
เกษตรฯแจงที่ไม่เหมาะปลูกข้าว13ล้านไร่
เกษตรฯ ชงฐานข้อมูลการเกษตรประเทศ พบพื้นที่ปลูกข้าวไม่เหมาะสมถึง 13 ล้านไร่
เกษตรฯ ชงฐานข้อมูลการเกษตรประเทศ พบพื้นที่ปลูกข้าวไม่เหมาะสมถึง 13 ล้านไร่
แหล่งข่าวจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรฯ ได้ทำแผนการบริหารจัดการการผลิตทางการเกษตรในเขตโซนนิงภาคเกษตรเสร็จแล้ว และจะเสนอต่อนายกรัฐมนตรีในการประชุมเชิงปฏิบัติการ การบูรณาการจัดทำพื้นที่โซนนิงภาคการเกษตร ในวันที่ 19 ธ.ค.นี้ ที่ทำเนียบรัฐบาล
ทั้งนี้ ผลการจัดชั้นความเหมาะสมของที่ดินสำหรับแบ่งเป็นเหมาะสมมาก เหมาะสมปานกลาง เหมาะสมเล็กน้อยและไม่เหมาะสมข้าวนาปี (2554/2555) พบว่ามีพื้นที่เหมาะสมสูงสุด 1.6 ล้านไร่ พื้นที่เหมาะสมปานกลาง 44 ล้านไร่ เหมาะสมเล็กน้อย 14.7 ล้านไร่ ไม่เหมาะสม 13.2 ล้านไร่
การจัดทำแผนดังกล่าวเพื่อพิจารณาแนวยุทธศาสตร์การผลิตพืชของประเทศไทยให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดในพืชแต่ละชนิด เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนหรือปัญหาผลผลิตล้นตลาด เมื่อได้ความต้องการที่ชัดเจนในระดับนโยบายแล้วจะนำมากำหนดเขตพื้นที่โซนนิงการเพาะปลูกพืชนั้น
“ข้อมูลทั้งหมดจะแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยมีพื้นที่เหมาะสมกับการปลูกข้าวในระดับมากที่สุด ปานกลาง น้อยที่สุด กี่ไร่ อยู่ที่ไหนบ้าง ซึ่งหากรัฐบาลมีนโยบายว่าต้องการให้ข้าวนาปีของไทยอยู่ที่ 35 ล้านไร่ จากปัจจุบัน 39 ล้านไร่ กระทรวงเกษตรฯ ก็จะมีข้อมูลว่าพื้นที่ที่ควรจะลดหรือมีความเหมาะสมน้อยสุดอยู่ที่ไหน” แหล่งข่าวเปิดเผย
นอกจากนี้ หากพบว่าพื้นที่ที่ปลูกแล้วผลผลิตไม่คุ้มค่าก็อาจลดปริมาณปลูกข้าวในพื้นที่เหล่านี้ โดยรัฐอาจสร้างแรงจูงใจในการเปลี่ยนการเพาะปลูกหรือส่งเสริมปลูกพืชอื่นที่เหมาะสมกว่าและมีตลาดรองรับ
เพราะฉะนั้น จะต้องการให้ประเทศมีปริมาณผลผลิตเท่าไหร่ ให้สอดคลองกับความต้องการทั้งในประเทศและเพื่อส่งออกในเรื่องตลาด กระทรวงพาณิชย์จะต้องเป็นฝ่ายที่จะต้องบอกให้ชัดว่าแต่ละปีต้องการ พืชทั้ง 6ตัวในปริมาณเท่าไหร่ “ แหล่งข่าวกล่าว
สำหรับการจัดทำแผนดังกล่าว กระทรวงเกษตรฯ ได้ดำเนินการในพืชเศรษฐกิจ 6 ชนิดตามโจทย์ของนายกฯ ประกอบด้วย ข้าวนาปี ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปาล์มน้ำมัน อ้อย ยางพารา และมันสำปะหลัง โดยใช้ความสมบูรณ์ของแร่ธาตุในดินที่เหมาะกับพืชแต่ละชนิดเป็นตัวตั้ง สภาพภูมิอากาศ และผลผลิตต่อไร่ เพื่อพิจารณาว่าทั้งประเทศมีพื้นที่ใดบ้างที่เหมาะกับพืชเศรษฐกิจทั้ง 6 ชนิดซึ่งชุดข้อมูลนี้ลงรายละเอียดถึงระดับตำบลและเมื่อใช้แผนที่มาตรส่วน 1ต่อ 4000กับแปลงที่ดินของกรมที่ดินจะสามารถระบุได้ว่าเป็นพื้นที่ของผู้ใด ซึ่งถือเป็นชุดข้อมูลที่จะใช้เป็นแผนแม่บทในการ บริหารการใช้ที่ดินของประเทศไทย เนื่องจากมีระบุทั้งพื้นที่การเกษตรในเขตเอกชนและในเขตป่าไม้







