posttoday
ชี้อสังหาพัทยายังไม่อิ่มตัว

ชี้อสังหาพัทยายังไม่อิ่มตัว

26 ธันวาคม 2555

บลู สกาย ชี้ลงทุนอสังหาฯ พัทยาแซงหน้าภูเก็ต ขึ้นเป็นอันดับสองรองจากกรุงเทพฯ มั่นใจตลาดยังไม่อิ่มตัว

บลู สกาย ชี้ลงทุนอสังหาฯ พัทยาแซงหน้าภูเก็ต ขึ้นเป็นอันดับสองรองจากกรุงเทพฯ มั่นใจตลาดยังไม่อิ่มตัว

นายธวัชชัย สัจจเดว์ ผู้อำนวยการ บริษัท บลู สกาย โครงการ “แกรนด์ แคริบเบียน คอนโด รีสอร์ท พัทยา” เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดพัทยาในปัจจุบันเมื่อเทียบกับ 3 ปีที่ผ่านมา ว่า แตกต่างกันมาก เพราะตั้งแต่เปิดให้บริการสนามบินสุวรรณภูมิ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวประมาณ 50% หันมาท่องเที่ยวจังหวัดทางภาคตะวันออกโดยเฉพาะพัทยา เพราะใช้ระยะเวลาในการเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ ไม่นานมากนัก

“ผลจากการท่องเที่ยวทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในพัทยาเริ่มบูมมาก สังเกตได้จากการที่มีผู้ประกอบการรายใหญ่ รายกลาง เข้าไปลงทุนเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้มียอดขายรวมแซง จ.ภูเก็ต ขึ้นเป็นอันดับ 2 รองจากกรุงเทพฯ ไปแล้ว” นายธวัชชัย กล่าว

สำหรับผู้ประกอบการนั้นเดิมจะมีชาวต่างชาติเข้ามาพัฒนาและขายอสังหาฯเป็นจำนวนมาก ในขณะที่ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาผู้ประกอบการชาวไทยก็เข้ามาพัฒนาโครงการกันมากเช่นกัน เนื่องจากการขยายฐานออกมายังภูมิภาคจะช่วยให้บรรดาผู้ประกอบการมีต้นทุนที่ต่ำกว่าเดิมแต่กลับมีอัตราผลกำไรเพิ่มมากขึ้น อันเนื่องมาจาก 3 ปัจจัยหลัก คือ ราคาที่ดินที่ในพัทยายังไม่ค่อยสูงมากนักเมื่อเทียบกับกรุงเทพฯ ต้นทุนการก่อสร้างอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับกรุงเทพฯ และราคาขายที่สามารถตั้งขายได้ในระดับเดียวกับโครงการในกรุงเทพฯ

ทั้งนี้ ตลาดอสังหาฯ ในพัทยามีอัตราการเติบโตสูง มีดีมานด์และซัพพลายที่แข็งแกร่ง และยังสามารถไปได้อีก 2 ปี แต่หลังจากนั้นต้องมาดูกันอีกครั้งหนึ่ง ปัจจุบันมีโครงการคอนโดมิเนียมเกิดใหม่เฉลี่ยปีละ 1 หมื่นยูนิต ราคาขายที่ได้รับความนิยมอยู่ที่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่คือคนไทยและรัสเซีย

ในขณะที่ราคาขายที่ดินย่านวงศ์อมาตย์ หากตั้งอยู่ติดชายทะเล มีเจ้าของที่ดินเสนอขายในราคาสูงสุดอยู่ที่ไร่ละ 100 ล้านบาท นอกนั้นราคาขายเฉลี่ยไร่ละ 30 ล้านบาท ซึ่งมั่นใจว่าตลาดพัทยายังไม่ถึงจุดอิ่มตัว

สำหรับความคืบหน้าโครงการ “แกรนด์ แคริบเบียน คอนโด รีสอร์ท พัทยา” ตั้งอยู่บริเวณเขาพระตำหนัก ภายหลังจากที่เปิดการขายตั้งแต่เดือนเมษายน 2555 ที่ผ่านมา ปัจจุบันมียอดขายแล้วประมาณ70% แบ่งเป็นคนไทย 70% ต่างชาติ 30% มีทั้งกลุ่มซื้อเพื่ออยู่อาศัยและซื้อเพื่อการลงทุน ปัจจุบันได้ปิดการขายอาคารโลว์ไรส์ทั้ง 4 อาคารแล้วเหลือเพียงอาคารไฮไรส์ อีกประมาณ 300 ยูนิต คาดว่าจะสามารถปิดการขายได้ทั้งหมดภายในไตรมาส 4/2556 และคาดว่าจะสามารถส่งรายงานการเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ได้ภายในต้นปี 2556 โครงการตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ 11.5 ไร่ ประกอบประกอบด้วยอาคารสูง 8 ชั้น จำนวน 4 อาคาร และอาคารสูง 30 ชั้น จำนวน 1 อาคาร จำนวนทั้งหมด 1,064 ห้อง ขนาด 12ห้องนอน พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 34.569 ตร.ม. ราคาขายเริ่มต้นที่ 1.59 ล้านบาท มูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท

 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ