
โต้งรับปรับโครงสร้างภาษีรายได้รัฐหาย7พันล.
"กิตติรัตน์ "ระบุการปรับโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาช่วยลดช่องว่างคนรวย-คนจน ยอมรับสูญรายได้7,000ล้าน
"กิตติรัตน์ "ระบุการปรับโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาช่วยลดช่องว่างคนรวย-คนจน ยอมรับสูญรายได้7,000ล้าน
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวนรายการนายกพบประชาชนเช้า วันนี้(22ธ.ค.55) ว่า คณะรัฐมนตรี(ครม.)มีมติ เมื่อ 18 ธันวาคม เห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอปรับปรุงโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับการคำนวณเงินได้สุทธิ จากเดิม 5 ขั้นอัตรา เป็น 7 ขั้นอัตรา และลดอัตราภาษีสูงสุดจาก 37% เหลือ 35% ทำให้รายได้รัฐบาลที่จะขาดหายไป ประมาณ 7,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ได้มีการปรับลดจากเดิมผู้มีเงินได้เสียภาษีตามขั้นบันได 5 ขั้นคือ 1.ผู้มีเงินได้ 0-1 แสนบาท ยื่นเสียภาษีในอัตรา 5% 2.ผู้มีเงินได้ 100,001-500,000 บาท เสียในอัตรา 10% 3.ผู้มีเงินได้ 500,001-1 ล้านบาท เสียในอัตรา 20%4.ผู้มีเงินได้ 1,000,001- 4 ล้านบาท เสียในอัตรา 30% และ 5.ตั้งแต่ 4,000,001 ขึ้นไป เสียในอัตรา 37% แต่อัตราใหม่เพิ่มเป็น7 ขั้นดังนี้ 1.ผู้มีเงินได้ตั้งแต่ 0-300,000 บาท เสียภาษี 5% แต่ยังคงได้รับการยกเว้นภาษีในส่วน 1.5 แสนบาทแรก 2.ผู้มีเงินได้300,001-500,000 บาท เสียในอัตรา 10% 3.ผู้มีเงินได้ 500,001-750,000 บาท เสียในอัตรา 15%
4.ผู้มีเงินได้ตั้งแต่ 750,001-1 ล้านบาท เสีย 20% 5.ผู้มีเงินได้ตั้งแต่ 1,000,001-2 ล้านบาท เสียในอัตรา 25% 6.ผู้มีเงินได้ 2,000,001-4 ล้านบาท เสียในอัตรา30% และ 7. ผู้มีเงินได้ 4,000,001 บาท ขึ้นไป เสียในอัตรา 35% ทั้งนี้ เพื่อปรับลดช่องว่างระหว่างผู้มีรายได้มากและน้อยโดยใช้อัตราภาษีใหม่ดูแลผู้มีเงินได้ในทุกระดับบนพื้นฐานของความเท่าเทียมกัน อย่างไรก็ตาม การยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จะเริ่มใช้ได้หลังจากผ่านการพิจารณาของสภา ซึ่งหากออกเป็น พ.ร.บ.ได้ทัน ปี 2556 ผู้มีเงินได้ ในปี 2556 จะสามารถยื่นแบบภาษีอัตราใหม่ได้ในปี 2557
ส่วนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของสามีภรรยาที่เกิดขึ้นในปี 2555 สามารถเริ่มยื่นแบบเสียภาษีได้ต้นปี 2556 ซึ่งมีทั้งหมด 5 แบบให้เลือกยื่นได้ดังนี้ 1.ยื่นร่วมในนามสามี 2.ยื่นร่วมในนามภรรยา 3. ยื่นร่วมโดยสามีแยกยื่นเฉพาะเงินเดือน-ค่าจ้างอย่างใดอย่างหนึ่ง 4. ยื่นร่วมโดยภรรยาแยกยื่นเฉพาะเงินเดือน-ค่าจ้างอย่างใดอย่างหนึ่ง และ 5.สามี-ภรรยาร่วมยื่นด้วยกัน ทั้งนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมสถาบันครอบครัวทั้งชาย-หญิง มีความเสมอภาคกัน หลังจากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเมื่อกลางปี 2555 ให้คู่สมรสแยกยื่นได้
นายสาธิต รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า การปรับโครงสร้างภาษี ทุกคนได้ประโยชน์เพราะในการวิเคราะห์พยายามดูตัวเลขละเอียดว่ามีใครได้ประโยชน์เสียประโยชน์ใครหรือไม่ เพื่อทำให้ทุกรายได้ประโยชน์จากการปรับ แม้ระดับบนลดลงเป็นเปอร์เซ็นต์ไม่มากแต่ฐานเงินเขาเยอะ คิดเป็นเม็ดเงินก็ไม่น้อย คนที่เพิ่งจบใหม่ ขณะนี้เงินเดือนเดือนละ 2 หมื่นบาทและยื่นลดหย่อนแต่บุคคลเท่านั้น 2 หมื่นบาท ถึงจะเริ่มเสียภาษีบาทแรก เพราะฉะนั้นอัตราภาษีของไทยไม่ได้สูงมาก พอมาเข้ากฎหมายใหม่ในปีหน้าภาษีที่เสียก็อัตราลดลงไปอีก สังเกตว่าประเทศต่างๆจะบอกว่าใครเสียภาษีสูงหรือต่ำเขาจะมองที่อัตราที่สูงสุดตัวเดียว การที่เราลดมาเป็น 35% ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่สูงเมื่อเทียบประเทศเพื่อนบ้าน แต่เราก็ต้องบอกว่าภาษีเราไม่สูงอย่างที่คิดเพราะเราไปซอยขั้นในระดับล่างๆ







