posttoday
ปี’56ชงเคาะโรงถลุงเหล็ก

ปี’56ชงเคาะโรงถลุงเหล็ก

26 ธันวาคม 2555

อุตฯเสนอครม.มี2ทางเลือกหลัง4ทุนต่างชาติรอมานาน

อุตฯเสนอครม.มี2ทางเลือกหลัง4ทุนต่างชาติรอมานาน

กระทรวงอุตฯ เสนอ ครม.ต้นปี 2556 เคาะ 2 ทางเลือกโรงถลุงเหล็ก หลังต่างชาติ 4 ราย รอมาหลายปี

นายวิกรม วัชระคุปต์ ผู้อำนวยการสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมเสนอแผนส่งเสริมการลงทุนตั้งโรงถลุงเหล็กคุณภาพสูง ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในช่วงต้นปี 2556 ซึ่งเป็นการจัดทำโดยสถาบันเหล็กฯ ศึกษาไว้ 2 แนวทาง คือ 1.การลงทุนภายในประเทศ เน้นอุตสาหกรรมที่เป็นแบบเมืองเชิงนิเวศฯ (อีโคทาวน์) มีพื้นที่เป้าหมาย บริเวณภาคตะวันออก ภาคใต้ และ 2.การลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ทวาย ประเทศพม่า และเกาะกง ประเทศกัมพูชา

การนำแผนลงทุนโรงถลุงเหล็กเข้า ครม.ครั้งนี้ ไม่ต้องรอการพิจารณาจากคณะกรรมการพัฒนาอุตสาห กรรมแห่งชาติ (กอช.) โดยเป็นการตัดสินใจของ ครม. ซึ่งมั่นใจในปี 2556 จะเห็นภาพที่ชัดเจนมากขึ้น

สำหรับนักลงทุนที่แสดงความสนใจจะเข้ามาลงทุนก่อนหน้านี้ ได้แก่ นิปปอนสตีล เจเอฟอีสตีล อาร์เซลอร์ มิตตัล และบาวสตีล ก็ยังรอการกำหนดนโยบายที่ชัดเจนของภาครัฐอยู่ โดยเฉพาะพื้นที่ตั้ง ซึ่งหากได้ข้อสรุปจะทำให้เกิดการลงทุนรายละไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท โดยการลงทุนแต่ละรายจะมีมูลค่าประมาณรายละ 1 แสนล้านบาท

ปัจจุบันเอกชนทั้ง 4 รายยังไม่ได้ระบุว่าจะมีการตัดสินใจเปลี่ยนแปลงการลงทุน โดยรอสถานการณ์ภาพรวมเศรษฐกิจโลกให้ชัดเจนด้วย เพราะมีผลต่อปริมาณการผลิตและความต้องการเหล็กของตลาดโลกโดยรวม ซึ่งผลพวงจากวิกฤตเศรษฐกิจสหรัฐและยุโรป ทำให้ปริมาณเหล็กจากจีนจำนวนมากไหลเข้าสู่ตลาดโลก นอกจากนี้นักลงทุนญี่ปุ่นยังต้องการพื้นที่ลงทุนโรงถลุงเหล็กใหม่ เนื่องจากต้นทุนภายในประเทศของญี่ปุ่นมีสูงและมีปัญหาโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะไฟฟ้าที่ขาดแคลนหลังเกิดปัญหานิวเคลียร์ช่วงสึนามิ

ทั้งนี้ ปี 2556 ความต้องการใช้เหล็กของไทยจะอยู่ในระดับเกินกว่า 17 ล้านตัน จากปัจจุบันความต้องการใช้อยู่ที่ 16 ล้านตัน เนื่องจากภาคการก่อสร้างทั้งโครงการรัฐและเอกชนจะยังคงมีอัตราการเติบโต รวมถึงภาคอุตสาหกรรมที่ใช้เหล็ก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ได้รับอานิสงส์จากนโยบายรถคันแรกของรัฐบาล ขณะที่ในปี 2558 ที่จะมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) คาดว่าปริมาณความต้องการใช้เหล็กในภูมิภาคอาเซียนจะอยู่ที่ประมาณ 38 ล้านตัน เมื่อพิจารณาโครงการเหล็กที่จะเกิดในอนาคตในภูมิภาคว่าจะมีกำลังผลิตรวมกันเพียง 22 ล้านตันเท่านั้น

“ ความต้องการเหล็กภาพรวมจะยังขยายตัวต่อเนื่องมากเพราะคาดว่าภาคการก่อสร้างจะยังเติบโตทั้งจากรัฐและเอกชน รวมถึงอุตสาหกรรมยานยนต์ที่จะมีผลต่อการใช้เหล็กแผ่นจำนวนมาก แต่ภาพรวมราคาเหล็กตลาดโลกจะยังคงทรงตัวเช่นปีนี้ โดยเหล็กแผ่นเฉลี่ยน่าจะอยู่ในระดับ 23 บาท/ก.ก.”นายวิกรมกล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท