
สมาคมบลจ.เล็งจ้างที่ปรึกษารับมือกม.สหรัฐบีบเปิดข้อมูล
สมาคมบริษัทจัดการลงทุน เล็งจ้างที่ปรึกษารับมือกฎหมาย FATCA ชี้ทุก บลจ.ต้องร่วมมือ มั่นใจรัฐบาลให้ความสำคัญ
สมาคมบริษัทจัดการลงทุน เล็งจ้างที่ปรึกษารับมือกฎหมาย FATCA ชี้ทุก บลจ.ต้องร่วมมือ มั่นใจรัฐบาลให้ความสำคัญ
นายสมจินต์ ศรไพศาล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทหารไทย ในฐานะนายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน กล่าวว่า สมาชิกสมาคมมีการหารือเกี่ยวกับการรับมือในการดำเนินตามกฎหมายการรายงานข้อมูลการลงทุนในต่างประเทศของสหรัฐ (Foreign Account Tax Compliance Act : FATCA) แล้ว โดยในเบื้องต้นอยู่ระหว่างการหาที่ปรึกษาเพื่อให้ข้อมูลและคำแนะนำว่าจะต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง
ทั้งนี้ กฎหมาย FATCA มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันการเลี่ยงจ่ายภาษีของนักลงทุนสหรัฐ โดยตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2557 สถาบันการเงินทุกแห่งนอกประเทศสหรัฐ จะต้องนำส่งรายงานข้อมูลบัญชีของลูกค้าที่เป็นชาวอเมริกันที่มีรายการในสถาบันการเงินประเทศนั้นๆ ให้แก่กรมสรรพากรของสหรัฐ แต่หากสถาบันการเงินใดไม่มีการเปิดรายชื่อลูกค้าสหรัฐที่เข้ามาลงทุน รายได้ที่มาจากสหรัฐจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 30%
“ปัจจุบันสมาชิกจำนวนมากมีการลงทุนในสหรัฐและไม่ว่าสมาชิกจะมีลูกค้าที่เป็นสัญชาติสหรัฐอเมริกาหรือไม่ ไม่ใช่ประเด็น เพราะประเด็นที่สำคัญคือ เรามีการลงทุนหรือธุรกรรมการเงิน หรือมีดอกผลที่เกิดจากสหรัฐหรือไม่ ถ้ามี ก็มีโอกาสสูงที่จะได้ผลกระทบจากกฎหมายดังกล่าวในที่สุด เพราะในอนาคตคงจะมีกฎหมายลักษณะนี้ออกมาอีก” นายสมจินต์ กล่าว
นายสมจินต์ กล่าวอีกว่า สมาคมจะทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมในการประสานงานและให้ข้อมูลกับสมาชิกสมาคม เพราะเป็นประเด็นที่มีความสำคัญและจำเป็นต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน ซึ่งเชื่อว่าภาครัฐจะให้ความสำคัญกับประเด็นนี้ โดยประสานงานในระดับรัฐต่อรัฐ ซึ่งในขณะนี้มีรัฐบาลประมาณ 50 ประเทศแล้วที่ได้มีการเจรจากับรัฐบาลสหรัฐอเมริกา
นางวรวรรณ ธาราภูมิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.บัวหลวง เปิดเผยว่า การแก้ปัญหาที่ดีที่สุดคือ การทำสัญญาระหว่างรัฐบาลสหรัฐและรัฐบาลไทย โดยให้สถาบันการเงินในไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ดำเนินการเอง โดยรัฐบาลไทยเป็นผู้รายงานชื่อของนักลงทุนไปยังรัฐบาลสหรัฐ ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุด เพราะไม่ต้องแก้กฎหมายเพื่อรองรับการเปิดเผยชื่อของนักลงทุน โดยรัฐบาลอาจออกประกาศมารองรับเท่านั้น
ปัจจุบัน บลจ.บัวหลวง มีกองทุนเพียงกองเดียวที่ลงทุนในสหรัฐ คือกองทุนเปิดบัวหลวงโกลบอลเฮลธ์แคร์ แม้มูลค่าการลงทุนประมาณ 100200 ล้านบาท แต่หากรัฐบาลไม่จัดการแก้ไขปัญหาเมื่อกฎหมายออกมา จะทำให้กองทุนได้รับผลกระทบอย่างหนัก เพราะนักลงทุนของสหรัฐที่มาลงทุนใน บลจ.บัวหลวง ก็มีอยู่จำนวนหนึ่ง หากไม่สามารถส่งรายชื่อไปยังสหรัฐได้ บริษัทต้องเสียภาษีสูงถึง 30% ให้รัฐบาลสหรัฐ







