
3เดือนอาเซียนลิงค์เกจเหงารุกโชว์-ออกผลิตภัณฑ์กระตุ้น
ภายหลังเชื่อมโยงตลาดอาเซียนใกล้ครบ 3 เดือนวันที่ 15 ม.ค.นี้ แม้ว่าตลาดหลักทรัพย์ทั้งสามประเทศ
ภายหลังเชื่อมโยงตลาดอาเซียนใกล้ครบ 3 เดือนวันที่ 15 ม.ค.นี้ แม้ว่าตลาดหลักทรัพย์ทั้งสามประเทศ
โดย...เจียรนัย อุตะมะ
คือ สิงคโปร์ มาเลเซีย และไทย ไม่เปิดเผยข้อมูลมูลค่าการซื้อขายระหว่างกันว่าเกิดขึ้นมากน้อยเพียงใด
แต่คนในวงการตลาดทุนสามารถคาดเดาได้ว่า มูลค่าซื้อขายยังไม่มากพอ และนักลงทุนส่วนใหญ่มุ่งเข้าไปซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ที่เปิดเสรีอยู่แล้ว และส่วนใหญ่โบรกเกอร์ที่เป็นนายหน้าค้าหลักทรัพย์ในอาเซียนก็เป็นโบรกเกอร์ที่ส่งคำสั่งซื้อขายไปต่างประเทศอยู่แล้ว
วิรไท สันติประภพ รองผู้จัดการ สายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า มูลค่าซื้อขายระหว่างกันยังไม่มากนัก เพราะเป็นช่วงระยะเริ่มต้น และตลาดหลักทรัพย์อาเซียนได้พยายามนำเสนอข้อมูลของอาเซียนเพื่อกระตุ้นการลงทุน โดยจะมีการจัดนำเสนอข้อมูลต่อนักลงทุนในวันที่ 12 ม.ค. 2556 โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ นอกจากนั้นจะมีการออกผลิตภัณฑ์ร่วมกันเพื่อกระตุ้นการลงทุน
ทาจุดิน อะทาน กรรมการผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์มาเลเซีย ตัวแทนของตลาดหลักทรัพย์อาเซียน กล่าวว่า การจัดงานโรดโชว์ของตลาดหุ้นอาเซียนในวันที่ 12 ม.ค.นี้ มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มจำนวนกลุ่มผู้ลงทุนรายย่อยให้มีความคุ้นเคยกับการลงทุนหลักทรัพย์อาเซียน เสมือนกับการลงทุนในประเทศของตัวเอง โดยนอกจากงานมีขึ้นที่ประเทศไทยแล้ว ครั้งต่อไปจะจัดที่สิงคโปร์และมาเลเซีย ในวันที่ 2 ก.พ. 2556 และวันที่ 2 มี.ค. 2556 ตามลำดับ
ภายในงานจะมีการนำเสนอหลักทรัพย์ ASEAN Stars ประกอบด้วย 180 หลักทรัพย์ ที่คัดเลือกมาจาก 30 หลักทรัพย์ที่น่าสนใจที่สุดของแต่ละประเทศ โดยพิจารณาจากมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด และสภาพคล่อง โดยผู้ลงทุนจะได้สิทธิพิเศษในการเข้าถึงบริษัทจดทะเบียนของแต่ละตลาดหลักทรัพย์อาเซียน รวมถึงแนวโน้มตลาดและอุตสาหกรรมของแต่ละตลาดหลักทรัพย์ด้วย นอกจากนี้ยังมีการจัดโต๊ะสนทนาโดยนักวิเคราะห์เพื่อให้มุมมองต่อแนวโน้มตลาดหุ้นและหุ้นที่น่าสนใจ
ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์อาเซียนทั้ง 7 แห่ง ได้แก่ ตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย ฮานอย และโฮจิมินห์ มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมกันมากกว่า 2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ และประกอบด้วยบริษัทจดทะเบียนมากกว่า 3,600 แห่ง ซึ่งในจำนวนนี้เป็นบริษัทขนาดใหญ่ระดับโลกที่มีพลวัตสูงอยู่ในอุตสาหกรรมต่างๆ ได้แก่ การเงินและการธนาคาร พลังงาน โทรคมนาคม สินค้าโภคภัณฑ์ ยานยนต์ ภาคการผลิตและอื่นๆ
จนถึงขณะนี้มีนักลงทุนแสดงความสนใจเข้ามาร่วมงานแล้ว 170 คน เพื่อรับฟังข้อมูลจากผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนจากตลาดหลักทรัพย์มาเลเซีย อาทิ เมย์แบงก์ บริษัทยาง ธุรกิจด้านดูแลสุขภาพ และธุรกิจการศึกษา
นอกจากนั้น ยังมีบริษัทจดทะเบียนจากตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ และบริษัทจดทะเบียนไทยในกลุ่มปิโตรเคมี พลังงาน ธนาคารและธุรกิจอาหาร เข้ามาร่วมให้ข้อมูลต่อนักลงทุนด้วย
ล่าสุดได้มีความคืบหน้าเกี่ยวกับการเชื่อมโยงตลาดมากขึ้นตามลำดับ
วิรไท กล่าวว่า สำหรับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา มีบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) อีก 3 บริษัทที่เข้าร่วมเป็นโบรกเกอร์ในการซื้อขายหุ้นอาเซียน คือ บล.เอเซีย พลัส บล.ทิสโก้ และ บล.โนมูระ จากเดิมที่มีอยู่แล้ว 9 แห่ง และเดือน ม.ค. จะเพิ่มอีก 2 แห่ง คือ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส และ บล.กสิกรไทย ส่งผลให้ยังเหลือ บล.ที่ยังไม่เข้าร่วมอีก 11 แห่ง ส่วนที่ตลาดหลักทรัพย์มาเลเซียก็เริ่มมี บล.สนใจเข้ามาเป็นนายหน้าค้าหลักทรัพย์อาเซียนเพิ่มขึ้น
เวียดนามแห่งที่ 4
นอกจากนั้น ยังมีแนวโน้มว่า ตลาดหลักทรัพย์เวียดนามจะเข้ามาเชื่อมโยงตลาดเป็นรายต่อไป
“มีแนวโน้มว่าตลาดหลักทรัพย์เวียดนามจะเป็นแห่งที่ 4 ที่เข้ามาเชื่อมโยงตลาด เพราะในวันที่ 12 ม.ค. 2556 ที่ ตลท.เป็นเจ้าภาพจัดงานนำเสนอข้อมูลต่อนักลงทุนอาเซียน จะมีผู้บริหารจากตลาดหลักทรัพย์เวียดนามสนใจเข้ามาทำการตลาดด้วย” วิรไท กล่าว
ลาวเข้าร่วมปี 2563
เดดพูวัง มูลรัตน์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ตลาดหลักทรัพย์ลาว กล่าวว่า ปัจจุบันตลาดหลักทรัพย์ลาวมีหุ้นจดทะเบียนจำนวน 2 บริษัท ในปี 2556 คาดว่าจะมีอีก 3 บริษัทน่าจะเข้าระดมทุนในตลาดหุ้นลาว คือ การบินลาว ปิโตรเทรด และกาแฟของบริษัท ดาวเรือง ขณะเดียวกันอยู่ระหว่างชักชวนบริษัทน้ำตาล ซึ่งทางกลุ่มมิตรผลเข้าร่วมลงทุนกับผู้ประกอบการชาวลาวเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นอีกด้วย รวมถึงมีแผนจะเปิดให้ซื้อขายผ่านระบบอินเทอร์เน็ต
ปัจจุบันมูลค่าการซื้อขายของตลาดหุ้นลาวยังมีปริมาณที่ต่ำ มีการซื้อขาย 2 แสนหุ้นต่อวัน และมีมูลค่าตลาดรวม (มาร์เก็ตแคป) รวม 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ดังนั้นคาดว่าการผลักดันให้ตลาดหุ้นลาวเข้าร่วมซื้อขายในอาเซียนลิงก์เกจนั้นคงไม่ทันในปี 2558 แต่คาดว่าจะเกิดขึ้นได้ภายในปี 2563
อุปสรรคของการซื้อขายหุ้นอาเซียนในปัจจุบัน คือ ยังไม่มีการซื้อขายผ่านอินเทอร์เน็ต โดยมีการซื้อทางอินเทอร์เน็ต แต่ขายผ่านนายหน้าค้าหลักทรัพย์ มีโบรกเกอร์บางแห่งมีธุรกรรมซื้อขายหุ้นต่างประเทศ แต่ไม่ผ่านอาเซียนลิงก์เกจเพราะเสียภาษีมากกว่า
“การซื้อขายผ่านอาเซียนหัก 10% สำหรับเงินปันผลแล้วยังต้องนำภาษีมาคำนวณภาษีสิ้นปี ทำให้เสียภาษีซ้ำซ้อน ตอนนี้กระทรวงการคลังกำลังดูให้ทั้งระบบ”
นอกจากนั้น ต้นปีหน้าตลาดหลักทรัพย์อาเซียนจะมีการออก ASEAN Index เป็นอีทีเอฟ กองทุนอาเซียนที่มีการปรับเปลี่ยนทุก 6 เดือน โดยนำหุ้นโดดเด่น 30 บริษัทในอาเซียน (ASEAN Star Index) และ Sector Index ทั้งกลุ่มธนาคาร และพลังงาน
ปีหน้าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะผ่อนคลายเพิ่มให้นักลงทุนรายย่อยหรือบริษัทจดทะเบียนในตลาดเพิ่มเติมในเรื่องเปิดให้นักลงทุนที่มีภาระผูกพันสามารถฝากเงินในบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศ (เอฟซีดี) ได้ในวงเงินตามภาระ โดยไม่จำกัดจำนวน จากเดิมที่จำกัดจำนวน และให้ฝากได้ไม่เกิน 1 ปี
ทั้งนี้ การให้รายย่อยไปลงทุนโดยตรง หรือไปซื้อสินทรัพย์ในต่างประเทศได้โดยไม่ต้องขอ ธปท. และไม่จำกัดเพดานการลงทุนต่อราย จากเดิมที่ให้ได้ไม่เกิน 100 ล้านเหรียญสหรัฐต่อราย ขณะนี้อยู่ระหว่างรอกระทรวงการคลังพิจารณาเพื่อจะได้ประกาศใช้ต่อไป
สำหรับบริษัทจดทะเบียนที่ออกไปลงทุนนอกประเทศนั้นไม่ควรติดกับแค่เออีซี ควรตั้งความหวังก้าวไกลไปถึงระดับโลก
ทั้งนี้ เพราะถ้าเทียบสิงคโปร์ที่เป็นคู่แข่ง นับได้ว่าเป็นประเทศที่ดำเนินธุรกิจมาตรฐานโลก มาเลเซียตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางการเงินของอิสลามของโลก เป็นศูนย์กลางของการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ทั้งตลาดปาล์มน้ำมันขนาดใหญ่
ดังนั้น ไทยควรตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางระดับโลกโดยใช้อาเซียนเป็นการส่งเสริมเท่านั้น แต่อย่ามองเป็นเป้าหมาย
นอกจากนั้น ควรทบทวนเรื่องการเปิดเสรีโดยเฉพาะกฎหมายประกอบธุรกิจคนต่างด้าวที่ยังล้าหลังอยู่มาก ทำให้ต้นทุนในการดำเนินธุรกิจสูง และควรแก้กฎหมายให้โอกาสคนเก่งเข้ามาทำงานในประเทศไทย อาทิ แพทย์ นักบิน เป็นต้น







