
'ทัชวู้ด'ระส่ำขอยืดหนี้
บริษัท ทัชวู้ด ฟอร์เรสตรี เจ้าของกิจการสวนเกษตรไม้กฤษณา ได้ส่งหนังสือถึงกลุ่มลูกค้าที่ลงทุนไม้กฤษณากับบริษัท
บริษัท ทัชวู้ด ฟอร์เรสตรี เจ้าของกิจการสวนเกษตรไม้กฤษณา ได้ส่งหนังสือถึงกลุ่มลูกค้าที่ลงทุนไม้กฤษณากับบริษัท
ซึ่งครบกำหนดที่บริษัทต้องเก็บเกี่ยวผลผลิตเพื่อจ่ายเงินลงทุนพร้อมผลกำไรคืนในรอบปี 2555 แต่เนื่องจากต้นกฤษณาที่ปลูกไว้เติบโตไม่ได้ขนาด จึงเชิญให้ลูกค้าเข้ารับฟังคำชี้แจง พร้อมรับข้อเสนอที่บริษัท ในระหว่างวันที่ 17-24 ธ.ค. 2555
นางอารุณี ทิพย์พิลา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทัชวู้ดฟอร์เรสตรี ได้ทำหน้าที่ชี้แจงด้วยตัวเอง โดยกล่าวยอมรับว่า การคำนวณการเติบโตของต้นกฤษณาผิดพลาดมาตั้งแต่ต้นในสมัยผู้บริหารชุดเก่า ทำให้ในทางเทคนิคไม่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ตามสัญญา ซึ่งในสัญญาคำนวณอายุการเก็บเกี่ยวผลผลิตไว้ที่ 6 ปี แต่เมื่อผู้เชี่ยวชาญได้เข้าไปตรวจสอบและทำการคำนวณใหม่ พบว่า ต้องใช้เวลา 7-10 ปี ดังนั้นจึงมีทางเลือกให้กับลูกค้าที่ครบอายุสัญญาของปี 2555 ไว้ 3 ทางเลือก
ทางเลือกแรก ให้ลูกค้ายอมขยายเวลาลงทุนในสัญญาเก็บเกี่ยวผลิตผลที่ถืออยู่ออกไปอีก 3 ปี ไม่ต้องจ่ายค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่ม โดยบริษัทจะให้ผลตอบแทนคืน เมื่อครบ 3 ปี ในราคา 9,000 บาทต่อต้น จากสัญญาเดิมการันตีรายได้ขั้นต่ำไว้ที่ 6,000 บาท แต่ในหนังสือเชิญชวนอ้างว่าราคาตลาดเมื่อ 6 ปีที่แล้ว คาดว่าจะอยู่ที่ 1 หมื่นบาทต่อต้น
ทางเลือกที่ 2 บริษัทจะจ่ายคืนต้นทุนของลูกค้าเต็มจำนวน แต่ต้องรอ 6 เดือน นับจากวันที่เซ็นยินยอมรับข้อเสนอยืดชำระหนี้ ส่วนผลตอบแทนที่เป็นกำไรจะบวกดอกเบี้ยให้ 3% แต่ต้องรออีก 6 เดือน สรุปคือ ลูกค้าต้องรอ 1 ปี ถึงจะได้เงินคืนทั้งหมด
ทางเลือกสุดท้าย บริษัทจ่ายคืนต้นทุนเต็มจำนวน แต่ต้องรอ 6 เดือนเช่นกัน ส่วนผลตอบแทนให้บริษัทนำไปลงทุนต่อ 3 ปี คำนวณราคาผลตอบแทนจะอยู่ที่ 6,000 บาทต่อต้น
นางอารุณี ชี้แจงด้วยว่า ขณะนี้บริษัทมีภาระต้องระดมทุนจากผู้ถือหุ้นให้ได้อีก 200 ล้านบาท และต้องขอกู้จากธนาคารเสริมอีก 300 ล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และปรับโครงสร้างการบริหารงานใหม่ แต่ผู้ถือหุ้นส่วนหนึ่งจากทั้งหมด 92 คน ยังไม่พร้อมหาเงินมาเพิ่มทุนให้ จึงอาจมีการขายหุ้นให้คนนอกแทน
ขณะที่การเจรจาขอกู้ธนาคาร เตรียมจะเข้าไปหารือ ขอความสนับสนุนจากนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เร็วๆ นี้ เพราะเชื่อว่าธุรกิจของบริษัทยังมีอนาคต หากรัฐยอมเข้ามาสนับสนุนหาแหล่งเงินทุนให้
“รองนายกฯ กิตติรัตน์ ไม่ได้รับปากว่าจะช่วย แต่จะขอเข้าไปหารือ โดยใช้สถานะของการเป็นประธานหอการค้าไทย-ศรีลังกา พ่วงเข้าไปด้วย เพื่อชี้แจงให้เห็นถึงความสำคัญต่อการสนับสนุนกิจการประเภทนี้” นางอารุณี กล่าว
ก่อนหน้านี้ บริษัทได้เข้าไปขอกู้เงินจากธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย หรือเอ็กซิมแบงก์ เพื่อนำเงินมาใช้หนี้ให้ลูกค้า แต่ถูกปฏิเสธ เนื่องจากเอ็กซิมแบงก์ไม่มีนโยบายปล่อยกู้เพื่อไปชำระหนี้ จึงต้องหาธนาคารรายอื่นต่อไป
อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงเดินหน้าขายโครงการกับลูกค้ากลุ่มใหม่ เพื่อหาเงินมาหมุนเวียนธุรกิจให้เดินต่อไปได้ แต่สัญญาที่จะทำกับลูกค้ากลุ่มใหม่อาจขยายเป็น 7-8 ปีแทน ส่วนลูกค้าเก่ากลุ่มต่อไปที่ครบกำหนดจะได้รับเงินคืนในปี 2556 ก็จะทยอยเชิญมารับข้อเสนอขอยืดชำระหนี้ไปเรื่อยๆ
“หากลูกค้าไม่รับข้อเสนอของบริษัทอยากไปฟ้องร้องก็เชิญ หากเป็นคดีความขึ้นมาก็ต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะได้ข้อยุติ ส่วนตัวในฐานะที่มาสานต่อในการแก้ปัญหาจากทีมผู้บริหารชุดเก่า ยืนยันว่าตัวเองทำดีที่สุดแล้ว และส่วนตัวก็เป็นทั้งผู้ถือหุ้นและลงทุนซื้อแปลงไม้กฤษณาไว้เช่นกัน ยืนยันไม่หนีหายไปต่างประเทศ” นางอารุณี ย้ำ
ปัจจุบัน ปัญหาดังกล่าวได้มีลูกค้าหลายรายเริ่มโทรศัพท์เข้าไปปรึกษากับมูลนิธิคุ้มครองผู้บริโภคบ้างแล้ว และส่วนหนึ่งได้มีการเข้าไปโพสต์ข้อความในโซเชียลเน็ตเวิร์ก ระบุ หลังเลือกยืดชำระหนี้ไปแล้ว พอครบกำหนดเวลาตามที่บริษัทแจ้งก็ยังไม่ได้เงินคืนอยู่ดี แต่ก็มีบางรายเข้ามาโพสต์ตอบว่าได้คืนครบแล้ว ซึ่งเรื่องนี้ยังไม่มีหน่วยงานรัฐเข้ามาดูแล ขณะที่บริษัท ทัชวู้ด ก็ยังเดินหน้าหาลูกค้ารายใหม่ต่อไป







