posttoday
การลงทุนต่างประเทศ กฎหมายภาษีสำหรับนักลงทุนไทย

การลงทุนต่างประเทศ กฎหมายภาษีสำหรับนักลงทุนไทย

25 ธันวาคม 2555

เรามาติดตามเรื่องข้อกฎหมายและภาษีสำหรับการลงทุนในเออีซีกันต่อนะครับ ผมได้เสนอมา 2 ตอนแล้ว ซึ่งการประกอบธุรกิจทั้งสองรูปแบบนี้บริษัทไทยควรได้จดทะเบียนตามกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาในต่างประเทศหรือประเทศในกลุ่ม AEC ก่อน มิเช่นนั้นอาจเกิดปัญหาเรื่องที่ตัวแทนหรือผู้จัดจำหน่ายไปจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าหรือบริการไว้ก่อนในประเทศนั้นๆ ทำให้ผู้ลงทุนอาจมีปัญหาในภายหลัง

เรามาติดตามเรื่องข้อกฎหมายและภาษีสำหรับการลงทุนในเออีซีกันต่อนะครับ ผมได้เสนอมา 2 ตอนแล้ว ซึ่งการประกอบธุรกิจทั้งสองรูปแบบนี้บริษัทไทยควรได้จดทะเบียนตามกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาในต่างประเทศหรือประเทศในกลุ่ม AEC ก่อน มิเช่นนั้นอาจเกิดปัญหาเรื่องที่ตัวแทนหรือผู้จัดจำหน่ายไปจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าหรือบริการไว้ก่อนในประเทศนั้นๆ ทำให้ผู้ลงทุนอาจมีปัญหาในภายหลัง

แบบที่ 3 และ 4 รูปแบบสัญญาให้สิทธิ (Licensing Agreement) หรือสัญญาการบริหารจัดการ (Management) หรือการถ่ายโอนเทคโนโลยี (Transfer Technology) ตามแผนภูมิท้ายนี้

ข้อคิดรูปแบบของการประกอบธุรกิจในรูปแบบ 3 และ 4

1.รูปลักษณะของสัญญาในการทำธุรกรรมประเภทนี้จึงขึ้นอยู่กับว่าบริษัทไทยมีความชำนาญในด้านใด โดยแบ่งพิจารณาแต่ละสัญญา เช่น

1.1 ถ้าหากเป็นสัญญา Franchise Agreement หรือ License Agreement ก็มักจะเป็นการให้ใช้ทรัพย์สินทางปัญญาหรือสูตรการผลิต เช่น การประกอบธุรกิจอาหาร สปา เป็นต้น การทำสัญญาแฟรนไชส์ให้สิทธิดังกล่าวนั้น ในบางครั้งบริษัทไทยอาจจะเข้าเป็นผู้ถือหุ้นโดยร่วมลงทุนในต่างประเทศในฐานะดังกล่าวด้วยก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขข้อตกลง การทำสัญญาเหล่านี้ก็จะมีการกำหนดการให้ใช้สิทธิในเครื่องหมายการค้าหรือทรัพย์สินทางปัญญาหรือเครื่องหมายบริการของเจ้าของสิทธิ การกำหนดเงื่อนไขการโฆษณา การตลาด การชำระเงิน การรับประกันคุณภาพของการให้บริการ

1.2 สัญญาการบริหารจัดการ Management Agreement หรือสัญญาโอนเทคโนโลยี Transfer Technology Agreement สัญญานี้มีลักษณะเป็นสัญญาบริการของผู้ที่ให้บริการ อาจจะไม่ได้ให้ทรัพย์สินทางปัญญามา จะใช้ความรู้ความชำนาญหรือเทคโนโลยีสูตรกรรมวิธีการผลิตมาเพื่อจะถ่ายโอนเทคโนโลยีหรือบริหารการจัดการ แต่บางทีอาจจะมีทั้งการโอนให้สิทธิการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาใน 1.1 ประกอบกันไปด้วย เช่น สัญญาบริหารจัดการโรงแรมที่นอกจากบริษัทต่างประเทศบริหารจัดการโรงแรมแล้วอาจจะมีการให้ใช้สิทธิในการใช้ชื่อเครื่องหมายการค้าที่เป็นสัญญา Licensing Agreement ตามข้างต้นประกอบด้วยก็ได้

รูปลักษณะของสัญญาประเภทดังกล่าว บริษัทไทยก็จะไม่ได้เข้าประกอบธุรกิจในกลุ่ม AEC แต่จะมีการส่งคนและมาเป็นลูกจ้างของบริษัทในต่างประเทศ โดยต้องพิจารณาประเด็นกฎหมายและการประกอบธุรกิจในแต่ละประเทศเป็นพิเศษ

2.หากบริษัทต่างประเทศมีการจ่ายค่าสิทธิและนำเข้าสินค้าก็ต้องพิจารณาการเสียภาษีศุลกากรโดยรวมค่าสิทธิด้วย มิเช่นนั้นอาจถูกประเมินภาษีนำเข้าได้ โดยต้องพิจารณากฎหมายภาษีศุลกากรในประเด็นนี้อีกด้วย

3.รูปแบบของการทำสัญญาดังกล่าวข้างต้นนี้แล้ว อาจจะเป็นรูปแบบหนึ่งในการที่บริษัทไทยที่ไปลงทุนทำธุรกิจโดยตรงในต่างประเทศในรูปแบบที่ 5 หรือ 6 ก็อาจจะมีข้อตกลงเช่นนี้เพื่อจ่ายค่าสิทธิ ค่าบริการ คืนให้แก่บริษัทไทยซึ่งเป็นบริษัทแม่แทนที่จะต้องเข้ามารอผลกำไรแต่อย่างเดียว ลักษณะการทำสัญญาแบบนี้จึงเป็นลักษณะการทำสัญญาที่อาจจะใช้ได้ทั้งเป็นการทำสัญญาที่มีการร่วมลงทุนตามแบบที่ 6 หรือเป็นการเข้ามาทำธุรกิจโดยตรงตามแบบที่ 5 โดยถือเป็นการถ่ายโอนผลกำไรให้บริษัทแม่คืน ทั้งนี้ต้องอยู่ภายใต้ขอบเขตของกฎหมายภาษีอากรของประเทศนั้นๆ ด้วย ดังนั้นการจะเลือกจ่ายค่าธรรมเนียมต่างๆ ค่าบริหารต่างๆ ก็จำเป็นจะต้องมั่นใจว่ารายจ่ายดังกล่าวต่างๆ ไม่ต้องห้าม รายจ่ายดังกล่าวไม่ต้องอยู่ในข่ายภาระต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย หรือถ้าหักภาษี ณ ที่จ่าย ก็ต้องเป็นการหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราที่ต่ำอีกด้วย

ดังนั้น ก่อนจะเลือกรูปแบบสัญญาแบบนี้จึงควรปรึกษานักกฎหมายให้ครบถ้วนอีกเช่นกัน

ข้อคิด

1.การเข้ามาทำธุรกิจในต่างประเทศในรูปแบบนี้โดยมาเป็นผู้ถือหุ้นในกิจการ 100% โดยอาจจดทะเบียนจัดตั้งในรูปแบบของสาขา (Branch) หรือบริษัทในเครือ (Subsidiary)

2.การเลือกรูปแบบระหว่างสาขา/บริษัทจดทะเบียนก็ต้องพิจารณาเรื่องภาษีและกฎหมายที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับข้อจำกัดการลงทุนของต่างประเทศหรือภาษี ตลอดจนสิทธิประโยชน์ใดบ้าง โดยเฉพาะในกลุ่ม AEC ที่อาจจะทำให้สามารถถือหุ้นได้โดยไม่จำกัดและได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีรวมถึงการส่งเงินเข้าออกว่ามีข้อจำกัดหรือไม่

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน