
รัฐเพิ่มคุ้มประกันข้าวนาปรัง
สั่งกองทุนภัยพิบัติอุ้มเพิ่มเติมเบี้ยรวมข้าวนาปี103ล้านบาท
สั่งกองทุนภัยพิบัติอุ้มเพิ่มเติมเบี้ยรวมข้าวนาปี103ล้านบาท
รัฐเล็งขยายความคุ้มครองประกันภัยข้าวนาปรังปีผลิตนี้
นายถนัด จีรชัยไพศาล ผู้อำนวยการบริหาร สมาคมประกันวินาศภัย เปิดเผยว่า จากการที่ภาครัฐมีแนวคิดให้กองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติขยายการรับประกันภัยพืชผลข้าวนาปรังฤดูกาลผลิตปี 2555 นี้ ทางคณะกรรมการกองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ และสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้ให้ทางสมาคมประกันวินาศภัยนำเรื่องนี้ไปศึกษา และเชิญชวนบริษัทประกันวินาศภัยเข้าร่วมรับประกัน
ทั้งนี้ ในเบื้องต้นมี 2 บริษัทที่เข้าร่วม คือ บริษัท ทิพยประกันภัย และบริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ ซึ่งเดิมรับประกันภัยพืชผลข้าวนาปีอยู่แล้ว ยินดีรับประกันภัยข้าวนาปรังด้วย
“ตอนนี้ยังไม่รู้ว่ามีปริมาณกี่ไร่ที่ปลูกข้าวนาปรัง ไม่มีสถิติ ซึ่งการจะรับประกันอะไรต้องพิจารณาความเสี่ยงเป็นหลัก ตอนนี้ยังไม่มีรายละเอียด ซึ่งถามว่าทำได้ไหม ทำได้อยู่แล้ว เพราะกองทุนฯ รับความเสี่ยงทั้งหมด คนที่จะมาประกันภัยคงไม่เยอะ และความเสียหายก็คงไม่มาก แต่จะเป็นการสร้างความตระหนักให้กับเกษตรกรว่ามีความคุ้มครองนี้” นายถนัด กล่าว
นายถนัด กล่าวว่า สำหรับราคาเบี้ยประกันภัยข้าวนาปรังจะเท่ากับประกันภัยข้าวนาปี มีความคุ้มครองเหมือนกัน จะต่างกันที่เปลี่ยนเป็นคุ้มครองภัยแล้ง เพราะนาปรังจะมีความเสี่ยงเรื่องภัยแล้ง แทนคุ้มครองภัยน้ำท่วม วงเงินคุ้มครองในวงเงิน 1,111 บาทต่อไร่ตลอดระยะเวลาเอาประกันภัย คุ้มครองภัยศัตรูพืชและโรคระบาดจะได้รับความคุ้มครอง 555 บาทต่อไร่ คิดเบี้ยประกันภัย 129 บาทต่อไร่ แต่การอุดหนุนเบี้ยประกันนั้นจะเหมือนกับข้าวนาปีหรือไม่ต้องรอทางกองทุนส่งเสริมการประกันภัย กับ สศค. นำเสนอกระทรวงการคลังเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี
“ข้าวนาปี เกษตรกรจ่ายเบี้ย 60 บาทต่อไร่ รัฐบาลสมทบให้อีก 69 บาทต่อไร่ ถ้าเป็นลูกค้าสินเชื่อของ ธ.ก.ส. ทางธนาคารจะชดเชยให้ไร่ละ 10 บาท แต่ข้าวนาปรังยังไม่ทราบ” นายถนัด กล่าว
การประกันภัยพืชผลข้าวนาปี ปิดการขายเมื่อวันที่ 26 พ.ย. มีเกษตรกรซื้อความคุ้มครอง 8 แสนไร่ เบี้ยไร่ละ 129 บาท เป็นเบี้ยประกันภัย 103 ล้านบาท วงเงินความคุ้มครอง หรือทุนประกันภัยประมาณ 888 ล้านบาท เพราะว่าเริ่มโครงการช้า แต่ในด้านของความเสียหายยังไม่มีการสรุป บางพื้นที่ได้รับความเสียหายเนื่องจากภัยแล้ง จากเป้าหมายที่วางไว้ 4 ล้านไร่ เบี้ยประกันภัยรวม 515 ล้านบาท







