
เร่งพิจารณา23มาตรการบรรเทาค่าแรง
กิตติรัตน์เผยอนุมัติต่ออายุ 11 มาตรการเดิม เห็นชอบ 4 มาตรการใหม่ และเร่งพิจารณาอีก 8 มาตรการเพิ่มเติมเพื่อเสนอครม.ให้ทันปีนี้
กิตติรัตน์เผยอนุมัติต่ออายุ 11 มาตรการเดิม เห็นชอบ 4 มาตรการใหม่ และเร่งพิจารณาอีก 8 มาตรการเพิ่มเติมเพื่อเสนอครม.ให้ทันปีนี้
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้พิจารณามาตรการที่จะช่วยเหลือเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 23 มาตรการ ประกอบด้วย 11 มาตรการที่ผ่านคณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้ต่ออายุมาตรการออกไปอีก 1 ปี ขณะที่ 4 มาตรการ ภาครัฐและเอกชนเห็นชอบร่วมกันเรียบร้อยแล้ว ประกอบด้วย ให้กระทรวงมหาดไทยไปดูแลลดค่าธรรมเนียมต่างๆ , กระทรวงแรงงานตั้งคลินิกพัฒนาฝีมือแรงงาน , ปรับเพิ่มค่าใช้จ่ายในส่วนของการสัมมนาให้กับหน่วยงานราชการ เพื่อให้ภาคธุรกิจมีรายได้เพิ่มขึ้น และให้กระทรวงพาณิชย์ดำเนินการร้านถูกใจ เพื่อให้ผู้ประกอบการมีช่องทางจำหน่ายสินค้าเพิ่ม
ส่วนอีก 8 มาตรการที่ยังมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน อาทิ การชดเชยต้นทุนค่าจ้างที่ปรับสูงขึ้นใน 70 จังหวัด ระยะ 3 ปี และทยอยลดการชดเชยลงให้กับเอสเอ็มอีจำนวน 1 ล้านราย โดยจะใช้งบกลางของรัฐบาลนั้น จะให้หน่วยงานดูรายละเอียดว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ และจะต้องใช้งบประมาณเท่าไร ก่อนที่จะเสนอมาตรการเหล่านี้ให้ที่ประชุม ครม.พิจารณาให้เร็วที่สุด หากเป็นไปได้จะเป็น ครม.นัดสุดท้ายของปี 2555 เพื่อให้ทันการประกาศค่าแรง 300 บาททั่วประเทศ ในวันที่ 1 มกราคม 2556
นอกจากนี้ ภาคเอกชนได้ขอถอนข้อเสนอขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เป็นเวลา 3 ปี เพราะเอกชนเข้าใจดีว่าระบบภาษีเป็นการบังคับใช้กับทุกคนทุกกลุ่มเพราะเป็นมาตรฐานสากลของระบบภาษี รวมทั้งการออกบัตรลดราคาสินค้าให้ลูกจ้าง ซึ่งเห็นว่าไม่มีความจำเป็นแล้ว







