posttoday
ระดมกำลังเข้มปลอดภัยรับไทย/เทษเที่ยวปีใหม่

ระดมกำลังเข้มปลอดภัยรับไทย/เทษเที่ยวปีใหม่

26 ธันวาคม 2555

เทศกาลปีใหม่ระหว่างวันที่ 29 ธ.ค. 2555-1 ม.ค. 2556 ปีนี้ เป็นอีกเทศกาลที่คาดว่าจะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวไทยอีกทางหนึ่ง จากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศที่เดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทย

เทศกาลปีใหม่ระหว่างวันที่ 29 ธ.ค. 2555-1 ม.ค. 2556 ปีนี้ เป็นอีกเทศกาลที่คาดว่าจะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวไทยอีกทางหนึ่ง จากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศที่เดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทย

ทั้งนี้ ความปลอดภัยถือเป็นเรื่องสำคัญอันดับต้นๆ ที่นักท่องเที่ยวโดยเฉพาะชาวต่างชาติตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยว ซึ่งที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าปัจจัยลบจากความวุ่นวายทางการเมืองของไทย มีส่วนบั่นทอนความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีต่อประเทศไทยไม่น้อย

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของผู้ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน ต่างพยายามร่วมกันในการสร้างความเชื่อมั่นให้กลับคืนมาอีกครั้ง

และในปีนี้ก็เช่นกัน ที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยวและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ระดมกำลังเจ้าหน้าที่จากกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 80 นาย รถจักรยาน 4 คัน รถจักรยานยนต์สายตรวจ 10 คัน รถสามล้อเครื่อง 12 คัน รถยนต์สายตรวจจากตำรวจท่องเที่ยวกว่า 10 คัน เครือข่ายภาคประชาชน ผู้ประกอบการรถตุ๊กตุ๊กและอาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยว ร่วมรณรงค์รักษาความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้

วัชระ กรรณิการ์ โฆษกกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ความร่วมมือดังกล่าว เพื่ออำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ พร้อมทั้งเน้นการแก้ปัญหาที่เกิดกับนักท่องเที่ยว เช่น ปัญหานักท่องเที่ยวถูกหลอกลวง ปัญหาอาชญา กรรม และปัญหายาเสพติด อันเป็นมาตรการพิเศษที่ทำในระยะสั้นเสริมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)

สำหรับจุดหลักๆ ที่จะตระเวนออกตรวจ ได้แก่ บริเวณลานเซ็นทรัลเวิลด์ ถนนข้าวสาร และบริเวณถนนสุขุมวิท นอกจากนี้จะกระจายไปยังจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว เช่น จ.ภูเก็ต เชียงใหม่ หัวหิน และพัทยา โดยการจับมือร่วมกันระหว่างกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยวและตำรวจภูธร

วัชระ กล่าวด้วยว่า มั่นใจว่าปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางตามเป้าที่วางไว้ โดยมีรายได้จากนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติจำนวน 1.31.5 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 9 แสนล้านบาท เดินทาง 21.5 ล้านคน และรายได้จากนักท่องเที่ยวคนไทยประมาณ 4 แสนล้านบาท หรือมีคนไทยเดินทางท่องเที่ยว 104 ล้านคนครั้ง

ขณะที่มาตรการสร้างรายได้ 2 ล้านล้านบาท ตามนโยบายของรัฐบาล กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. และภาคเอกชนมีแนวคิดที่จะเพิ่มรายได้จากสินค้าท่องเที่ยว โดยการยกระดับงานให้เป็นเทศกาล เช่น เทศกาลสงกรานต์ เทศกาลลอยกระทง ร่วมถึงการเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมเข้าสู่แหล่งท่องเที่ยวจากอ่าวไทยสู่อันดามัน โดยปีหน้าสิ่งที่ต้องเร่งทำคือ การทำตลาดแบบเร่งด่วนและการปรับปรุงระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน

ด้าน พล.ต.ต.รอย อิงคไพโรจน์ ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว เปิดเผยถึงมาตรการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ ว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กำชับให้ตำรวจการท่องเที่ยวสอดส่องดูแลความเรียบร้อย ในจุดที่มีการจัดกิจกรรมเคาต์ดาวน์ทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานครและต่างจังหวัดอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะจุดที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปร่วมงานจำนวนมาก ซึ่งมีความสุ่มเสี่ยงจะเกิดปัญหา เช่น เซ็นทรัลเวิลด์ ถนนข้าวสาร พัทยา เชียงใหม่ ภูเก็ต และหัวหิน โดยเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจการท่องเที่ยวประจำจุดต่างๆ มากเป็นพิเศษ รวมทั้งได้มีการประสานความร่วมมือและหารือร่วมกับกรมการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร ตำรวจนครบาล ตำรวจภูธร และอาสาสมัครจากหน่วยงานต่างๆ ในการสอดส่องดูแลความเรียบร้อยตลอด 24 ชั่วโมง

ทั้งนี้ ปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวมี 2 เรื่อง คือ ปัญหาอาชญากรรม การทำร้ายร่างกายและปัญหาการหลอกลวงนักท่องเที่ยว ซึ่งแม้จะมีจำนวนไม่มากแต่เป็นปัญหาที่สร้างความเสียหายต่อประเทศชาติอย่างมหาศาล ซึ่งยอมรับว่าจำนวนเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติ งานดูแลด้านความปลอดภัยมีไม่เพียงพอ จึงอยากให้ประชาชนในพื้นที่ช่วยเป็นหูเป็นตา หากพบเหตุที่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที เพื่อตัดโอกาสในการก่อเหตุของคนร้าย

จากสถิติอาญากองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว ในปี 2555 มีการจับและดำเนินคดีเกี่ยวกับคดีท่องเที่ยวได้ทั้งสิ้นประมาณ 3,805 คดี จากการรับแจ้ง 1,938 คดี เพิ่มขึ้นจากปี 2554 สัดส่วน 50.57% ที่มีการจับกุมและดำเนินคดีจำนวน 2,527 คดี แต่การรับแจ้งลดลง 5.96% การยอดการรับแจ้งจำนวน 2,61 คดี

คดีที่ครองแชมป์มีการกระทำผิดและจับได้อันดับ 1 คือการกระทำผิดพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง จับได้ 1,436 คดี เพิ่มขึ้น 1,067% จากปี 2554 ที่มีการจับได้จำนวน 123 คดี อันดับ 2 คือคดีก่อความวุ่นวาย วิ่งราว จับได้จำนวน 830 คดี ลดลงจากปีก่อน 11.93% จาก 943 ในปี 2554 และอันดับ 3 คือ ต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง 455 คดี เพิ่มขึ้น 42% จากปี 2554 จำนวน 263 คดี

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล