posttoday
หาช่องกฎหมายเปิดเอกชนใช้ท่อก๊าซ

หาช่องกฎหมายเปิดเอกชนใช้ท่อก๊าซ

29 มีนาคม 2553

 

สนองรัฐกดดันปตท.เลิกผูกขาด คาดเริ่มแบ่งปันบริการได้เส้น4

โพสต์ทูเดย์ — “เรกูเลเตอร์” เตรียมออกระเบียบหาช่อง เปิดทางเอกชนใช้บริการท่อขนส่งก๊าซธรรมชาติได้เช่นเดียวกับ ปตท.

นายดิเรก ลาวัณย์ศิริ ประธานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรกูเลเตอร์) เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้รับมอบหมายให้พิจารณาแนวทางการใช้ท่อขนส่งก๊าซธรรมชาติให้กว้างขวางมากขึ้น จากปัจจุบันที่มีเพียงบริษัท ปตท. รายเดียวที่ใช้ท่อก๊าซดังกล่าว โดยเรกูเลเตอร์จะศึกษารายละเอียดของข้อปฏิบัติเพื่อออกเป็นระเบียบให้ชัดเจนมารองรับกับนโยบายดังกล่าวในอนาคต

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ปตท. เป็นผู้ดูแลท่อขนส่งก๊าซตั้งแต่ก่อนเกิดการแปรรูป แต่หลังจากนั้นได้มีมติให้โอนกิจการท่อก๊าซมาเป็นของกระทรวงการคลัง เพราะเป็นโครงการที่เกิดขึ้นก่อนการแปรรูป แต่ในการดำเนินการของธุรกิจท่อก๊าซนั้น อัตราค่าผ่านท่อก๊าซทางเรกูเลเตอร์จะเป็นผู้กำหนด โดยพิจารณาจากความเหมาะสมและความคุ้มค่าของเงินลงทุน ซึ่งการใช้บริการท่อก๊าซมี ปตท. ใช้บริการอยู่รายเดียว ในอนาคตหากมีท่อก๊าซเส้นที่ 4 ควรเปิดให้เอกชนรายอื่นเข้ามาใช้ได้ด้วย

แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า การเปิดให้มีเอกชนรายอื่นเข้ามาใช้บริการท่อขนส่งก๊าซฯเพื่อไม่ให้เกิดการผูกขาดการใช้กับปตท.เพียงรายเดียว แม้ปตท.จะเป็นผู้ลงทุนก็ตาม ซึ่งเรคกูเรเตอร์จะออกระเบียบมารองรับให้เกิดความชัดเจน แต่ยอมรับว่าการใช้ท่อก๊าซในเส้นที่ 13 คงไม่สามารถทำได้ เพราะมีปริมาณการใช้ก๊าซเต็มแล้วทุกเส้น หากจะให้เอกชนรายอื่นเข้ามาใช้คงเป็นท่อก๊าซเส้นที่ 4 ซึ่งมีระยะทาง 300 กิโลเมตร จาก จ.ระยอง ถึง จ.สระบุรี ตามแผนการลงทุนกำหนดไว้ในปี 25552557 ใช้เงินลงทุน 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

สำหรับโครงการท่อก๊าซเส้นที่ 4 กำหนดแผนลงทุนไว้ 3 ช่วง คือ 1.ระยะ 10 กิโลเมตร วางท่อจากคลังก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) จ.ระยอง ไปโรงแยกก๊าซ 2.โรงแยกก๊าซไปใกล้บริเวณ จ.ปราจีนบุรี และ 3.วางท่อจากปราจีนบุรีไปแก่งคอย จ.สระบุรี

“การเข้าพบท่านนายกฯได้ฝากให้ดูเรื่องของธุรกิจท่อก๊าซฯให้เกิดความเป็นธรรม โดยเฉพาะการเปิดให้บริษัทอื่นเข้ามาใช้ท่อก๊าซฯได้ แม้ปัจจุบันจะไม่มีกฎระเบียบห้ามไว้แต่ก็เกิดความยุ่งยากพอสมควร ซึ่งเรคกูเรเตอร์จะออกร่างระเบียบใหม่มารองรับเพื่อให้ขั้นตอนการใช้บริการท่อก๊าซฯมีความสะดวกมากขึ้น”นายดิเรก กล่าว

***นายดิเรก กล่าวถึงการจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 25532573 หรือพีดีพี 2010 ซึ่งมีการกำหนดสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนจำนวนมากนั้น หลายคนอาจเป็นห่วงจะมีผลกระทบต่ออัตราค่าไฟฟ้าที่จะสูงขึ้น เนื่องจากการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงประเภทนี้ได้รับการอุดหนุนราคาจากภาครัฐ แต่ก็เป็นเรื่องที่ควรจะส่งเสริม

ปัจจุบันไทยมีข้อจำกัดเชื้อเพลิง โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าถ่านหินและนิวเคลียร์ แม้จะกำหนดไว้ในพีดีพี แต่ก็ต้องทำความเข้าใจกับมวลชนอีกมาก จึงจำเป็นต้องมีพลังงานทางเลือกไว้รองรับ และในอนาคตคงปฏิเสธไม่ได้หากค่าไฟฟ้าจะแพงขึ้นมาจากการใช้พลังงานหมุนเวียน

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี