posttoday
ส่งหลักฐานดีเอสไอสอบทุจริตราคายาง

ส่งหลักฐานดีเอสไอสอบทุจริตราคายาง

18 ธันวาคม 2555

รมช.เกษตรฯ ส่งไม้ต่อดีเอสไอ สอบทุจริตโครงการรักษาเสถียรภาพราคายาง หลังพบสถาบันเกษตรสวมสิทธิอื้อ

รมช.เกษตรฯ ส่งไม้ต่อดีเอสไอ สอบทุจริตโครงการรักษาเสถียรภาพราคายาง หลังพบสถาบันเกษตรสวมสิทธิอื้อ

นายอำนวย ปะติเส ที่ปรึกษา รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกร เพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางพารา ที่มีนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รมช.เกษตรฯ เป็นประธาน มีมติให้ทำหนังสือถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ เพื่อให้สอบสวนการทุจริตในโครงการรักษาเสถียรภาพราคายางพารา ตามที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้ตั้งข้อสังเกตมา

ทั้งนี้ เนื่องจากเมื่อส่งคณะอนุกรรมการโครงการเข้าไปตรวจสอบการสวมสิทธิ ตรวจสอบสต๊อกยางของโครงการพบว่ามีมูลความผิดจริงตามที่ สตง.ได้ตรวจสอบเบื้องต้น ทั้งนี้ รมช.เกษตรฯ จะลงนามในหนังสือพร้อมหลักฐานบางส่วนถึงดีเอสไอในวันที่ 24 ธ.ค.นี้ ให้ดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญา

นอกจากนี้ ในที่ประชุมยังมีมติให้ปรับปรุงหลักเกณฑ์การให้เกษตรกรเข้าร่วมโครงการใหม่ เพื่อให้ช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อยได้จริง โดยที่ประชุมมีมติให้ปรับแก้ไขการรับซื้อยางพาราจากเกษตรกรจากเดิม 2 กิโลกรัม (กก.) ต่อไร่ต่อ 17 วันต่อเดือน เป็น 2 กก.ต่อไร่ต่อ 17 วัน ไม่เกินครัวเรือนละ 25 ไร่ ทั้งนี้ เพื่อให้ประโยชน์ตกแก่เกษตรกรมากที่สุด และมีโอกาสเข้าถึงโครงการ หลังจากนี้องค์การสวนยาง (อ.ส.ย.) ในฐานะผู้ดำเนินการจะสามารถใช้หลักเกณฑ์นี้ซื้อยางได้ทันที อย่างไรก็ตามจะต้องรายงานให้ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ(กนย.)เพื่อทราบด้วย

“ที่ผ่านมาไม่มีการจำกัดปริมาณ และเมื่อบวกกับการสวมสิทธิ์ของสถาบันเกษตรกรที่ไปเอายางที่รับซื้อตามราคาตลาดประมาณ 80 บาทต่อกก. ทั้งจากเกษตรกรในสวนหรือไปประมูลจากตลาดกลาง มาสวมสิทธิ์เข้าโครงการรับราคา 100 หรือ 104 บาทต่อกก. ให้เต็มจำนวนของสถาบันที่ได้รับ ทำให้เงิน 1.7 หมื่นล้านบาทก้อนแรกหมดเร็วและเกษตรกรบางรายยังเข้าไม่ถึงโครงการ ดังนั้นเมื่อเงินก้อนใหม่ 2.5 หมื่นล้านกำลังจะออก ประธานเห็นว่าควรที่จะมีการทำความสะอาดโครงการนี้ก่อนเพราะโครงการดีแต่ระดับปฏิบัติมีช่องโหว่”นายอำนวยกล่าวแหล่งข่าวในกระทรวงเกษตรฯ เปิดเผยว่า หากไม่เร่งจำกัดปริมาณยางที่จะรับซื้อคาดว่าระยะเวลาที่เหลืออีก 3 เดือน จนจบโครงการในเดือน มี.ค. 2556 รัฐบาลอาจต้องใช้งบประมาณถึง 1 แสนล้านบาท เพื่อรับซื้อยางทุกหยด แต่หากจำกัดปริมาณรับซื้อคาดว่าเงิน 2.5 หมื่นล้านบาท จะสามารถใช้ไปจนจบโครงการได้ ทั้งนี้ประธานโครงการยืนยันว่าจะไม่มีการขายยางอย่างเด็ดขาด หากว่ายังไม่ได้ราคาสูงกว่าที่รับจำนำ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันราคายางเพิ่มขยับมารออยู่ที่ 85 บาทต่อ กก.

สำหรับการตรวจสอบโกดังยางพาราที่เก็บรักษายางในโครงการพบว่าการเก็บรักษายางไม่ดีโดยที่โกดังยางขุนทะเล ของกรมวิชาการเกษตร จ.สุราษฏ์ธานี ที่ให้องค์การสวนยาง(อสย.)ใช้พื้นที่พบว่ามีการเก็บรักษายางที่ไม่ถูกต้องตามเงื่อนไขโครงการ โดยปริมาณยางที่เก็บทั้งหมด 1.2 หมื่นตันพบว่า 60% ยางเสียรูปทำให้ยางเสียราคาหากมีการจำหน่าย

ข่าวล่าสุด

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า