
หุ้นและอสังหาฯ ปีหน้าในสายตา "กิติชัย"
คงเห็นและคุ้นหน้าค่าตากับ “กิติชัย เตชะงามเลิศ” นักลงทุนรายใหญ่กับผลงานพ็อกเกตบุ๊กที่ขึ้นอันดับขายดีของร้านหนังสือหลายแห่ง “จาก 1 ล้านเป็น 500 ล้าน ผมทำอย่างไร” ซึ่งเขาเป็นคนหนึ่งที่ลงทุนทั้งในหุ้นและอสังหาริมทรัพย์โดยมีขนาดพอร์ตการลงทุนกว่า 400 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้น 70% และอสังหาริมทรัพย์ 30%
คงเห็นและคุ้นหน้าค่าตากับ “กิติชัย เตชะงามเลิศ” นักลงทุนรายใหญ่กับผลงานพ็อกเกตบุ๊กที่ขึ้นอันดับขายดีของร้านหนังสือหลายแห่ง “จาก 1 ล้านเป็น 500 ล้าน ผมทำอย่างไร” ซึ่งเขาเป็นคนหนึ่งที่ลงทุนทั้งในหุ้นและอสังหาริมทรัพย์โดยมีขนาดพอร์ตการลงทุนกว่า 400 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้น 70% และอสังหาริมทรัพย์ 30%
เขาลงทุนทั้งหุ้นและอสังหาริมทรัพย์ เพราะทั้งสองอย่างมีความหลากหลายและให้ผลตอบแทนแตกต่างกัน โดยหุ้นเหมือนยืนกระต่ายขาเดียวที่อาจมีสิทธิล้มได้ง่ายและมีความเสี่ยงสูงกว่า เพราะมีความผันผวนจากการเคลื่อนไหวดัชนี เพราะเคยเห็นดัชนีพุ่งสูง 1,700 จุด ลงมาต่ำสุดที่กว่า 200 จุดมาแล้ว
ขณะที่อสังหาริมทรัพย์ เขาบอกว่า เป็นสิ่งที่นักลงทุนควรมีอยู่ในพอร์ต เพราะยิ่งเก็บนานก็ยิ่งทวีมูลค่า โดยเฉพาะบริเวณใจกลางเมือง ซึ่งปกติมีทำเลดี ราคาที่ดินก็มีแต่เพิ่มขึ้นทุกปี แต่ปัจจุบันโครงการอสังหาฯ ใหม่ๆ ส่วนใหญ่จะเริ่มมีราคาสูงขึ้น เนื่องจากต้นทุนการก่อสร้างต่อโครงการสูง จากค่าแรงและราคาวัตถุดิบการก่อสร้างที่พุ่งขึ้น ฉะนั้นถ้าเลือกได้ถูกโครงการและได้ทำเลดี อัตราผลตอบแทนจะดีมาก
“กิติชัย” เล่าว่า ส่วนใหญ่ถ้าซื้อเก็งกำไรโครงการอสังหาริมทรัพย์ มักจะเลือกซื้อคอนโดมิเนียมย่านในกลางเมืองตามแนวรถไฟฟ้า เพราะปัจจุบันคนกรุงเทพฯ มีไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงและต้องการความมีสีสันมากขึ้น ยิ่งในโซนสุขุมวิทที่มีศูนย์การค้า ชุมชน และสิ่งบันเทิงครบครัน อีกทั้งในปี 2558 เกิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) เชื่อว่ากรุงเทพฯ จะต้องเป็นศูนย์กลางที่นักธุรกิจต่างชาติต้องหาที่อยู่อาศัยมากขึ้น อีกทั้งคอนโดต่างชาติมีความสะดวกสบายกว่าในการซื้อเพื่อเป็นเจ้าของมากกว่าบ้าน เพราะสามารถถือครองได้ไม่เกิน 49%
“ปีหน้าการเก็งกำไรคอนโดมิเนียมใจกลางเมืองยังสามารถลงทุนได้อยู่ หากได้โครงการที่ใช้ในทำเลดี เพราะอนาคตราคามีแต่เพิ่มขึ้น แต่การลงทุนในแนวราบส่วนใหญ่จะเป็นการประมูลมาจากกรมบังคับคดีมาแล้วเก็งกำไรขายต่อ ซึ่งก็มีทั้งในเมืองและชานเมืองบ้าง โดยปีหน้าจากที่หลายฝ่ายประเมินว่าความต้องการคอนโดมิเนียมอาจลดลง
แต่ส่วนตัวเห็นว่ายังมีความต้องการที่แท้จริงอยู่ ดูจากหลายโครงการมีการจัดสรรยูนิตให้น้อยลงกว่าเดิม หลังเจ้าของโครงการมีต้นทุนก่อสร้างเพิ่ม แต่ก็พยายามมีสิ่งอำนวยความสะดวกได้เหมือนเดิม
ทั้งนี้ เพื่อขายให้ลูกค้าในราคาที่ไม่แพงตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งปกติถ้าซื้อคอนโดแล้วปล่อยให้เช่า จะได้อัตราผลตอบแทนอย่างน้อย 6% แต่สิ่งที่อยากแนะนำนักลงทุนอสังหาฯ หน้าใหม่ พึงระมัดระวังเรื่องสภาพคล่องที่ต้องเตรียมเงินสดเวลาโอนให้ดี เพราะหากไม่มีการเตรียมพร้อมไว้จะถูกยึดเงินมัดจำในการผ่อนดาวน์ได้ง่าย” กิติชัย แนะ
สำหรับการลงทุนในหุ้นในไสไตล์ของ “กิติชัย” คือ เน้นการลงทุนหุ้นที่มีพื้นฐานดี อาจใช้งบการเงินเพื่อนำมาวิเคราะห์ในการลงทุนได้ วันนี้เขาย้ำเลยว่า นักลงทุนหน้าใหม่หลายคนที่ต้องการรวยเร็วโดยไม่ต้องทำงาน แล้วคอยนั่งดื่มกาแฟร้านสตาร์บัคส์เพื่อลงทุนออนไลน์มันไม่ได้ประสบความสำเร็จได้ง่าย ซึ่งอย่างผมต้องใช้เวลาสะสมประสบการณ์หลายปี และถ้าจะซื้อเพราะคนที่ประสบความสำเร็จในการลงทุนหุ้นก็ควรซื้อพร้อมอ่านหนังสือหลายเล่ม เช่นถ้าคุณซื้อหนังสืออ่าน 20 เล่ม ราคาเฉลี่ยเล่มละ 200 บาท เงิน 4,000 บาทที่คุณซื้อหนังสือไป อาจเป็นจำนวนเงินที่น้อยกว่าที่ผลขาดทุนจากการลงทุนหุ้นตัวหนึ่งด้วยซ้ำ
เขาแนะนำสิ่งแรกคือต้องหาสไตล์การลงทุนของตัวเองให้เจอ โดยเน้นหุ้นพื้นฐานดีและการลงทุนยาว หรือถ้าจะลงหุ้นเก็งกำไรอย่างไรก็ควรเป็นหุ้นที่มีพื้นฐานมากกว่าลงประเภทที่มีแต่ความหวือหวา เป็นหุ้นปั่นหรือหุ้นที่มีข่าวลือในห้องค้า
เขามองว่า เดือน ม.ค. 2556 หุ้นจะมีการปรับฐานยาว เพราะที่ผ่านมาตั้งแต่ดัชนีกว่า 1,200 จุด ดัชนีมีการปรับขึ้นตลอดเวลา ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่ดัชนีจะเพิ่มขึ้นได้ตลอดเวลา และถือว่าตอนนี้ราคาหุ้นปัจจุบันราคาก็ไม่ถูก แต่ก็เชื่อว่าหุ้นไทยจะมีโอกาสเห็นในระดับ 1,400 จุด เพราะมีทิศทางดีตามกลุ่มประเทศเอเชียที่จะดีกว่าภูมิภาคอื่น จากการนำของประเทศจีน
กลุ่มที่คาดว่าปีหน้าจะยังดีต่อเนื่องคือ กลุ่มธนาคารพาณิชย์ กลุ่มค้าปลีก กลุ่มวัสดุก่อสร้าง ซึ่งได้รับประโยชน์จากการบริโภคและลงทุนภายในประเทศ นอกจากนั้นยังเป็นกลุ่มสื่อที่มีโทรทัศน์ดาวเทียม เพราะปีหน้าจะมีการประมูลทีวีดิจิตอล ซึ่งอนาคตทีวีดาวเทียมจะบูมมาก ขณะที่อัตราค่าโฆษณายังมีช่องว่างที่จะปรับสูงขึ้นอีกมาก ขณะที่ต้นทุนในการผลิตเท่าเดิม เพราะปัจจุบันค่าโฆษณาในทีวีดาวเทียมช่วงไพรม์ไทม์ยังอยู่ระดับหลักหมื่นบาท เมื่อเทียบกับฟรีทีวีหลักแสนบาทต่อนาที







