posttoday
ผ่านกม.แก้ฟิสคัลคลิฟล่ม

ผ่านกม.แก้ฟิสคัลคลิฟล่ม

22 ธันวาคม 2555

ฝ่ายค้านรีพับลิกันเสียงแตก-ดันแผนเข้าสภาผู้แทนฯไม่ไหว

ฝ่ายค้านรีพับลิกันเสียงแตก-ดันแผนเข้าสภาผู้แทนฯไม่ไหว

ฝ่ายค้านสหรัฐล้มเลิกการเสนอแผนแก้หน้าผาการคลังเข้าสภาผู้แทนฯ เหตุเสียงแตกภายในพรรค ฉุดหุ้น-ทอง-น้ำมัน พร้อมใจดิ่งทั่วโลก

การเจรจาแก้ปัญหาหน้าผาทางการคลังสหรัฐ (ฟิสคัล คลิฟ) ต้องประสบภาวะชะงักงันอย่างต่อเนื่องอีกครั้ง เมื่อพรรคฝ่ายค้านรีพับลิกันตัดสินใจไม่ยื่นแผนขึ้นภาษีต่อผู้มีรายได้เกินปีละ 1 ล้านเหรียญสหรัฐ (กว่า 30 ล้านบาท) ให้เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐตามกำหนดเดิมในวันที่ 20 ธ.ค. เนื่องจากแผนดังกล่าวไม่ได้รับเสียงสนับสนุนจาก สส.ภายในพรรคมากพอ

จอห์น โบห์เนอร์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐจากพรรครีพับลิกัน ตัดสินใจล้มเลิกความคิดที่จะเสนอแผนดังกล่าวซึ่งถูกเรียกว่า “แผนบี” ต่อสภาล่าง หลังจากที่ สส.จำนวนหนึ่งยังคงคัดค้าน ซึ่งนับเป็นความล้มเหลวครั้งใหญ่ของโบห์เนอร์ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้านในสภาล่าง ที่ไม่สามารถคุมเสียงภายในพรรครีพับลิกันได้

ทั้งนี้ ฝ่ายค้านสหรัฐซึ่งครองเสียงส่วนใหญ่ในสภาล่าง ต้องการให้การขึ้นภาษีเพื่อทำให้ระดับหนี้ของสหรัฐลงมานั้น เริ่มต้นต่อผู้ที่มีรายได้เกินปีละ 1 ล้านเหรียญสหรัฐขึ้นไป (ราว 30 ล้านบาท) ซึ่งเป็นแนวทางเดิมที่มีมาตั้งแต่สมัยอดีตประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู. บุช และได้ประกาศจะผลักดันแผนการนี้ให้สภาล่างพิจารณาผ่านเป็นร่างกฎหมายต่อไป

ขณะที่ฝ่ายของรัฐบาลพรรคเดโมแครต ซึ่งมีเสียงส่วนใหญ่ในวุฒิสภานั้น ต้องการให้การขึ้นภาษีคนรวยนั้นเริ่มต้นตั้งแต่ผู้มีรายได้ปีละ 4 แสนเหรียญสหรัฐขึ้นไป (ราว 12.2 ล้านบาท) ซึ่งประธานาธิบดี บารัก โอบามา ยังได้ขู่ที่จะใช้สิทธิวีโตเพื่อยับยั้งอีกด้วย หากสภาคองเกรสมีมติผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวออกมา

ความล้มเหลวครั้งนี้ทำให้ทั่วโลกยิ่งกังวลมากขึ้นว่า ทั้งสองฝ่ายอาจหาข้อสรุปร่วมกันไม่ทันเส้นตายภายในวันที่ 31 ธ.ค.นี้ ซึ่งตามกฎหมายแล้วจะส่งผลให้รัฐบาลต้องปรับลดหนี้ลงโดยอัตโนมัติในวันที่ 1 ม.ค. 2556 ด้วยการขึ้นภาษีและลดงบประมาณรายจ่ายต่างๆ ลง ซึ่งจะทำให้เงินหายออกไปจากระบบเศรษฐกิจสหรัฐถึง 6 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 18.3 ล้านล้านบาท) และอาจฉุดเศรษฐกิจสหรัฐให้ดิ่งลงถึง 2% จนเข้าสู่ภาวะถดถอย

สำหรับความกังวลต่อปัญหาดังกล่าว ส่งผลให้ตลาดหุ้นและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลกปรับตัวดิ่งลงทันทีในการซื้อขายเมื่อวันที่ 21 ธ.ค. โดยราคาทองคำในตลาดโคเมกซ์ สหรัฐ วันที่ 20 ธ.ค. ตามเวลาท้องถิ่น ดิ่งลงฮวบฮาบถึง 21.8 เหรียญสหรัฐ มาอยู่ที่ 1,645.9 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบไลต์สวีตงวดส่งมอบเดือน ก.พ. ปีหน้า ในตลาดสิงคโปร์ ก็ลดลงถึง 1 เหรียญสหรัฐ มาอยู่ที่ 89.13 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท