posttoday
'ซีอาร์จี'ลุยพัฒนาแบรนด์ร้านอาหารประเดิมกลุ่มชาบู-และอาหารไทย

'ซีอาร์จี'ลุยพัฒนาแบรนด์ร้านอาหารประเดิมกลุ่มชาบู-และอาหารไทย

29 มีนาคม 2553

'ซีอาร์จี' ลุยพัฒนาแบรนด์ร้านอาหารตัวเองทำตลาด ประเดิมกลุ่มชาบู-และอาหารไทย พร้อมลงทุนตามแผนเดิมตั้งเป้า 530 สาขาในสิ้นปีนี้ หวังสิ้นปียอดขายโตได้ไม่ต่ำกว่า 5.5%   

'ซีอาร์จี' ลุยพัฒนาแบรนด์ร้านอาหารตัวเองทำตลาด ประเดิมกลุ่มชาบู-และอาหารไทย พร้อมลงทุนตามแผนเดิมตั้งเป้า 530 สาขาในสิ้นปีนี้ หวังสิ้นปียอดขายโตได้ไม่ต่ำกว่า 5.5%   

นายธีระเดช จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์  กรุ๊ป(ซีอาร์จี) เปิดเผยว่าบริษัทได้เริ่มต้นพัฒนาแบรนด์ธุรกิจร้านอาหารที่เป็นของตัวเอง โดยเปิดร้าน "ริว ชาบู ชาบู"(Ryu Shabu Shabu)  สาขาแรก เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา บริเวณโรงภาพยนตร์ลิโด รวมทั้งยังมีแผนเปิดธุรกิจร้านอาหารไทยที่เป็นแบรนด์ตัวเองเพิ่มเติม ในไตรมาส 2นี้  พร้อมมีแผนนำเข้าแฟรนไชส์ร้านอาหารญี่ปุ่นแบรนด์ใหม่เข้ามาทำตลาดราวไตรมาสที่ 2-3  ซึ่งจะทำให้ซีอาร์จี มีแบรนด์ร้านอาหารรวมกันไม่ต่ำกว่า 10 แบรนด์ภายในสิ้นปี53 จากปัจจุบันมีธุรกิจที่อยู่ในความดูแลรวม 8 แบรนด์ 

พร้อมกันนี้บริษัทยังมองโอกาสในการพัฒนาธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากธุรกิจใดมีโอกาสในการเติบโตสูง ก็จะเตรียมซื้อสิทธิ์ในการเข้าไปเป็นผู้บริหารแบรนด์ร้านอาหารเช่นเดิม รวมทั้งยังเดินหน้าลงทุนขยายสาขาธุรกิจร้านอาหารเดิมที่มีอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าในปีนี้ จะขยายเบื้องต้นให้ได้ 530 สาขาในสิ้นปีนี้ จากปัจจุบันมีสาขาโดยรวม 482 สาขา โดยวางงบประมาณรวมสำหรับการลงทุนในส่วนของสาขาใหม่ไว้ที่ 300 ล้านบาท

ล่าสุด บริษัทใช้งบ 60 ล้านบาท สำหรับทำตลาดไอศกรีมซูเปอร์พรีเมียมจากอเมริกาแบรนด์  “โคล สโตน ครีมเมอรี”  แบ่งเป็น 50 ล้านบาท สำหรับลงทุนเปิด 10 สาขาในปีแรก และ 10 ล้านบาทเพื่อทำตลาด เปิดให้บริการสาขาแรกชั้น 6 เซ็นทรัลเวิลดิ์ จับกลุ่มลูกค้าระดับบนตั้งแต่กลุ่มบีบวกขึ้นไป ซึ่งตามแผนจะขยายให้ได้ 20 สาขาใน 2 ปี ด้านยอดขายตั้งเป้าไว้ที่ปีละ 60 ล้านบาท และในปีที่ 3 จะสามารถเพิ่มยอดขายได้เป็นปีละ 300 ล้านบาท และขึ้นเป็นเบอร์ 1 ในตลาดไอศกรีมซูเปอร์พรีเมี่ยม

ทั้งนี้ไทยถือเป็นประเทศที่ 6 ในเอเชีย ที่มีการทำตลาด “โคล สโตน ครีมเมอรี่”  จากปัจจุบันทำตลาดในประเทศ  เกาหลี อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น จีน ไต้หวัน ซึ่งในแต่ละประเทศที่มีการเปิดให้บริการได้รับการตอบรับจากกลุ่มลูกค้าอย่างดีโดยเฉพาะในประเทศจีน และญี่ปุ่น 

สำหรับภาพรวมยอดขายซีอาร์จีสิ้นปีนี้ ตั้งเป้าเติบโตได้ไม่ต่ำกว่า 5.5% จากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ดีกว่าปีที่ผ่านมา และทิศทางเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว รวมทั้งบริษัทได้เพิ่มงบการตลาดโดยรวมกว่า 10% หรือประมาณ 250 ล้านบาท เพื่อทำตลาดในภาพรวม ขณะที่ปีก่อนหน้าปิดยอดขาย 4,550 ล้านบาท ซึ่งไม่เป็นไปตามเป้าหมาย มีอัตราเติบโตติดลบ 2.4%  หลังคืนสิทธิ์การบริหารแฟรนไชส์  2 แบรนด์ คือ พิซซ่าฮัท และบาสกิ้นรอบบิ้นส์

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน