posttoday
จังหวะซื้อหุ้น

จังหวะซื้อหุ้น

21 ธันวาคม 2555

บรรดานักวิเคราะห์เชื่อว่าครึ่งหลังเดือน ธ.ค.ปีนี้ เป็นจังหวะเข้าซื้อหุ้น

บรรดานักวิเคราะห์เชื่อว่าครึ่งหลังเดือน ธ.ค.ปีนี้ เป็นจังหวะเข้าซื้อหุ้น

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ เชื่อว่า ในช่วง 2 สัปดาห์สุดท้ายของเดือน ธ.ค.นี้ คาดว่าจะมีจังหวะอ่อนตัวให้ซื้อหุ้นที่น่าลงทุนดังนี้

ประการแรก หุ้นเข้า SET 50 Index ชอบธนาคารเกียรตินาคิน (KK) และบริษัท จัสมิน (JAS)

ประการที่สอง หุ้นใหญ่พื้นฐานดีแต่ราคายังถูก น่าจะยังเป็นเป้าหมายการซื้อหลักของเม็ดเงินไหลเข้าทั้งจากเงินนอกและกองทุนรวมหุ้นระยะยาวและกองทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ (LTF & RMF) แนะนำ บริษัท บ้านปู (BANPU) ธนาคารกรุงเทพ (BBL) บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) บริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น (INTUCH) บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส (IVL) บริษัท ลานนารีซอร์สเซส (LANNA) บริษัท สยามแม็คโคร (MAKRO) และบริษัท ปตท. (PTT)

ประการที่สาม หุ้นขนาดกลางเล็ก ที่มีประเด็นเชิงบวกรออยู่ในปีหน้าจากอุปสงค์ภายในประเทศแข็งแกร่งและการลงทุนทั้งของภาครัฐ (โครงสร้างพื้นฐาน) และเอกชน (3G) แนะนำ BTS, บริษัท สามารถ คอร์ปอเรชั่น (SAMART) และบริษัทซิมโฟนี่ คอมมูนิเคชั่น (SYMC)

ทั้งนี้ ดัชนีได้ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง 2.2% จากช่วงปลายเดือน พ.ย. มาถึงระดับเป้าหมายเดือน ธ.ค. ของ บล.ทิสโก้ แล้วที่ 1,3401,360 จุด ในระยะเวลาเพียงครึ่งเดือนแรก ถือว่าเร็วกว่าที่ประเมินไว้จากเงินนอกไหลเข้าอย่างมีนัยสำคัญ (ต่างชาติซื้อสุทธิเฉียด 1.2 หมื่นล้านบาท ในช่วงเวลาเพียง 7 วันทำการ) หลังปัจจัยที่เคยกดดันตลาดทยอยคลี่คลายไปทีละเปลาะ ทั้งตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐและจีน ที่กลับมามีทิศทางที่ดีขึ้น โดยเฉพาะตัวเลขดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่กลับมาขยายตัว (ตัวเลขมากกว่าระดับ 50 = ขยายตัว) กรีซได้รับเงินช่วยเหลือ 3.4 หมื่นล้านยูโร จากสหภาพยุโรปและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ และการชุมนุมของกลุ่มองค์การพิทักษ์สยามและการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่เป็นไปอย่างราบรื่นไม่มีเหตุรุนแรง

นักวิเคราะห์ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส วิเคราะห์ว่า ตลาดหุ้นปีหน้ายังน่าลงทุนและสนับสนุนให้ดัชนีหุ้นปรับตัวขึ้นในเดือน ม.ค. (January Effect) ได้ ถ้าไม่สะดุดตัวจากภาวะหน้าผาการคลังของสหรัฐ ทั้งนี้เนื่องจากมีปัจจัยสนับสนุนหลายประการ ได้แก่

ประการแรก สภาพคล่องการเงินโลกสูง

ประการที่สอง อัตราดอกเบี้ยประเทศชั้นนำมีแนวโน้มทรงตัวต่ำสุดเป็นประวัติการณ์อีกนาน

ประการที่สาม สถานการณ์ในยูโรโซนดีขึ้น เริ่มมีความคืบหน้าในการจัดตั้งสหภาพการธนาคารเพื่อเข้ามาดูแลระบบการเงินของภูมิภาคให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ประการที่สี่ ราคาน้ำมันดิบอยู่ในเกณฑ์ไม่สูง เพราะความต้องการในตลาดโลกเริ่มเติบโตไม่มากในปี 2556 ขณะเดียวกันกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลก (โอเปก) มีมติคงเป้าหมายการผลิตน้ำมันดิบในปี 2556 ไว้ที่ 30 ล้านบาร์เรล เพราะพอใจกับระดับราคาน้ำมันดิบในปัจจุบันแล้ว ดังนั้นหากไม่มีความขัดแย้งที่รุนแรงในตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันดิบน่าจะแกว่งตัวในกรอบไม่กว้างจากปัจจุบันนัก ปัจจุบันราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ที่ 86 เหรียญสหรัฐ และ 108 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ตามลำดับ ซึ่งราคาพลังงานที่ต่ำไม่กดดันเงินเฟ้อและทำให้นานาประเทศยังคงใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจได้ต่อไป

ประการที่ห้า ความวิตกของการเมืองไทยผ่อนคลายในระยะสั้น หลังการประชุมพรรคร่วมรัฐบาล (เพื่อไทย ชาติไทยพัฒนา ชาติพัฒนา และพลังชล) มีมติเห็นชอบให้ทำประชามติก่อนลงคะแนนเสียงแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญวาระ 3 เพื่อลดแรงกระเพื่อมและความขัดแย้งทางการเมือง

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยบวกนี้จะทำงานได้เต็มที่เมื่อสหรัฐสามารถหลีกเลี่ยงภาวะหน้าผาการคลังได้ แต่หากต้องเผชิญกับภาวะดังกล่าวแล้วทำให้เศรษฐกิจสหรัฐกลับเข้าสู่ภาวะถดถอยอีกรอบ ตลาดหุ้นจะเสียวงจรและอาจมีการปรับฐานใหญ่เกิดขึ้นได้

บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส แนะนำซื้อหุ้นธนาคารกรุงไทย (KTB) บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป (BTS) และบริษัท จีเอฟพีที (GFPT) โดยให้ราคาที่เหมาะสม 22 บาท 7.65 บาท และ 9 บาท ตามลำดับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท