
ดัชนีหุ้นวันที่ 20 ธ.ค. ปิดลบ 1 จุด
ดัชนีหุ้นแกว่งตัวลดลง และท้ายตลาดมาปิดที่ระดับ 1,377.40 จุด ลดลง 1 จุด หรือ 0.07% มูลค่าการซื้อขาย 41,931.03 ล้านบาท
ดัชนีหุ้นแกว่งตัวลดลง และท้ายตลาดมาปิดที่ระดับ 1,377.40 จุด ลดลง 1 จุด หรือ 0.07% มูลค่าการซื้อขาย 41,931.03 ล้านบาท
น.ส.ธีรดา ชาญยิ่งยงค์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ดัชนีหุ้นแกว่งตัวในกรอบแคบ ประเด็นการแก้ไขปัญหาหน้าผาทางการคลัง (Fiscal Clift) เป็นประเด็นหลักของวันนี้ และน่าจะเป็นปัจจัยที่มีผลต่อการเคลื่อนไหวของตลาดต่อเนื่องถึงวันพรุ่งนี้ โดยมองกรอบการเคลื่อนไหวที่แนวรับระดับ 1,365 จุด และแนวต้านที่ระดับ 1,380 – 1,385 จุด
น.ส.จิตรา อมรธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ฟินันเซีย ไซรัส กล่าวว่า ดัชนีมีแรงขายทำกำไรรับรู้ข่าวธนาคารกลางญี่ปุ่น(BOJ) จะมีการออกมาตรการQE เพิ่มตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้
สำหรับปัจจัยที่มีผลต่อการเคลื่อนไหวของดัชนีหุ้นระยะนี้ยังคงเป็นเรื่องการแก้ปัญหาหน้าผาทางการคลังของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเชื่อว่าต้นปีหน้าคงแก้ปัญหาไม่ทัน อาจส่งผลต่อดัชนีหุ้นมีการปรับฐาน นอกจากนี้ในอดีตหลายปีที่ผ่านมาในเดือนม.ค. ดัชนีหุ้นมักจะปรับตัวลดลง เนื่องจากมีแรงขายจากกองทุนแอลทีเอฟที่ครบกำหนด
5อันดับหุ้นที่มีการซื้อขายสูงสุด
1.UV ปิดที่ 9 บาท ลดลง 0.75 บาท หรือ 7.69% มูลค่า 1,840 ล้านบาท
2.BAY ปิดที่ 32 บาท เพิ่มขึ้น 1.25 บาท หรือ 4.07% มูลค่า 1,676 ล้านบาท
3.NMG ปิดที่ 1.65 บาท เพิ่มขึ้น 0.21 บาท หรือ 14.58% มูลค่า 1,514 ล้านบาท
4.CPALL ปิดที่ 46.50 บาท ลดลง 0.50 บาท หรือ 1.06% มูลค่า 1,505 ล้านบาท
5. PTTEP ปิดที่ 161.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 0.31% มูลค่า 1,398 ล้านบาท







