
ปั้น‘บีเจ’ผงาดยีนส์5พันล้าน
ชี้คนรุ่นใหม่ไม่ยึดติดแบรนด์ไฮแฟชฯเล็งบุกต่อเพื่อนบ้าน
ชี้คนรุ่นใหม่ไม่ยึดติดแบรนด์ไฮแฟชฯเล็งบุกต่อเพื่อนบ้าน
ไฮแฟชฯ ปรับแผนบุกตลาดกางเกงยีนส์ ปั้นแบรนด์ใหม่ “บีเจ” เจาะตลาด 5,000 ล้านบาท สบช่องคนรุ่นใหม่ไม่ติดแบรนด์
น.ส.กัลยาณี บุญญลักษม์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด ห้างหุ้นส่วนจำกัด ไฮแฟช เอเจนซี่ เปิดเผยว่า ไฮแฟชฯ วางแผนใช้งบลงทุนปี 2556 ไม่ต่ำกว่า 115 ล้านบาท เพื่อทำตลาดเครื่องแต่งกายยีนส์แบรนด์ใหม่ภายใต้ชื่อ บีจีเนียส หรือ “บีเจ” ซึ่งเป็นการสร้างแบรนด์สินค้าของตัวเองเป็นครั้งแรก และทำตลาดเชิงรุกอย่างจริงจังครั้งแรกในรอบ 28 ปี หลังจากได้รับสิทธิในการผลิตและทำตลาด (ไลเซนส์) แบรนด์บิ๊ก จอห์น จากประเทศญี่ปุ่น
ทั้งนี้ งบดังกล่าวจะนำไปใช้ในการพัฒนาปรับปรุงร้านสาขาบิ๊ก จอห์น เดิมที่มีกว่า 100 จุดขายทั่วประเทศ คาดใช้งบเฉลี่ยราว 1 ล้านบาทต่อสาขา ที่เหลือจะทำตลาดเพื่อสื่อสารแบรนด์ใหม่ไปยังกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะการใช้กลยุทธ์การทำตลาดผ่านสื่อใหม่ ในเว็บไซต์สังคมออนไลน์ (โซเชียลมีเดีย) ต่างๆ มากขึ้น
ขณะที่สินค้าแบรนด์ดังกล่าวจับกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่นอายุ 13 ปีขึ้นไป และกลุ่มวัยทำงานผู้บริหารคนรุ่นใหม่ (ยัง เอกเซ็กคิวทีฟ) โดยวางราคาจำหน่ายกางเกงยีนส์แบรนด์บีเจราว 1,495 ต่อตัว ซึ่งได้ทดลองทำตลาดสินค้าดังกล่าวในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ในช่องทางจำหน่ายบิ๊ก จอห์น ทั่วประเทศ และร้านสาขาเดี่ยว (สแตนด์ อโลน) 4 แห่งที่ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ เทอร์มินอล ทเวนตี้ วัน และพัทยา 2 สาขา
ขณะเดียวกัน ไฮแฟชฯ ยังมองเห็นโอกาสจากตลาดสินค้าแฟชั่นยีนส์มูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท ในช่องทางห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศที่มีอัตราเติบโตดีต่อเนื่อง จากพฤติกรรมผู้บริโภคคนรุ่นใหม่ในปัจจุบันที่นิยมแต่งกายในแบบของตัวเองมากขึ้น และไม่ยึดติดกับแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งเหมือนในอดีต แต่พร้อมลองซื้อแบรนด์ใหม่ที่ตรงกับความต้องการของตัวเองมากขึ้น
“การที่ผู้บริโภคคนรุ่นใหม่ไม่ติดแบรนด์จะเป็นโอกาสในการแจ้งเกิดของแบรนด์ใหม่ๆ ได้ไม่ยากนัก หากมีคุณภาพและตรงความต้องการของลูกค้า” น.ส.กัลยาณี กล่าว
สำหรับแผนงานในปีหน้าเตรียมขยายสาขาร้านเดี่ยวไม่ต่ำกว่า 5 จุดใหม่ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดยแต่ละสาขาคาดใช้พื้นที่ประมาณ 100 ตร.ม.
นอกจากนี้ ไฮแฟชฯ ยังเตรียมปรับสัดส่วนการผลิตสินค้าใหม่ โดยให้แบรนด์บีเจมีกำลังการผลิตราว 70% จากปัจจุบันอยู่ที่ 30% ส่วนแบรนด์บิ๊ก จอห์น จะลดสัดส่วนมาเป็น 30% จากเดิมอยู่ที่ 70% ซึ่งบริษัทได้ว่าจ้างการผลิตจากภายนอก (เอาต์ซอร์สซิง) ในประเทศเพื่อนบ้านและจีน ส่วนหนึ่งเพื่อลดปัญหาต้นทุนการผลิตด้านแรงงานไทยที่เตรียมปรับอัตราค่าแรงขั้นต่ำใหม่เป็น 300 บาททั่วประเทศในปีหน้า
ปัจจุบันมีโรงงานในไทย 1 แห่ง ในย่านอ่อนนุช 39 มีกำลังการผลิต 1.5 หมื่นตัว มีแรงงานกว่า 200 คน ซึ่งไฮแฟชฯ ได้เร่งดำเนินการบริหารจัดการเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตมากขึ้น เพื่อบริหารต้นทุนในภาพรวมที่ปรับเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม บริษัทมีแผนปรับราคาสินค้าในช่วงไตรมาส 4 ปี 2556 อีกประมาณ 5% ขณะที่ปีนี้คาดจะมีรายได้เติบโตเพิ่มขึ้นอีก 10% จากปี 2554 หรือมียอดขายมากกว่า 500 ล้านบาท และจากการทำตลาดเชิงรุกแบรนด์บีเจในปีหน้า คาดจะมียอดขายเติบโตเพิ่มขึ้นอีก 510%
น.ส.กัลยาณี กล่าวว่า ได้วางแผนให้แบรนด์บีเจเข้าไปอยู่ในใจผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายได้เช่นเดียวกับแบรนด์บิ๊ก จอห์น ที่ปัจจุบันครองอันดับติด 1 ใน 5 แบรนด์กางเกงยีนส์ในตลาดประเทศไทย คือ ลีวาย’ส แม็ค แรงเลอร์ ลี และฮาร่า ซึ่งภายใน 5 ปีนับจากนี้ยังวางแผนขยายตลาดส่งออกไปยังพม่าและเวียดนามอีกด้วย







