posttoday
ผ่านวันสิ้นโลกไปสู่บทเรียนท้าทายสิ้นปี

ผ่านวันสิ้นโลกไปสู่บทเรียนท้าทายสิ้นปี

24 ธันวาคม 2555

ในสัปดาห์นี้ สายงานธุรกิจตลาดทุนธนาคารกสิกรไทย คาดว่า ค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบระหว่าง 30.5-30.7 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยมองว่าค่าเงินบาทมีแนวโน้มปรับตัวแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย เพราะตลาดคาดว่าเราน่าจะได้เห็นความคืบหน้าในการเจรจาต่อรองเกี่ยวหน้าผาทางการคลัง (Fiscal Cliff) ในสัปดาห์นี้ และความต้องการเงินบาทของผู้ส่งออกช่วงท้ายปีอาจจะส่งผลให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น

ในสัปดาห์นี้ สายงานธุรกิจตลาดทุนธนาคารกสิกรไทย คาดว่า ค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบระหว่าง 30.5-30.7 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยมองว่าค่าเงินบาทมีแนวโน้มปรับตัวแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย เพราะตลาดคาดว่าเราน่าจะได้เห็นความคืบหน้าในการเจรจาต่อรองเกี่ยวหน้าผาทางการคลัง (Fiscal Cliff) ในสัปดาห์นี้ และความต้องการเงินบาทของผู้ส่งออกช่วงท้ายปีอาจจะส่งผลให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น

แม้ว่าเราได้ก้าวผ่านวันสิ้นโลกมาได้ในวันศุกร์ที่ผ่านมา แต่ยังมีประเด็นที่น่าลุ้นกว่ารออยู่ช่วงสิ้นปี ประเด็นยืดเยื้ออย่างหน้าผาทางการคลัง ที่โอบามายังไม่สามารถประนีประนอมกับตัวแทนพรรคฝ่ายค้านได้ รวมถึงทิศทางของค่าเงินทั่วโลกซึ่ง ณ ตอนนี้การเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยนเป็นไปแบบอั้นๆ

โดยรวมค่าเงินตลาดเกิดใหม่ในเอเชียและค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวแบบอืดๆ และไม่น่าตื่นเต้นนัก โดยมีไฮไลต์อยู่ที่ค่าเงินเยนที่ตลาดจับตามองมากเป็นพิเศษ เนื่องจากหลายฝ่ายลุ้นที่จะได้เห็นธนาคารญี่ปุ่นออกมาตรการทางการเงินแบบผ่อนคลายมากขึ้น จะเห็นได้ว่าอาทิตย์ที่ผ่านมานักลงทุนและเทรดเดอร์ค่อนข้างระมัดระวังตัวอย่างมากในการซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนยูโร เหรียญสหรัฐ และบาท รวมถึงค่าเงินในตลาดเกิดใหม่ในอาเซียน (สกุลเงิน?)

กระแสเงินทุนไหลเข้ามาในภูมิภาคเอเชียในสัปดาห์ที่ผ่านมาถือว่าไม่หนักมากนักเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า ในช่วงท้ายสัปดาห์นักลงทุนต่างชาติกลับขายเงินสกุลเอเชียเพื่อทำกำไร จากข่าวที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นประกาศใช้มาตรการเชิงรุกมากขึ้นตามคาด

ทั้งนี้ สัปดาห์ที่ผ่านมาตัวเลขทางเศรษฐกิจของสหรัฐโดยรวมออกมาดี โดยเฉพาะตัวเลขจีดีพีในไตรมาส 3 ที่ออกมาดีเกินคาดที่ 3.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ตามแรงส่งภาคการส่งออกและการใช้จ่ายของรัฐบาล ยอดขายบ้านมือสองในเดือน พ.ย. ขยายตัวมากที่สุดในรอบ 3 ปี โดยขยายตัวขึ้น 5.9% จากเดือนก่อนหน้า

ในขณะเดียวกันภาพรวมเศรษฐกิจยุโรปก็ปรับตัวดีขึ้นเช่นกัน จากแนวโน้มเศรษฐกิจเยอรมนีที่ดูโดดเด่นมากขึ้น และอาการป่วยของประเทศกรีซดูได้รับการเยียวยามากขึ้น

สำหรับค่าเงินบาทในสัปดาห์ที่ผ่านมา เปิดตลาดที่ระดับ 30.58 บาทต่อเหรียญสหรัฐ และแกว่งอยู่ในกรอบ 30.5-30.72 อยู่ในกรอบแคบๆ แต่ปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากสัปดาห์ก่อน อันเป็นผลมาจากการเจรจาตกลงเกี่ยวกับปัญหาหน้าผาทางการคลังซึ่งยังไม่ลุล่วงเสียที ทั้งๆ ที่ก็ใกล้สิ้นปีเข้ามาทุกทีแล้ว

นักลงทุนต่างชาติจึงขาดความมั่นใจในทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐในอนาคตจึงหันมาลงทุนในตลาดเกิดใหม่ รวมถึงตลาดเงินและตลาดทุนในประเทศไทยมากขึ้น เพื่อหวังผลตอบแทนที่ดีกว่าสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยง นอกจากนี้ยังคาดว่าจะมีความต้องการเงินบาทจากผู้ส่งออกในช่วงปลายปี และการที่สหรัฐประกาศใช้ QE4 ได้จะช่วยพยุงค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ได้ ณ วันศุกร์ เหรียญสหรัฐ/บาท อยู่ที่ระดับ 30.6 (เวลาประมาณ 17.30 น.)

ด้านค่าเงินยูโรเปิดตลาดที่ระดับ 1.3188 ยูโร/เหรียญสหรัฐ แกว่งอยู่ในกรอบ 1.3142-1.3308 แข็งค่าขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเทียบกับเหรียญสหรัฐ เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากข้อตกลงความช่วยเหลือทางการเงินแก่กรีซ โดย ECB ประกาศว่าจะช่วยให้กู้เงินแก่ธนาคารในกรีซในต้นทุนราคาถูก และ S&P ปรับอันดับเครดิตของกรีซขึ้นสู่ระดับ B จากเดิม SD (Selective Default) โดยระบุว่า ความพยายามจากประเทศในกลุ่มยูโรโซนได้ช่วยให้กรีซมีฐานะการคลังที่มีเสถียรภาพมากขึ้น นอกจากนี้ประเทศเยอรมนียังมีข้อมูลเชิงบวกเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจมากขึ้น จากตัวชี้วัดความเชื่อมั่นทางธุรกิจของเยอรมนี (จากสถาบัน IFO) ที่ปรับตัวดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม ภาวะตลาดที่อยู่อาศัยในสหรัฐปรับตัวดีขึ้น สะท้อนจากการขออนุญาตก่อสร้างเพิ่มขึ้นเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ก.ค. 2551 โดยเพิ่มขึ้น 3.6% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนมาอยู่ที่ 8.99 แสนยูนิต แต่การเริ่มสร้างบ้านปรับลดลงเล็กน้อย 3% จากเดือนก่อนมาอยู่ที่ 8.75 แสนยูนิต ขณะที่เฟดมีแนวโน้มอัดฉีดสภาพคล่องเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งในสัปดาห์ที่ผ่านมาตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 6 เดือน ซึ่งอาจส่งผลให้ค่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้นต่อไปเมื่อเทียบกับสหรัฐ ณ วันศุกร์ ยูโร/เหรียญสหรัฐ อยู่ที่ระดับ 1.3216 (เวลาประมาณ 17.30 น.)

ส่วนค่าเงินเยนเปิดตลาดที่ระดับ 84.35 แกว่งอยู่ในกรอบ 83.58-84.61 โดยปรับอ่อนค่าต่อเนื่องหลังจากในช่วงสุดสัปดาห์ ผลการเลือกตั้งรัฐบาลชุดใหม่ของญี่ปุ่นบ่งชี้ว่า หัวหน้าพรรค LDP ได้รับเลือกด้วยเสียงมากถึง 294 จากที่นั่งทั้งหมด 480 ที่นั่ง หลังจากการประกาศผล ชินโสะ อาเบะ ได้ยืนยันว่า เขาจะผลักดันให้นโยบายการเงินและการคลังเป็นไปในเชิงรุกมากขึ้นเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ และยังต้องการที่จะเจรจากับธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เพื่อปรับเปลี่ยนเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อเป็น 2% แทนเป้าหมายปัจจุบันที่ 1% ในสัปดาห์นี้ ตลาดเริ่มกลับมาสนใจการประชุมนโยบายการเงินของ BOJ ในวันที่ 19-20 ธ.ค. โดยตลาดคาดว่า อาจมีการประกาศซื้อสินทรัพย์เพิ่มเติม เนื่องจากความล่าช้าการจัดการปัญหาหน้าผาการคลังของสหรัฐ อาจทำให้ความเชื่อมั่นภาคธุรกิจทั่วโลกปรับตัวแย่ลงเงินเยนจึงยังอยู่ในแนวโน้มที่ถูกกดดันให้อ่อนค่า เหรีญญสหรัฐ/เยน ปิดตลาดเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย จากต้นสัปดาห์ที่ระดับ 84.08 (เวลาประมาณ 17.30 น.)

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล