
ศก.จมพิษเงินข้าว
ธนาคารโลกระบุเสียหายหนักทีดีอาร์ไอชี้เจอดีถ้าจีดีพีโตน้อย
ธนาคารโลกระบุเสียหายหนักทีดีอาร์ไอชี้เจอดีถ้าจีดีพีโตน้อย
ธนาคารโลกชี้โครงการจำนำข้าวกระทบฐานะการคลังของไทย เหตุค่าใช้จ่ายสูงขายข้าวไม่ได้เสียหายหนัก
น.ส.กิริฎา เภาพิจิตร นักเศรษฐ ศาสตร์อาวุโส ธนาคารโลก สำนัก งานประเทศไทย กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยอาจต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากภาวะหนี้สาธารณะที่จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในอนาคต หากรัฐบาลยังดำเนินนโยบายประชานิยมที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ โดยหากดูจากค่าใช้จ่ายของโครงการสำคัญของรัฐบาล จะเห็นว่าโครงการรับจำนำข้าวมีค่าใช้จ่ายสูงที่สุดถึง 3.5% ของอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจในแต่ละปี
นอกจากนี้ ราคาที่รับจำนำยังถูกตั้งไว้ในระดับที่สูงกว่าราคาข้าวในตลาดสากลถึง 50% หรือประมาณ 200 เหรียญสหรัฐต่อข้าวสาร 1 เมตริกตัน โดยต้นทุนของรัฐที่เกิดขึ้นจากโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งรวมค่าใช้จ่ายสุทธิในโครงการ ทั้งค่าใช้จ่ายในการจำนำ ค่าใช้จ่ายในการสี และเก็บข้าว รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านธุรการอื่นๆ แต่ยังไม่รวมดอกเบี้ยของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
ธนาคารโลกประเมินว่า ข้าวที่เสียหายในฤดูกาลผลิตปี 2554/ 2555 สูงถึง 3.76 แสนล้านบาท หรือ 1.25 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็น 3.4% ของจีดีพี โดยปริมาณข้าวที่รับจำนำคาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก 21.7 ล้านเมตริกตันในฤดูกาลผลิตปีที่แล้ว เพิ่มเป็น 25 ล้านเมตริกตันในฤดูกาลปัจจุบัน
ดังนั้น คาดว่ารัฐบาลต้องใช้งบ ประมาณถึง 4.5 แสนล้านบาท หรือประมาณ 3.8% ของจีดีพี สำหรับฤดูกาลเก็บเกี่ยวปี 2555/2556
ประเด็นที่สำคัญคือ จนถึงปัจจุบันรัฐบาลยังไม่มีการขายข้าวออกจากคลังสินค้า จึงจำเป็นต้องติดตามผลการขาดทุนที่แท้จริง และผลกระทบที่จะมีต่อสถานะการคลัง ซึ่งจะรับรู้ได้ก็ต่อเมื่อรัฐบาลได้ขายข้าวออกจากคลังสินค้าแล้ว
น.ส.กิริฎา กล่าวว่า หากพิจารณาจากการคาดการณ์แนวโน้มราคาข้าวในตลาดโลก ซึ่งปีนี้ธนาคารโลกคาดว่าปี 2555 ราคาน่าจะอยู่ที่ระดับ 550 เหรียญสหรัฐต่อตัน (ข้าวขาว 5%) ส่วนปี 2556 ราคาตลาดโลกน่าจะลดลงมาอยู่ที่ 520 เหรียญสหรัฐต่อตัน ผลการขาดทุนน่าจะอยู่ระหว่าง 1.15-1.50 แสนล้านบาทต่อหนึ่งฤดูกาล
กรณีเลวร้ายสุด คือรัฐบาลขายข้าวออกไปไม่ได้เลย ความเสียหายก็จะเกิดเต็มจำนวน ปี 2554/2555 มีค่าใช้จ่าย 3.76 แสนล้านบาทปี 2555/2556 ประมาณ 4.32 แสนล้านบาท
นายสมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาอย่างทั่วถึง สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาแห่งประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า เงินส่วนใหญ่ของโครงการรับจำนำข้าวถึง 80% ตกอยู่ในมือคนรวย มีไม่ถึง 20% ที่ถึงมือชาวนาที่ยากจน การใช้เงินในโครงการรับจำนำข้าวเป็นการใช้เงินนอกงบ ประมาณที่น่ากลัว เมื่อเกิดความเสียหายที่คาดว่าเป็นแสนล้านบาทก็นำมาใส่ไว้ในงบประมาณให้เป็นภาระผู้เสียภาษี
นายสมชัย กล่าวว่า หากเศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ 5% อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 2.5% หนี้สาธารณะของไทยจะไม่มีปัญหา จาก 44% ของจีดีพีในปี 2555 จะเพิ่มเป็น 58% ในปี 2562 แต่การจำนำข้าวรอบ 2 ทำให้สัดส่วนหนี้สูงเป็น 65% ในปี 2562 เกินกรอบความยั่งยืนทางการคลัง
กรณีเศรษฐกิจขยายตัวได้ 3.5% เงินเฟ้อ 2% หนี้สาธารณะของไทยจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเป็น 64% ของจีดีพีในปี 2559 และ 78% ในปี 2562







