posttoday
เบรกสินค้าอ้างค่าแรงขอขึ้นราคา

เบรกสินค้าอ้างค่าแรงขอขึ้นราคา

24 ธันวาคม 2555

“พาณิชย์” ห้ามผู้ประกอบการที่อ้างค่าจ้างขอขึ้นราคาสินค้าปี 2556 หลังผลศึกษากระทบสินค้า 2.246.74%

“พาณิชย์” ห้ามผู้ประกอบการที่อ้างค่าจ้างขอขึ้นราคาสินค้าปี 2556 หลังผลศึกษากระทบสินค้า 2.246.74%

น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาททั่วประเทศ วันที่ 1 ม.ค. 2556 ยังไม่ใช่เหตุผลที่ผู้ประกอบการจะขอปรับขึ้นราคาสินค้า เพราะการศึกษาโครงสร้างค่าจ้างเบื้องต้น พบว่ากระทบต่อต้นทุนการผลิตสินค้าของอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) เพียง 2.24-6.74% เท่านั้น ส่วนอุตสาห กรรมขนาดใหญ่ไม่ได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าจ้างงานครั้งนี้ เนื่องจากได้มีการปรับขึ้นค่าจ้าง 300 บาทไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา

จากผลศึกษาการปรับขึ้นค่าจ้างจากวันละ 245 บาท เป็น 300 บาท หรือเพิ่มขึ้น 22.45% โดยภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ประมาณ 50% มีสัดส่วนค่าจ้างในต้นทุนการผลิตเพียง 0.62-9.61% อุตสาหกรรม ขนาดกลางและขนาดย่อมประมาณ 50% มีสัดส่วนค่าจ้างในต้นทุนการผลิต 10-30% ส่วนภาคเกษตรกรรมมีสัดส่วนค่าจ้างในต้นทุนการผลิต 30-35% ภาคขนส่งมีสัดส่วนค่าจ้างในต้นทุนการผลิต 30% และภาคธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งมีสัดส่วนค่าจ้างในต้นทุนการผลิต 35% รวมแรงงานที่อยู่ในระบบจำนวน 16.39 ล้านคน

อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาในเชิงลึก พบว่าภาคอุตสาหกรรมที่เป็นผู้ประกอบการขนาดใหญ่ เช่น น้ำมันปาล์ม สบู่ ผงซักฟอก ส่วนใหญ่ไม่ได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าจ้างครั้งนี้ เพราะมีการขึ้นค่าจ้างไปแล้วเมื่อวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา ส่วนผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ได้รับผลกระทบ 2.246.47% สินค้าที่ได้รับผลกระทบ เช่น สิ่งทอ เฟอร์นิเจอร์ เครื่องหนัง

นอกจากนี้ ยังมีภาคเกษตรกรรม ได้แก่ ข้าว ธัญพืช ได้รับผลกระทบประมาณ 6.73-7.86% สินค้าได้รับผลกระทบ เช่น ข้าวเปลือก มันสำปะหลัง ข้าวโพด กลุ่มโปรตีน ได้รับผลกระทบ 0.94-1.38% สินค้าได้รับผลกระทบ เช่น เนื้อหมู ไข่ไก่ และกลุ่มพืชผัก ได้รับผลกระทบ 1.93-2.51% สินค้าได้รับผลกระทบ เช่น ผักกระหล่ำปลี ผักกาดขาว ภาคขนส่ง แบ่งเป็นการขนส่งสินค้า ได้รับผลกระทบ 6.73% บริการที่ได้รัผลกระทบคือขนส่งสินค้า การขนส่งมวลชนได้รับผลกระทบ 4.50% บริการที่กระทบคือ ขนส่งผู้โดยสาร

กลุ่มพาณิชย์และบริการ แบ่งเป็น การค้าส่งและค้าปลีก กระทบ 0.67-1.12% เช่น ห้างค้าปลีกค้าส่งสมัยใหม่ โชห่วย และการบริการกระทบ 3.37% เช่น บริการซ่อมรถยนต์ และรักษาพยาบาล

น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ กล่าวว่า มองว่าการปรับขึ้นราคาสินค้าโดยอ้างเรื่องค่าจ้าง จะส่งผลกระทบต่อยอดขายในตลาดของผู้ประกอบการมากกว่า ดังนั้นผู้ผลิตสินค้าควรใช้วิธีบริหารจัดการเพื่อลดต้นทุนเนื่องจากค่าแรงงานส่งผลกระทบต่อต้นทุนราคาสินค้าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนการปรับขึ้นราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ขณะนี้กระทรวงพลังงานมีแนวโน้มที่จะไม่ปรับราคาก๊าซหุงต้มขึ้นในปีหน้า และหากปรับราคาก็จะมีมาตรการบรรเทาผลกระทบให้กับผู้ประกอบการ

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล