posttoday
เทคโนโลยี 3จีดันอุปกรณ์ไฮเทคปัจจัยที่ห้า

เทคโนโลยี 3จีดันอุปกรณ์ไฮเทคปัจจัยที่ห้า

25 ธันวาคม 2555

ความสำเร็จที่อุปกรณ์เทคโนโลยีต่างๆ สามารถกลายมาเป็นปัจจัยที่ 5 ของคนทั่วโลก ใครๆ ก็มีโน้ตบุ๊ก สมาร์ตโฟน หรือแท็บเล็ตพกติดตัวเสมือนเป็นอวัยวะที่ 33 ปรากฏการณ์เทคโนโลยีเปลี่ยนชีวิตนี้ นับเป็นเรื่องน่าติดตาม ว่าถัดไปเทคโนโลยีจะเข้ามาสร้างการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้ชีวิตปี 2556 อย่างไร

ความสำเร็จที่อุปกรณ์เทคโนโลยีต่างๆ สามารถกลายมาเป็นปัจจัยที่ 5 ของคนทั่วโลก ใครๆ ก็มีโน้ตบุ๊ก สมาร์ตโฟน หรือแท็บเล็ตพกติดตัวเสมือนเป็นอวัยวะที่ 33 ปรากฏการณ์เทคโนโลยีเปลี่ยนชีวิตนี้ นับเป็นเรื่องน่าติดตาม ว่าถัดไปเทคโนโลยีจะเข้ามาสร้างการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้ชีวิตปี 2556 อย่างไร

ประสิทธิ์ วรฉัตราวณิช รองผู้จัดการทั่วไปและผู้อำนวยการนิวมีเดียและอีคอมเมิร์ซ บริษัท เออาร์ไอพี มองไล่ไปตั้งแต่ผู้พัฒนาเทคโนโลยีว่า 4 ยักษ์ใหญ่ในวงการเทคโนโลยียังคงเป็นเช่นเดิม ทั้งกูเกิลที่ครองโลกออนไลน์ พัฒนาตัวเองจากระบบค้นหา กลายเป็นองค์ความรู้ในแทบทุกสิ่งจากทั่วโลก แอปเปิลที่ยังครองแชมป์นวัตกรรมสินค้าไอทีสำหรับผู้บริโภค ที่แม้จะลดระดับลงไปบ้างแต่ก็ยังแข็งแกร่ง เฟซบุ๊กเจ้าพ่อโซเชียลเน็ตเวิร์กที่มีประชากรเป็นอันดับ 3 ของโลก และอะเมซอน เจ้าของคอนเทนต์ หนังสือ เพลง หนังและอื่นๆ

เมื่อมองไปในปี 2556 ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า สิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงไป เทคโนโลยีที่จะเข้ามาใกล้คนมากขึ้น เป็นที่แพร่หลายมากขึ้น อาจไม่ใช่เรื่องที่แปลกใหม่ แต่จะกลายเป็นสิ่งที่พัฒนาให้ดีขึ้นกว่าเดิม ทั้งหมดจะต้องสามารถเชื่อมต่อกันได้ทุกที่ทุกเวลา โดยมีปัจจัยหลัก 3 ส่วน หัวใจ คือ โครงข่าย ที่ต้องเป็น 3จี และบรอดแบนด์หรืออะไรที่ล้ำสมัยกว่านั้น ดังที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในไทยปลายไตรมาสแรกปี 2556 ถ้าไม่มีโครงข่ายทุกอย่างก็ไม่เกิด สิ่งต่อมา คือ คอนเทนต์และบริการที่ต้องมีความเป็นดิจิตอล และสิ่งสุดท้าย คือ สมาร์ตดีไวซ์ในทุกรูปแบบ

ย้อนกลับมามองสิ่งที่เกิดขึ้นในปีนี้และจะส่งผลถึงปีหน้า อันดับแรก คือ การเปิดตัวไมโครซอฟท์ วินโดวส์ 8 ที่ค่อนข้างมาช้าและยังไม่มีอุปกรณ์ออกมารองรับได้ทัน ทำให้คาดว่ากว่าจะเห็นผลของวินโดวส์ 8 อาจต้องรอถึงครึ่งปีหลังของปี 2556 ผู้ใช้ยังต้องใช้เวลาเรียนรู้อีกระยะหนึ่ง แต่ผลที่จะตามมาแน่นอน คือ แท็บเล็ตจะแพร่หลายมากขึ้น และคอมพิวเตอร์ เดสก์ท็อป จะลดบทบาทลงไป และนั่นทำให้ บริษัท อินเทล ผู้ผลิตชิปประมวลผล ต้องมุ่งทำตลาดสำหรับอุปกรณ์พกพามากขึ้น และเป็นไปได้ที่จะเห็นการทำตลาดมากขึ้นของ สมาร์ตทีวี เพื่อแย่งชิงเวลาคืนไปจากอุปกรณ์สมาร์ตอื่นๆ

“สมาร์ตโฟนและแท็บเล็ตแย่งชิงเวลาของผู้ใช้ไปจากทีวี เดิมเคยดูทีวีวันละหลายชั่วโมง ปัจจุบันหลายคนแทบไม่ได้ดูทีวีแล้ว ปัญหาของทีวี คือ ไม่มีการพัฒนาทางเทคโนโลยี จนกระทั่งเกิดสมาร์ตทีวีขึ้น ปีหน้าจะเห็นคอนเทนต์และบริการมากมายขึ้นไปอยู่บนสมาร์ตทีวี เพื่อที่ไม่ว่าจะเล่นจากสมาร์ตทีวี หรือสมาร์ตโฟน ก็ไม่แตกต่างกัน” ประสิทธิ์ กล่าว

สิ่งที่จะเป็นที่แพร่หลายมากขึ้นในแต่ละบ้าน เมื่อเกิด 3 ปัจจัยดังที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ คือ ระบบการจัดเก็บข้อมูล หรือสตอเรจ ประจำบ้าน เพื่อจัดเก็บข้อมูล เช่น หนัง เพลง หรือรูปภาพไว้ที่ส่วนกลางของบ้าน สามารถดึงมาแสดงผลได้ไม่ว่าจะอยู่ส่วนใดในบ้าน หรือแม้แต่ดึงออกมาใช้นอกบ้านผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ซึ่งปัจจุบันราคาอุปกรณ์เหล่านี้เฉลี่ยอยู่ประมาณ 3,000–6,000 บาท ขึ้นกับคุณสมบัติ

ด้านอุปกรณ์พกพา อัลตราบุ๊กยังคงไม่เป็นที่แพร่หลายเพราะระดับราคายังสูงอยู่ ต้องรอดูว่าปีหน้าหากราคาลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 2 หมื่นบาท จะกลายเป็นที่นิยมมากขึ้น และเป็นสิ่งที่ควรทำ เนื่องจากเด็กรุ่นใหม่เติบโตขึ้นมาพร้อมกับแท็บเล็ต ทำให้ตลาดแท็บเล็ตจะเติบโตและขยายตัวเร็วมากในปีหน้าและปีต่อๆ ไป ในราคาที่ใกล้เคียงกัน ผู้ใช้พร้อมจะจ่ายเพื่อซื้อสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต มากกว่าอัลตราบุ๊ก

อย่างไรก็ตาม สมาร์ตโฟนและแท็บเล็ตจะต้องผสมผสานกันกลายเป็นแฟ็บเล็ต นั่นคือใหญ่กว่าสมาร์ตโฟนปกติและเล็กกว่าแท็บเล็ต โดยมีขนาดประมาณ 57 นิ้ว และสามารถทำงานได้ครบเหมือนมี 2 อุปกรณ์อยู่ในหนึ่งเดียว ตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จคือ ซัมซุง กาแล็คซี่ โน้ต 2 ขนาด 5.5 นิ้ว สามารถทำได้ทุกอย่าง เช่น มัลติมีเดีย, อินเทอร์เน็ต, อ่านหนังสือ และอีกสารพัด ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องพกพาอุปกรณ์หลายชิ้น โดยมีข่าวลือว่า โน้ต3 จะมีขนาด 6.3 นิ้ว ซึ่งถือว่าไม่ใหญ่เลย รวมถึงจะมีแบรนด์อื่นๆ ทยอยออกในแพล็ตฟอร์มนี้ในปีหน้า ขณะที่ไอแพดมินิขนาด 7 นิ้ว แต่กลับใช้งานโทรไม่ได้

“ต้องยอมรับว่าการวางตลาดโน้ต2 ที่มีปากกา สร้างความเป็นนวัตกรรมเก่ามาเล่าใหม่ได้อย่างลงตัวและมีประสิทธิภาพมาก ผู้ใช้หลายคนพกพาโน้ต2 เครื่องเดียว ใช้ได้ทุกงาน บางคนต่อคีย์บอร์ดเข้าไปพิมพ์งานได้อีก ทำให้แท็บเล็ตหรือไอแพดที่มีขนาด 10 นิ้ว ลดบทบาทลงไปเยอะ” ประสิทธิ์ กล่าว

ส่วนสุดท้ายที่จะเห็น คือ พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ที่จะมีความเป็นมัลติสตอร์ฟรอนต์มากขึ้น จากปีนี้ที่เกิดมาร์เก็ตเพลซทางอินเทอร์เน็ต ดึงดูดให้ใครก็สามารถทำธุรกิจได้ เป็นการกระตุ้นให้เกิดตลาด ซีทูซี เช่น ดีลฟิช ตลาดดอทคอม พันทิพย์มาร์เก็ต หรือในต่างประเทศ ทั้งเฟซบุ๊ก พินเทอร์เรซ หรือล่าสุดแม้แต่อินสตาแกรม พัฒนาสู่ความเป็นโมบายคอมเมิร์ซและโซเชียลคอมเมิร์ซ และสร้างปัญหา คือ มีคนซื้อของผ่านร้านค้าจริงน้อยลง ดังนั้นทิศทางของร้านค้าต่างๆ ต้องมีหน้าร้านออนไลน์ในทุกๆ อุปกรณ์ ทุกช่องทาง เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงสินค้าและบริการให้มากขึ้นโมบายคอมเมิร์ซหรือ โซเชียลคอมเมิร์ซ มีคนเข้าได้ตลอดเวลา สามารถสร้างรายได้ และมีคนเข้าถึงได้ เปรียบเทียบราคากับผู้ขายต่างๆ ได้ด้วย เห็นได้จากศูนย์การค้าในไทยหลายแห่งต้องเร่งพัฒนาช่องทางจำหน่ายด้านนี้กันทั้งหมด และท้ายที่สุด ร้านค้าจริง จะเปลี่ยนบทบาทเป็น โชว์รูมให้ผู้ใช้มาดูมาจับของจริง หรือมาตรวจสอบราคาเท่านั้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท