
เวทีโลกยกไทยเน้นท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์
อพท.ปลื้มเวทีนานาชาติด้านท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ยกไทยเป็นกรณีศึกษา เพราะพัฒนาจริงจัง
อพท.ปลื้มเวทีนานาชาติด้านท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ยกไทยเป็นกรณีศึกษา เพราะพัฒนาจริงจัง
พ.อ.นาฬิกอติภัค แสงสนิท ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเทียวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. เปิดเผยว่า ที่ประชุมนานาชาติด้านการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งจัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “การสร้างสรรค์ : ทัศนคติใหม่ของนักท่องเที่ยว” ได้กล่าวถึงรูปแบบการท่องเที่ยวในอนาคตว่า ปัจจุบันรูปแบบการท่องเที่ยวเริ่มพัฒนาเปลี่ยนแปลง แบ่งได้เป็น 4 ขั้นตอน
ทั้งนี้ ได้แก่ 1.การท่องเที่ยวเฉพาะเมืองใหญ่ (Grand Tour) เป็นการท่องเที่ยวแบบผิวเผิน เน้นการถ่ายรูปเป็นที่ระลึก 2.การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม (Cultural Tourism) นักท่องเที่ยวให้ความสนใจและเข้าใจความเป็นท้องถิ่นมากกว่าสนใจแค่สิ่งปลูกสร้าง 3.การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ (Creative Ourism) เข้าถึงความเป็นตัวตนความเป็นวัฒนธรรมของท้องถิ่น ใช้เวลาในการเรียนรู้นานขึ้น และ 4.การท่องเที่ยวเชิงสัมพันธ์
ได้เปิดเผยตัวเลขจากการวิจัยโดยพบว่า การฟังทำให้คนร้อยละ 10 จำได้ การได้พูดทำให้คนร้อยละ 30 จำได้ การเห็นทำให้คนร้อยละ 50 จำได้ และการลงมือทำทำให้คนร้อยละ 90 จำได้ จากตัวเลขดังกล่าวสอดคล้องกับรูปแบบการจัดกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวได้ลงมือปฏิบัติเพื่อได้เรียนรู้และสัมผัสประสบการณ์จริงด้วยตัวเองในระหว่างที่เดินทางท่องเที่ยว หรือที่เรียกว่า การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ โดยมีจุดเริ่มต้นจากแนวคิดการทำซ้ำซึ่งจะเป็นผลดีที่ช่วยให้เกิดการจดจำ
ที่ประชุมยังได้กล่าวถึงรูปแบบการท่องเที่ยวในอนาคตว่า ปัจจุบันรูปแบบการท่องเที่ยวเริ่มมีการพัฒนาเปลี่ยนแปลง แบ่งได้เป็น 4 ขั้นตอนได้แก่ 1.การท่องเที่ยวเฉพาะเมืองใหญ่ (Grand Tour) เป็นการท่องเที่ยวแบบผิวเผิน เน้นการถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับสถานทีต่างๆ ของเมือง 2.การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม (Cultural Tourism) คือนักท่องเที่ยวเริ่มให้ความสนใจและเข้าใจความเป็นท้องถิ่นมากกว่าการสนใจแค่สิ่งปลูกสร้าง 3.การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ (Creative Tourism) เข้าถึงความเป็นตัวตนความเป็นวัฒนธรรมของท้องถิ่น ใช้เวลาในการเรียนรู้นานขึ้น และ 4.การท่องเที่ยวเชิงสัมพันธ์ (Relationship Tourism) เป็นการท่องเที่ยวที่ไม่รู้สึกว่าไปเที่ยวแต่เหมือนไปเยี่ยมเยือนบ้านญาติ และใช้เวลาอยู่นานขึ้น นางแคโรไลน์ โคว์เรท ผู้จัดการเครือข่ายการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ได้เสนอให้สมาชิกในที่ประชุมใช้ประเทศไทยเป็นกรณีศึกษาเนื่องจากมีความจริงจังกับการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์มาก และยังเป็นประเทศที่มีทรัพยากรเชิงวัฒนธรรมที่เอื้อต่อการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ทำให้ที่ประชุมทราบการทำงานของ อพท. และประเทศไทย ในด้านการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์
ในการประชุมครั้งนี้ มีตัวแทนจากองค์กรต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมประชุม ซึ่ง อพท.ได้มีโอกาสพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับตัวแทนจากสมาคมมัคคุเทศก์ท้องถิ่นและมัคคุเทศก์อิสระของฝรั่งเศส โดยเขากล่าวถึงประเทศไทยว่า การท่องเที่ยวของไทยยังเป็นรูปแบบโปรแกรมที่มีตารางเวลาตายตัว ปรับเปลี่ยนไม่ได้ และมัคคุเทศก์ไทยก็มักเน้นที่จะทำธุรกิจมากคือจะพาไปเทียวที่เดิมๆ ซื้อของร้านเดิมๆ จึงแนะนำว่าประเทศไทยควรมีการพัฒนาการนำเที่ยวแบบใหม่ๆ พร้อมยกตัวอย่างในกรุงปารีสซึ่งปัจจุบันมีสมาคมมัคคุเทศก์อิสระซึ่งจะเน้นการนำเที่ยวแบบอิสระ นำนักท่องเที่ยวไปสถานที่ที่น่าสนใจ เช่น ตรอก ซอกซอย ที่มีความน่าในใจ แต่สถานที่ดังกล่าวจะไม่ได้บรรจุอยู่ในโปรแกรมการท่องเที่ยวแบบปรกติ







