
"ทรูวิชั่นส์" วิ่งสู้ฟัดสู้ศึกเพย์ทีวีปี"56เดือด
หลังจากโดนบริษัท เคเบิล ไทย โฮลดิ้ง หรือซีทีเอช คว้ากล่องดวงใจ คือ การถ่ายทอดฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2013/2014-2015/2016 ไปแล้ว จึงเป็นที่จับตาว่าทรูวิชั่นส์ ในฐานะผู้ประกอบการรายใหญ่ในธุรกิจโทรทัศน์บอกรับสมาชิก (เพย์ทีวี) ของประเทศไทย จะปรับตัวอย่างไรต่อไป
หลังจากโดนบริษัท เคเบิล ไทย โฮลดิ้ง หรือซีทีเอช คว้ากล่องดวงใจ คือ การถ่ายทอดฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2013/2014-2015/2016 ไปแล้ว จึงเป็นที่จับตาว่าทรูวิชั่นส์ ในฐานะผู้ประกอบการรายใหญ่ในธุรกิจโทรทัศน์บอกรับสมาชิก (เพย์ทีวี) ของประเทศไทย จะปรับตัวอย่างไรต่อไป
อาณัติ เมฆไพบูลย์วัฒนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทรูวิชั่นส์ กล่าวยอมรับเป็นครั้งแรก ว่า การไม่มีฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ กระทบต่อการประกอบการของทรูวิชั่นส์ ซึ่งขณะนี้กำลังเตรียมแผนรองรับ เริ่มด้วยการสำรวจความคิดเห็นของลูกค้าทั้งที่โทรเข้ามา ทั้งเตรียมทำโฟกัส กรุ๊ป เพื่อสำรวจความต้องการของลูกค้าอย่างละเอียดหากไม่มีพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลหน้า
“เรากระทบแน่ แต่จะมากน้อยเพียงไร ขอสำรวจความคิดเห็นของลูกค้าเสียก่อน ว่าต้องการอะไรเพื่อจะมาทดแทน ซึ่งบริษัทพร้อมที่จะทุ่มงบลงทุนเพื่อซื้อรายการให้สอดคล้องกับความต้องของลูกค้าให้มากที่สุด โดยลูกค้าหลักของเรา คือ กลุ่มครอบครัว พ่ออาจจะยอมเสียสละรายการที่ชอบเพื่อให้ทั้งครอบครัวได้ดูรายการ” อาณัติ กล่าว
สำหรับงบประมาณในการซื้อรายการของทรูวิชั่นส์ในปีหน้าไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท ซึ่งหนึ่งในกลยุทธ์หลักที่พอจะเปิดเผยได้ในขณะนี้ คือ การเพิ่มช่องรายการทั้งแบบมาตรฐานและช่องความคมชัดสูง (เอชดี) ไม่ต่ำกว่า 10 ช่องรายการในปีหน้า โดยเฉพาะช่องเอชดี ปัจจุบันมี 17 ช่อง และเป็นช่องที่ได้รับความพึงพอใจจากลูกค้า ทำให้ยอดการเติบโตของพรีเมียม แพ็กเกจ เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวในปีนี้
ทั้งนี้ จากข้อมูลผลการดำเนินงานในไตรมาส 3 พบว่าทรูวิชั่นส์มีฐานสมาชิกพรีเมียม แพ็กเกจ ประมาณ 8 แสนราย ซึ่งถือเป็นฐานลูกค้าที่ทำรายได้หลักให้กับทรูวิชั่นส์ ที่เหลือเป็นแพ็กเกจระดับกลางล่าง และทรูไลฟ์ ฟรีวิว อีก 1.2 ล้านราย รวมเป็นฐานสมาชิกทั้งหมด 2 ล้านราย
อย่างไรก็ตาม แนวทางการปรับตัวของทรูวิชั่นส์เริ่มชัดเจนขึ้นตั้งแต่ปีนี้ ที่ยกเลิกกล่องรุ่นเก่าแทนที่ด้วยกล่องเอชดี ทำให้ตลาดกล่องละเมิดลิขสิทธิ์ (ดรีมบอกซ์) หายไป ขณะเดียวกันทรูวิชั่นส์ได้ขยายฐานตลาดล่าง หรือตลาดแมสในหลายวิธีด้วยกัน ผ่านการเป็นผู้ให้บริการคอนเทนต์ (Content Provider) ทั้งการร่วมมือกับผู้ผลิตจานดาวเทียมรายใหญ่อย่างพีเอสไอ
นอกจากนี้ ยังขยายความร่วมมือไปยังเคเบิลท้องถิ่น ทั้งในเครือข่ายซีทีเอช เช่น ล่าสุดร่วมมือกับสมาคมการค้าผู้ประกอบการเคเบิลทีวี (COA) อีกหนึ่งสมาคมที่ไม่ใช่สมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทย โดยทรูวิชั่นส์จะให้ช่องฟรีแก่สมาชิกของซีโอเอ 12 ช่องรายการ และสามารถซื้อเพิ่มได้อีก 18 ช่องรายการ รวมเป็น 30 ช่องรายการ เรียกว่า “ทรู พาร์ตเนอร์ส แพ็ก” โดยตั้งเป้าว่าในปี 2556 จะมีสมาชิกของซีโอเอเข้ามาร่วมโครงการนี้ 150 ราย
ทั้งนี้ การที่ทรูวิชั่นส์เสนอตัวเป็นพันธมิตรคอนเทนต์กับเคเบิลท้องถิ่น ถือเป็นจุดเริ่มต้น เพราะในฐานะที่ทรูวิชั่นส์อยู่ในธุรกิจนี้มานาน อาจจะสนับสนุนผู้ประกอบการเคเบิลท้องถิ่นด้านเทคนิคและการซื้ออุปกรณ์กล่องรับสัญญาณร่วมกัน ซึ่งกรณีดังกล่าวถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของผู้ประกอบการเคเบิลที่ต้องเปลี่ยนผ่านจากอะนาล็อกไปสู่ดิจิตอล
“ถ้าผู้ประกอบการเคเบิลเห็นความจริงใจของเรา ก็พร้อมที่จะขยายความร่วมมือด้านอื่นๆ เพิ่มขึ้นด้วย” องอาจ ประภากมล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายคอมเมอร์เชียล กล่าว
ภานุวัสส์ ตั้งศักดิ์สถิตย์ นายกสมาคมการค้าผู้ประกอบการเคเบิลทีวี กล่าวว่า สมาคมเปิดกว้างสำหรับสมาชิกในการซื้อลิขสิทธิ์ ซึ่งมีบางส่วนซื้อลิขสิทธิ์จากซีทีเอชที่มีพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ซึ่งผู้สนใจต้องซื้อเพิ่มอีกประมาณ 400 บาท จากการสำรวจมีสมาชิกประมาณ 10% ที่ให้ความสนใจซื้อ ขณะที่ฐานลูกค้าจำนวนมากของสมาคมไม่สามารถจ่ายค่าบริการได้เกิน 300 บาทต่อเดือน
“การแข่งขันธุรกิจเคเบิลทีวีในยุคเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคดิจิตอล ผู้ประกอบการเคเบิลท้องถิ่นต้องการเป็นพันธมิตรคอนเทนต์กับผู้ถือลิขสิทธิ์ทุกราย ตามความจำเป็นของผู้ประกอบการแต่ละราย รายเล็กบางรายอาจต้องการการลงทุนด้านโครงข่ายก็เข้าไปคุยกับซีทีเอช ซึ่งก็มีกติกาอย่างหนึ่ง แต่สำหรับผู้ที่มีโครงข่ายอยู่แล้วก็อาจไม่จำเป็น” ภานุวัสส์ กล่าว
นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการแข่งขันที่ดุเดือดของธุรกิจเพย์ทีวี สำหรับทรูวิชั่นส์ยังมีเวลาแก้เกมจนถึงเดือน ส.ค.ปีหน้า เพื่อรักษาฐานลูกค้าให้คงอยู่ โดยแต่ละค่ายพร้อมจะเปิดหน้าแลกหมัดกันตั้งแต่ต้นปี ซึ่งอีกไม่นานเกินรอแน่นอน







