posttoday
อัตราภาษีใหม่ที่ผู้มีเงินได้ควรรู้

อัตราภาษีใหม่ที่ผู้มีเงินได้ควรรู้

26 ธันวาคม 2555

เมื่อสัปดาห์ก่อน ข่าวใหญ่ที่ทำให้ผู้มีเงินได้มีเฮก็คือ ข่าวการปรับลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาลงในปีหน้าค่ะ การปรับลดครั้งนี้มีผลทำให้ผู้มีเงินได้เสียภาษีลดลงจากเดิม ซึ่งเป็นผลมาจากการแบ่งซอยช่วงอัตราภาษีให้ถี่ขึ้น จากเดิมที่มี 5 ขั้น เป็น 7 ขั้น รวมทั้งปรับลดอัตราภาษีขั้นสุดท้ายลงจากอัตรา 37% เป็น 35% ค่ะ

เมื่อสัปดาห์ก่อน ข่าวใหญ่ที่ทำให้ผู้มีเงินได้มีเฮก็คือ ข่าวการปรับลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาลงในปีหน้าค่ะ การปรับลดครั้งนี้มีผลทำให้ผู้มีเงินได้เสียภาษีลดลงจากเดิม ซึ่งเป็นผลมาจากการแบ่งซอยช่วงอัตราภาษีให้ถี่ขึ้น จากเดิมที่มี 5 ขั้น เป็น 7 ขั้น รวมทั้งปรับลดอัตราภาษีขั้นสุดท้ายลงจากอัตรา 37% เป็น 35% ค่ะ

ถ้าลองมาดูที่รายละเอียดตามตารางจะพบว่า เงินได้สุทธิที่ 1.5 แสนบาทแรก ที่เดิมเคยได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษี ในการปรับลดอัตราภาษีใหม่ครั้งนี้ เงินได้สุทธิ 1.5 แสนบาทแรกก็ยังคงได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีนะคะ

ดังนั้น หมายความว่า ผู้ที่มีเงินได้ 2.4 แสนบาทต่อปี หรือเงินเดือน 2 หมื่นบาทต่อเดือน โดยไม่มีรายได้อื่น ก็ยังคงไม่เสียภาษี

ส่วนผู้ที่มีเงินได้มากกว่านั้น ก็ต้องมาลองคำนวณดูว่าอัตราภาษีใหม่ที่กำลังจะออกมา เราจะตกอยู่ในช่วงใด

เพราะจากเดิมที่มีการแบ่งออก 5 ช่วง และเริ่มคิดที่อัตราภาษี 10% ก็มีการแบ่งซอยออกว่า ผู้ที่มีเงินได้สุทธิ 3 แสนบาทแรกนั้น จะเริ่มเสียภาษีที่อัตรา 5% ค่ะ

ดังนั้น สำหรับผู้มีเงินได้สุทธิที่ 3 แสนบาท เดิมเคยเสียภาษีสะสมอยู่ที่ 1.5 หมื่นบาท จะเสียภาษีตามอัตราใหม่อยู่ที่ 7,500 บาทค่ะ ลดลง 7,500 บาท หรือ 50% เลยทีเดียว ได้ประโยชน์อย่างมากค่ะสำหรับกลุ่มนี้

ในขณะที่ผู้มีเงินได้สุทธิทั้งปีอยู่ที่ 4 ล้านบาท เดิมเคยเสียภาษีสะสมอยู่ที่ 1.035 ล้านบาท เมื่อใช้อัตราภาษีใหม่ที่มีขั้นมากขึ้น และมีการปรับอัตราลดลง จะเสียภาษีสะสมแค่ 9.65 แสนบาท ลดลงถึง 7 หมื่นบาทเลยทีเดียว

มาถึงตรงนี้ ผู้ที่มีเงินได้อยู่ตรงช่วงกลางๆ คงแอบอิจฉาผู้ที่เสียภาษีลดลง 50% และผู้ที่สามารถประหยัดภาษีได้ก้อนใหญ่ถึง 7 หมื่นบาท ก็ต้องบอกว่า อย่าเพิ่งน้อยใจไปค่ะ เพราะขั้นที่ซอยมากขึ้นก็ช่วยลดภาษีลงและเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ที่มีเงินได้ช่วงตรงกลางเช่นกัน

เพราะจะเห็นได้ว่า ถ้าเงินได้สุทธิเราลดลงจากการใช้สิทธิหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนเพิ่มขึ้น ก็จะมีผลทำให้อัตราภาษีของเราสามารถลดลงได้เพิ่มขึ้นถึง 5% เช่น ถ้ามีเงินได้สุทธิอยู่ที่ 8 แสนบาท เดิมต้องเสียภาษีที่อัตรา 20% แต่ถ้าสามารถลดเงินได้สุทธิลงเหลือ 7.5 แสนบาท อัตราภาษีจะลดขั้นมาอยู่ที่ 15% ทันที

อัตราภาษีใหม่จึงเอื้อประโยชน์ต่อผู้เสียภาษีทุกคน ไม่ว่าจะมีรายได้มากหรือรายได้น้อยค่ะ

โดยการออมและลงทุนประหยัดภาษีจะเป็นพระเอกสำคัญ ถ้าเราสามารถใช้สิทธิได้อย่างเต็มที่ ก็จะช่วยลดขั้นของอัตราภาษีลงได้

อย่างไรก็ดี จะพบว่าคนส่วนใหญ่มักจะเลือกลงทุนประหยัดภาษีในช่วงโค้งสุดท้าย (เช่นในสัปดาห์นี้) ทำให้บางครั้งไม่ได้ใช้สิทธิออมและลงทุนประหยัดอย่างเต็มที่ เพราะเก็บเงินมาไม่พอค่ะ เสียโอกาสไปอย่างน่าเสียดาย

ในโอกาสส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ จึงอยากเชิญชวนให้ลองประมาณเงินได้ปีหน้าและวางแผนออมลงทุนประหยัดภาษีด้วยประกันชีวิต กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ และกองทุนรวมหุ้นระยะยาวตั้งแต่ต้นปีค่ะ เพื่อที่จะได้ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีอย่างเต็มที่

มีเงินออมกันเยอะๆ ร่ำรวยกันทุกคน สวัสดีปีใหม่นะคะ

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี