posttoday
ผู้ถือหุ้นบีทีเอสโหวตตั้งกองทุน5หมื่นล้าน

ผู้ถือหุ้นบีทีเอสโหวตตั้งกองทุน5หมื่นล้าน

19 ธันวาคม 2555

ผู้ถือหุ้นบีทีเอสยกมือให้ตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน “คีรี” ลั่นระดมได้ไม่ถึง 5 หมื่นล้านบาทไม่ขาย ยันจ่ายเงินปันผลพิเศษ

ผู้ถือหุ้นบีทีเอสยกมือให้ตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน “คีรี” ลั่นระดมได้ไม่ถึง 5 หมื่นล้านบาทไม่ขาย ยันจ่ายเงินปันผลพิเศษ

ที่ประชุมผู้ถือหุ้นบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) มีมติอนุมัติการขายรายได้ค่าโดยสารในอนาคตที่อายุสัญญาสัมปทานเหลืออยู่ 17 ปี (สิ้นสุด 4 ธ.ค. 2572) ของบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (BTSC) จะได้รับจากการเดินรถไฟฟ้าสายหลัก คือ สายสุขุมวิทและสายสีลม ระยะทางรวม 23.5 กม. ให้กับกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (BTSGIF)

นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการและประธานกรรมการ บริหาร BTS กล่าวภายหลังการประชุมผู้ถือหุ้นว่า กองทุนดังกล่าวจะต้องมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นล้านบาท หากความต้องการซื้อหน่วยลงทุนไม่ถึง 5 หมื่นล้านบาท ก็จะไม่ขาย

ทั้งนี้ บริษัทมีโอกาสที่จะระดมเงินมาก กว่า 5 หมื่นล้านบาท เนื่องจากนักลงทุนแสดงความต้องการเข้ามามาก ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทได้ไปนำเสนอข้อมูล (โรดโชว์) ให้กับนักลงทุนที่ฮ่องกง มาเลเซีย และสิงคโปร์ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีมาก

นอกจากนั้น ขณะนี้มีกระแสเงินเข้ามาลงทุนในเมืองไทย น่าจะเป็นจังหวะที่เอื้อต่อการเสนอขายกองทุน และถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจ เพราะผู้ถือหน่วยไม่ต้องเสียภาษีจากเงินปันผลเป็นระยะเวลา 10 ปี และธุรกิจเดินรถไฟฟ้าเป็นสินค้าที่สัมผัสได้ นักลงทุนรายย่อยเห็นการเติบโตของธุรกิจ และ การดำเนินงานที่ผ่านมาในช่วง 13 ปี ก็พิสูจน์ผลงานได้เป็นอย่างดี

สำหรับขั้นตอนการจัดตั้งกองทุน หลังจากผู้ถือหุ้นอนุมัติก็เตรียมจะเดินทางไปโรดโชว์ที่ยุโรป สหรัฐ และกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง และจะสำรวจราคาในช่วงต้นเดือน ก.พ.นี้

“ปลายเดือน ม.ค. น่าจะสำรวจความต้องการซื้อ และต้นเดือน ก.พ. ก็จะทราบราคาขายหน่วยลงทุน เพื่อให้ทุกอย่างเสร็จก่อนวันที่ 9 ก.พ. ซึ่งตรงกับวันตรุษจีน” นายคีรี กล่าว

ทั้งนี้ หากได้เงินเป็นไปตามแผน 56 หมื่นล้านบาท จะแบ่งเงิน 1 หมื่นล้านบาท ใช้ค้ำประกันหุ้นกู้ของบีทีเอส ส่วนเงิน 1.62 หมื่นล้านบาท นำไปลงทุนในกองทุนที่ตั้งใหม่ เพื่อรักษาสัดส่วนการถือหุ้นที่ 33%

ส่วนที่เหลือ 2.22.9 หมื่นล้านบาท และเงินกู้อีกส่วนหนึ่ง เตรียมนำไปร่วมประมูลในรถไฟฟ้า 4 เส้นทางหลัก 1.31 แสนล้านบาท คือ สายสีเขียว 2 เส้น 6.4 หมื่นล้านบาท สายสีชมพู 4.2 หมื่นล้านบาท และรถไฟขนาดเบา 2.5 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ยังมีเงินเหลืออยู่เพียงพอในการจ่ายปันผลพิเศษ อย่างไรก็ตาม หากไม่สามารถขายได้ 5 หมื่นล้านบาท ก็จะไม่มีผลกระทบต่อการร่วมประมูลงาน เนื่องจากบริษัทมีศักยภาพในการกู้เงิน และระดมทุนในรูปแบบอื่น เช่น การเพิ่มทุนจดทะเบียน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท