึง 36% มาปิดที่ 1,391 จุดโดยหุ้นจดทะเบียนเข้าตลาดหุ้นไทย 16 บริษัท สามารถ‌สร้างผลตอบแทนให้กับนักลงทุนที่จองซื้อหุ้นตั้งแต่‌วันแรกที่เข้าซื้อขายเฉลี่ยสูงถึง 83.42% โดยมีเพียง‌บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ (ANAN) รายเดียว‌เท่านั้นที่ราคาหลุดจอง 9.52% ตั้งแต่วันแรกที่เข้า‌ซื้อขาย ขณะที่มีหุ้นให้ผลตอบแทนสูงถึง 200% ‌จำนวน 2 บริษัท ประกอบด้วย บริษัท เจเอ็ม ที ‌เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส (JMT) และบริษัท โปรเจค ‌แพลนนิ่ง เซอร์วิส (PPS) ส่วนหุ้นที่ให้ผลตอบแทน‌เกิน 100% ในวันแรกมีถึง 5 บริษัท คือ บริษัท ศรีวิชัยเวชวิวัฒน์ (VIH) บริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ (BEAUTY) บริษัท ทีวี ไดเร็ค (TVD) บริษัท ฟอร์‌จูน พาร์ท อินดัสตรี้ (FPI) และบริษัท ที.เอ็ม.ซี. ‌อุตสาหกรรม (TMC)

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน