
เปิดธุรกิจโดดเด่นในปีหน้า
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยมี 7 ธุรกิจที่ได้รับปัจจัยหนุนเฉพาะทำให้เติบโตได้อย่างโดดเด่นในปี 2556
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยมี 7 ธุรกิจที่ได้รับปัจจัยหนุนเฉพาะทำให้เติบโตได้อย่างโดดเด่นในปี 2556
แม้เศรษฐกิจไทยในปีหน้าจะมีปัจจัยลบปกคลุมการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะแรงกดดันจากต้นทุนที่มีแนวโน้มสูงขึ้นจากการขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท ในอีก 70 จังหวัด การทยอยลดการอุดหนุนราคาพลังงานของภาครัฐ ซึ่งจะมีผลต่อราคาก๊าซธรรมชาติและก๊าซหุงต้ม ทั้งภาคครัวเรือน ขนส่ง และอุตสาหกรรม การปรับเพิ่มค่าไฟฟ้าเอฟทีรอบใหม่
แต่ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า จะมี 7 ธุรกิจที่ได้รับปัจจัยหนุนเฉพาะทำให้เติบโตได้อย่างโดดเด่นในปี 2556
1.อุตสาหกรรมรถยนต์ไทย คาดว่าจะยังคงความเป็นดาวเด่นต่อเนื่องจากปีนี้ โดยรับอานิสงส์จากตลาดส่งออก หลังจากค่ายรถเตรียมโยกกำลังการผลิตที่ดึงไปเพื่อรองรับตลาดในประเทศในปีนี้ จะกลับมาผลิตเพื่อส่งออกมากขึ้น และจะทำให้การส่งออกรถยนต์ขยายตัวได้อย่างโดดเด่น และทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ได้ต่อที่ระดับ 1.23 ล้านคัน ถึง 1.29 ล้านคัน ขยายตัว 20-26% จากยอดส่งออก 1.03 ล้านคัน ในปี 2555
สำหรับตลาดในประเทศยังคงมีช่วงจังหวะของการเติบโตอย่างต่อเนื่องจากการทยอยส่งมอบรถยนต์คันแรกที่รับจองไว้ โดยคาดว่ายังมียอดคงค้างรอส่งมอบในครึ่งปีแรกไม่ต่ำกว่า 4 แสนคัน แต่ช่วงครึ่งหลังของปีมีโอกาสหดตัวลง
การผลิตรถยนต์ปี 2556 ยังคงมีโอกาสทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่ได้ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ที่จำนวน 2.5 ล้านคัน ถึง 2.6 ล้านคัน จากที่บันทึกสถิติ 2.4 ล้านคัน ในปีนี้
ขณะที่ธุรกิจที่จะได้รับอานิสงส์ เช่น อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์สำหรับยานยนต์ ธุรกิจขนส่งและอุตสาหกรรมไฟฟ้า เครื่องเสียงติดรถยนต์และสายไฟฟ้า
2.ธุรกิจเทคโนโลยีสื่อสารและโทรคมนาคม เป็นหนึ่งในธุรกิจดาวเด่นที่จะมีอัตราการเติบโตสูง คาดว่าธุรกิจบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยเฉพาะบริการด้านข้อมูลจะมี ความเคลื่อนไหวอย่างคึกคัก ผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาต 3จี ต่างหันมาเร่งพัฒนาระบบเครือข่ายและเร่งขยายโครงข่ายในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และหัวเมืองใหญ่ พร้อมทั้งออกโปรโมชันการตลาดเร่งโอนย้ายลูกค้าจากระบบสัมปทาน 2จี เดิมไปสู่ระบบ3จี
นอกจากนี้ การเปิดให้บริการ 3จี ยังมีส่วนช่วยผลักดันให้เกิดเม็ดเงินลงทุนในธุรกิจวางโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมราว 1.25 แสนล้านบาท ในระยะเวลา 3 ปี
ตลาดบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่โดยรวมในปี 2556 มีอัตราเติบโตได้ 11.5-14.2% โดยมีมูลค่าตลาดรวม 2.1-2.14 แสนล้านบาท เทียบกับ 1.88 แสนล้านบาท ในปีนี้ โดยการบริการด้านข้อมูลจะยังคงเป็นตัวนำในการเติบโตไม่น้อยกว่า 35.6-44% หรือมีมูลค่าตลาด 6.6-7 หมื่นล้านบาท
ธุรกิจที่จะได้รับอานิสงส์ เช่น กลุ่มสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ต ธุรกิจบริการคอนเทนต์ อีคอมเมิร์ซ และสถาบันการเงิน (รายได้จากการดาวน์โหลดแอพพลิเคชันผ่านบัตรเครดิต)
3.ธุรกิจทีวีดาวเทียมและเคเบิลทีวีแข่งขันและเป็นจุดเปลี่ยนฟรีทีวี โดยคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จะเริ่มทยอยออกใบอนุญาตในช่วงเดือน ม.ค. 2556
นอกจากนี้ กสทช. ยังได้มีการวางแผนเปลี่ยนผ่านโทรทัศน์จากระบบอะนาล็อกสู่ระบบดิจิตอล โดยจะจัดให้มีการประมูลใบอนุญาตในเดือน มี.ค. 2556
ในปี 2556 ฐานผู้ชมรายการโทรทัศน์ผ่านทีวีดาวเทียมจะเพิ่มสู่ระดับ 17.4-18.1 ล้านครัวเรือน จากฐานผู้ชม 13.6 ล้านครัวเรือน ในปีนี้ ขณะที่เคเบิลทีวีมีราว 6.1-6.2 ล้านครัวเรือน จากฐานผู้ชม 5.7 ล้านครัว ธุรกิจที่จะได้รับอานิสงส์ เช่น กล่องและอุปกรณ์รับสัญญาณ โทรทัศน์ที่รับสัญญาณระบบดิจิตอลและธุรกิจโฆษณา
4.อุตสาหกรรมก่อสร้าง ในปี 2556 จะยังคงสามารถรักษาระดับการเติบโตได้เป็นตัวเลข 2 หลัก ด้วยอานิสงส์โครงการก่อสร้างภาครัฐ อาทิ แผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ 2.27 ล้านล้านบาท การพัฒนาโครงข่ายระบบคมนาคม โครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสาร โครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณูปโภค เช่น ไฟฟ้า ประปา ชลประทานและโทรคมนาคม และแผนแก้ไขปัญหาน้ำท่วม 3.5 แสนล้านบาท นอกจากนี้ยังมีโครงการก่อสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นพร้อมกันหลายสาย เช่น สายสีม่วง (ช่วงบางใหญ่บางซื่อ) สายสีเขียว ส่วนต่อขยายช่วงแบริ่งสมุทรปราการ และสายสีน้ำเงิน ช่วงบางซื่อท่าพระ และหัวลำโพงบางแค
ขณะที่ห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ การขยายฐานธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของผู้ประกอบการรายใหญ่จากกรุงเทพฯ ไปยังพื้นที่ต่างจังหวัด โดยเฉพาะการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม โรงงานอุตสาหกรรม และคลังสินค้า ในปี 2556 ภาคก่อสร้างไทยจะเติบโตประมาณ 11-12.2% เพิ่มขึ้นจากปีนี้ที่โตได้ 10% โดยคาดว่าจะมีมูลค่าการก่อสร้าง 1-1.05 ล้านล้านบาท ธุรกิจที่จะได้รับอานิสงส์ เช่น ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ธุรกิจค้าวัสดุก่อสร้าง เช่น ปูนซีเมนต์ เหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็ก และธุรกิจขนส่ง
5.ธุรกิจขนส่งจะเติบโตได้ดี ตามการฟื้นตัวของภาคส่งออก กิจกรรมการก่อสร้าง และความเจริญในท้องที่ต่างจังหวัด โดยปริมาณการขนส่งสินค้ามีแนวโน้มขยายตัวได้ดี ด้วยแรงหนุนจากภาคการก่อสร้าง การขยายสาขาของห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ การกระจายคลังสินค้าไปยังจังหวัดต่างๆ และการค้าชายแดน
สำหรับธุรกิจสายการบินในด้านของการขนส่งสินค้า คาดว่าจะกลับมาเติบโต ขณะที่การขนส่งคนนั้นจะเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงทั้งจากธุรกิจสายการบินทั่วไปและธุรกิจสายการบินต้นทุนต่ำ สายการบินต้นทุนต่ำต้องปรับกลยุทธ์การตลาดเพื่อรองรับการแข่งขันที่เกิดขึ้น คาดว่าการเติบโตของสายการบินต้นทุนต่ำในปีงบประมาณ 2556 อยู่ที่ 15-18% โดยผู้โดยสารจะเพิ่มขึ้นเป็น 23-24 ล้านคน
มูลค่าภาคการขนส่งและโลจิสติกส์ในปี 2556 น่าจะเติบโต 5.5-8.5% มีมูลค่าประมาณ 5.45-5.61 แสนล้านบาท จาก 5.17 แสนล้านบาทในปีนี้ ธุรกิจที่ได้รับอานิสงส์ คือสถานีบริการน้ำมัน
6.ธุรกิจโรงพยาบาลเอกชน การสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ การควบรวมกิจการของธุรกิจโรงพยาบาลเอกชน คาดว่าจะเริ่มมีการมองหาพันธมิตร เดินหน้าควบรวมกิจการโรงพยาบาลเอกชนในภูมิภาคมากขึ้น และหันมาให้ความสนใจกลุ่มคนไข้ที่มีรายได้สูงและคนไข้ต่างชาติมากขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมเพื่อก้าวไปสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
ทั้งปี 2556 คาดว่า ธุรกิจโรงพยาบาลจะมีรายได้ประมาณ 1.1-1.14 แสนล้านบาท มีอัตราการขยายตัว 15-20% ชะลอตัวลงจากที่ขยายตัว 28% ในปีนี้ ธุรกิจที่จะได้รับอานิสงส์ เช่น ธุรกิจเครื่องมือแพทย์ อพาร์ตเมนต์และเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์สำหรับชาวต่างชาติ
7.ยางพาราทิศทางราคาจะปรับตัวสูงขึ้น หลังจากปรากฏสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน น่าจะเป็นแรงหนุนให้ตลาดยางพาราโลกกลับมาขยายตัวดีขึ้น ทั้งในด้านปริมาณและราคา นอกจากนี้ยังมีแรงหนุนเสริมจากการอ่อนค่าของเงินเยน
ขณะที่อินโดนีเซียซึ่งเป็นประเทศผู้ผลิตยางรายใหญ่อันดับ 2 รองจากไทย อาจมีผลผลิตยางพาราลดลง 8.9% เพราะความร่วมมือของประเทศผู้ผลิตยางราย ในการรักษาเสถียรภาพยางน่าจะช่วยดึงราคาให้สูงขึ้น โดยราคายางพาราในตลาดล่วงหน้าโตเกียวล่าสุด เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 2555 ปรับตัวแตะระดับสูงสุดในรอบ 7 เดือน และสูงขึ้นกว่า 40% จากปัจจัยดังที่กล่าวน่าจะทำให้การส่งออกยางพาราของไทยกลับมาขยายตัวดีขึ้น จากปัจจัยด้านราคาเป็นสำคัญ
การส่งออกยางพาราในปีหน้า อาจมีมูลค่าเพิ่มขึ้นมาที่ระดับ 1-1.05 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 15-20% จากมูลค่า 8,740 ล้านเหรียญสหรัฐ ธุรกิจที่จะได้รับอานิสงส์ เช่น ธุรกิจแปรรูปยางและธุรกิจขนส่ง
ธุรกิจที่มีแนวโน้มการเติบโตในระดับปานกลาง แม้จะไม่โดดเด่น แต่ก็มีทิศทางบวก เช่น ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ อุตสาหกรรมอาหาร เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ค้าปลีก ท่องเที่ยวและโรงแรม และธุรกิจพลังงาน ธุรกิจอาจต้องเผชิญกับความท้าทาย คือ สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม อัญมณีและเครื่องประดับ ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ และธุรกิจเครื่องหนัง







