
เหล็กไทยไม่โตตามรถยนต์
ร้องโดนเหล็กจีนราคาถูกถล่มพาณิชย์เต้นทยอยโต้ทุ่มตลาด
ร้องโดนเหล็กจีนราคาถูกถล่มพาณิชย์เต้นทยอยโต้ทุ่มตลาด
อุตสาหกรรมเหล็กโอด โดนเหล็กจีนถูกแย่งตลาด ทำให้ไม่ได้อานิสงส์จากรถยนต์ที่ดันภาพรวมเหล็กปีนี้โตถึง 15% วอนพาณิชย์ช่วยด่วนก่อนเจ๊งหนัก
นายทรงวุฒิ ไกรภัสสร์พงษ์ รองประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้า สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า แม้ภาพรวมอุตสาหกรรมเหล็กปีนี้จะโตกว่า 15% ซึ่งเป็นไปตามการขยายตัวของอุตสาหกรรมรถยนต์ ก่อสร้างและเครื่องใช้ไฟฟ้า
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมการผลิตและการใช้เหล็กในประเทศกลับลดลงกว่าครึ่ง หรือลบกว่า 50% เมื่อเทียบกับปี 2554 เนื่องจากผู้ผลิตในเมืองไทยได้รับผลกระทบอย่างหนักจากปัญหาการนำเข้าเหล็กจากประเทศจีนที่ราคาถูกกว่าเข้ามาแย่งตลาด ทำให้ผู้ประกอบการในประเทศมียอดขายลดลง
“อยากให้ภาครัฐหามาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (เอดี) เหล็กจากจีนให้เร็วที่สุด เพราะหากปล่อยไว้คาดว่าปีนี้จะเสียหายกว่า 23 ล้านบาท เพราะคาดว่าปีนี้จะมีการนำเข้าเหล็กรีดร้อนและเหล็กลวดจากจีนรวมประมาณ 9 แสน1 ล้านตัน” นายทรงวุฒิ กล่าว
ทั้งนี้ กำลังการผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อนของไทยปัจจุบันอยู่ที่ 2.6 ล้านตัน ซึ่งเป็นการนำเข้าเหล็กจากจีนเข้ามาถึง 1 ใน 5 ของกำลังการผลิตที่มีอยู่แล้ว หรือประมาณ 45 แสนตัน นอกจากนี้ปริมาณนำเข้าเหล็กจากเกาหลีก็เพิ่มขึ้น จากต้นปีนี้ที่มีการนำเข้าเพียง 2,979 ตัน เพิ่มเป็นนำเข้า 3.78 หมื่นตันในเดือน มิ.ย. โดยรวม 7 เดือนแรกปีนี้ มีการนำเข้าเหล็กจากเกาหลีแล้ว 1.43 แสนตัน
ขณะที่การบริโภคเหล็กภายในประเทศของไทยยังอยู่ในอัตราที่ปกติประมาณ 1415 ล้านตัน/ปี มูลค่ารวมประมาณ 2.8 หมื่นล้านบาท/ปี ขยายตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 510% ต่อปี
สำหรับในปี 2556 คาดว่าสถานการณ์ของอุตสาหกรรมเหล็กจะไม่เติบโตจากปีนี้ และผู้ประกอบการหวังว่ารัฐจะมีมาตรการตอบโต้การนำเข้าเหล็กจากจีนโดยเร็ว เพราะหากปล่อยไว้ผู้ประกอบการเหล็กในประเทศเดือดร้อนแน่ โดยเฉพาะในปีหน้า เพราะผู้ประกอบการได้รับผลกระทบต่อเนื่องมานาน
ด้านบริษัทผู้ผลิตเหล็กเอกชนแจ้งว่า ขณะนี้กลุ่มอุตสาหกรรมผู้ผลิตเหล็กทรงยาวในประเทศกำลังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการนำเข้าเหล็กจากจีนที่มีราคาถูกกว่าเข้ามาตีตลาดมากขึ้น แม้ว่าการบริโภคเหล็กทรงยาวในประเทศปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 5 ล้านตัน และปีหน้าคาดว่าจะอยู่ที่ 5.5 ล้านตัน แต่กำลังการผลิตของผู้ประกอบการในประเทศไม่ได้เพิ่มขึ้นตาม นอกจากนี้กำลังการผลิตหลายโรงงานกลับลดลงด้วยซ้ำ รวมทั้งยังทำให้ส่วนแบ่งทางการตลาดของผู้ผลิตเหล็กภายในประเทศลดลง เสียส่วนแบ่งให้กับเหล็กจากจีน
อย่างไรก็ดี ล่าสุดกระทรวงพาณิชย์ได้ออกมาตรการตอบโต้การนำเข้าเหล็กเคลือบสีที่นำเข้าจากจีน เกาหลี และไต้หวัน แล้ว แต่ในส่วนของเหล็กแผ่นรีดร้อนและเหล็กทรงกลมยังไม่มีมาตรการตอบโต้ที่ชัดเจนออกมาเลย







