
ชี้อสังหาพัทยายังไม่อิ่มตัว
บลู สกาย ชี้ลงทุนอสังหาฯ พัทยาแซงหน้าภูเก็ต ขึ้นเป็นอันดับสองรองจากกรุงเทพฯ มั่นใจตลาดยังไม่อิ่มตัว
บลู สกาย ชี้ลงทุนอสังหาฯ พัทยาแซงหน้าภูเก็ต ขึ้นเป็นอันดับสองรองจากกรุงเทพฯ มั่นใจตลาดยังไม่อิ่มตัว
นายธวัชชัย สัจจเดว์ ผู้อำนวยการ บริษัท บลู สกาย โครงการ “แกรนด์ แคริบเบียน คอนโด รีสอร์ท พัทยา” เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดพัทยาในปัจจุบันเมื่อเทียบกับ 3 ปีที่ผ่านมา ว่า แตกต่างกันมาก เพราะตั้งแต่เปิดให้บริการสนามบินสุวรรณภูมิ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวประมาณ 50% หันมาท่องเที่ยวจังหวัดทางภาคตะวันออกโดยเฉพาะพัทยา เพราะใช้ระยะเวลาในการเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ ไม่นานมากนัก
“ผลจากการท่องเที่ยวทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในพัทยาเริ่มบูมมาก สังเกตได้จากการที่มีผู้ประกอบการรายใหญ่ รายกลาง เข้าไปลงทุนเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้มียอดขายรวมแซง จ.ภูเก็ต ขึ้นเป็นอันดับ 2 รองจากกรุงเทพฯ ไปแล้ว” นายธวัชชัย กล่าว
สำหรับผู้ประกอบการนั้นเดิมจะมีชาวต่างชาติเข้ามาพัฒนาและขายอสังหาฯเป็นจำนวนมาก ในขณะที่ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาผู้ประกอบการชาวไทยก็เข้ามาพัฒนาโครงการกันมากเช่นกัน เนื่องจากการขยายฐานออกมายังภูมิภาคจะช่วยให้บรรดาผู้ประกอบการมีต้นทุนที่ต่ำกว่าเดิมแต่กลับมีอัตราผลกำไรเพิ่มมากขึ้น อันเนื่องมาจาก 3 ปัจจัยหลัก คือ ราคาที่ดินที่ในพัทยายังไม่ค่อยสูงมากนักเมื่อเทียบกับกรุงเทพฯ ต้นทุนการก่อสร้างอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับกรุงเทพฯ และราคาขายที่สามารถตั้งขายได้ในระดับเดียวกับโครงการในกรุงเทพฯ
ทั้งนี้ ตลาดอสังหาฯ ในพัทยามีอัตราการเติบโตสูง มีดีมานด์และซัพพลายที่แข็งแกร่ง และยังสามารถไปได้อีก 2 ปี แต่หลังจากนั้นต้องมาดูกันอีกครั้งหนึ่ง ปัจจุบันมีโครงการคอนโดมิเนียมเกิดใหม่เฉลี่ยปีละ 1 หมื่นยูนิต ราคาขายที่ได้รับความนิยมอยู่ที่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่คือคนไทยและรัสเซีย
ในขณะที่ราคาขายที่ดินย่านวงศ์อมาตย์ หากตั้งอยู่ติดชายทะเล มีเจ้าของที่ดินเสนอขายในราคาสูงสุดอยู่ที่ไร่ละ 100 ล้านบาท นอกนั้นราคาขายเฉลี่ยไร่ละ 30 ล้านบาท ซึ่งมั่นใจว่าตลาดพัทยายังไม่ถึงจุดอิ่มตัว
สำหรับความคืบหน้าโครงการ “แกรนด์ แคริบเบียน คอนโด รีสอร์ท พัทยา” ตั้งอยู่บริเวณเขาพระตำหนัก ภายหลังจากที่เปิดการขายตั้งแต่เดือนเมษายน 2555 ที่ผ่านมา ปัจจุบันมียอดขายแล้วประมาณ70% แบ่งเป็นคนไทย 70% ต่างชาติ 30% มีทั้งกลุ่มซื้อเพื่ออยู่อาศัยและซื้อเพื่อการลงทุน ปัจจุบันได้ปิดการขายอาคารโลว์ไรส์ทั้ง 4 อาคารแล้วเหลือเพียงอาคารไฮไรส์ อีกประมาณ 300 ยูนิต คาดว่าจะสามารถปิดการขายได้ทั้งหมดภายในไตรมาส 4/2556 และคาดว่าจะสามารถส่งรายงานการเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ได้ภายในต้นปี 2556 โครงการตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ 11.5 ไร่ ประกอบประกอบด้วยอาคารสูง 8 ชั้น จำนวน 4 อาคาร และอาคารสูง 30 ชั้น จำนวน 1 อาคาร จำนวนทั้งหมด 1,064 ห้อง ขนาด 12ห้องนอน พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 34.569 ตร.ม. ราคาขายเริ่มต้นที่ 1.59 ล้านบาท มูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท







