
SCCซื้อบริษัทเวียดนาม
ทุ่มงบ7,200ล้าน ยึดธุรกิจกระเบื้อง ทั้งปีเทกฯ3หมื่นล.
ทุ่มงบ7,200ล้าน ยึดธุรกิจกระเบื้อง ทั้งปีเทกฯ3หมื่นล.
SCC ตะลุยซื้อกิจการไม่ยั้ง ล่าสุดทุ่ม 7,200 ล้านซื้อกิจการกระเบื้องเวียดนาม หนุนกำลังผลิตเพิ่มเป็น 225 ล้าน ตร.ม. คาดทั้งปีใช้เงินกว่า 3 หมื่นล้าน ขยายกิจการทั่วอาเซียน
นายกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติให้บริษัทย่อยคือ เอสซีจีผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง บรรลุข้อตกลงในสัญญาซื้อขายหุ้นแบบมีเงื่อนไขกับผู้ถือหุ้นในปัจจุบันของบริษัท Prime Group Joint Stock หรือ Prime Group ในการเข้าซื้อธุรกิจกระเบื้องเซรามิกและสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องของ Prime Group ในประเทศเวียดนาม คาดว่าจะใช้เงินลงทุนทั้งสิ้น 7,200 ล้านบาท โดยจะเข้าถือหุ้นประมาณ 85% ส่วนหุ้นที่เหลืออีก 15% จะถือโดยผู้ก่อตั้งบริษัท คาดว่า จะสามารถสรุปได้ภายในไตรมาสแรกของปี 2556
ปัจจุบัน Prime Group มีโรงงานกระเบื้องเซรามิก 6 โรงงาน ซึ่งมีกำลังการผลิตรวมทั้งสิ้น 75 ล้านตารางเมตร (ตร.ม.) และเป็นหนึ่งในผู้ผลิตกระเบื้องเซรามิกชั้นนำในประเทศเวียดนาม คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 20%
นอกจากนั้น Prime Group ยังเป็นเจ้าของสินทรัพย์หลักๆ เช่น เหมืองดินเหนียว เหมืองทราย รวมทั้งเหมืองแร่เฟลด์สปาร์ ซึ่งใช้เป็นวัตถุดิบหลักสำหรับการผลิตกระเบื้องเซรามิก และยังเป็นเจ้าของโรงงานกระเบื้องหลังคาดินเผา ซึ่งมีกำลังการผลิต 1.5 ล้าน ตร.ม.
นายกานต์ กล่าวว่า การซื้อกิจการแห่งนี้แล้ว จะทำให้เครือเอสซีจีมีกำลังการผลิตกระเบื้องเซรามิก รวมทั้งสิ้น 225 ล้าน ตร.ม. มาจากไทยสัดส่วน 48% เวียดนาม 33% อินโดนิเซีย 14% และฟิลิปปินส์ 5%
“การลงทุนดังกล่าว ได้แสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์หลักของเอสซีจี ที่มุ่งมั่นจะเติบโตและยกระดับความสามารถและศักยภาพในการขยายการลงทุนไปยังภูมิภาคอาเซียน หลังจากที่เอสซีจีได้เข้าซื้อหุ้นในธุรกิจกระเบื้องเซรามิกของ KIA (PTKeramika Indonesia Associasi Tbk) ในอินโดนีเซียเมื่อกลางปี 2554 และการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในธุรกิจกระเบื้องเซรามิกของ Mariwasa (MariwasaSiam Ceramics, Inc) ในฟิลิปปินส์ เมื่อต้นปี 2555” นายกานต์ กล่าว
ทั้งนี้ จากการรวมการประกาศเข้าซื้อกิจการในต่างประเทศของเครือ SCC ช่วงปี 2555 รวมกว่า 3 หมื่นล้านบาท โดยก่อนหน้าซื้อมาแล้ว 2.22 หมื่นล้านบาท และยังไม่นับรวมการประกาศไปลงทุนในโครงการปิโตรเคมีครบวงจรที่เวียดนาม มูลค่ารวม 4,500 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 1.35 แสนล้านบาท ซึ่งจะเห็นความชัดเจนในปี 2556
นอกจากนี้ ยังมีรายการซื้อหุ้นของบริษัทในไทยทั้งบริษัท ไทยพลาสติกและเคมีภัณฑ์ (TPC) และสยามโกลบอลเฮ้าส์ (GLOBAL) ด้วย
ด้านราคาหุ้น SCC ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุดปิดตลาดที่ 424 บาท ไม่เปลี่ยนแปลงจากวันก่อนหน้า







