
เล็งฟื้นสูตรแอลพีจี2ราคาอีกรอบ
โพสต์ทูเดย์
— สนพ.เตรียมปัดฝุ่นแยกแอลพีจี 2 ราคา หวังชะลอนำเข้าครึ่งปีหลังแหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า สำนักนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) อยู่ระหว่างศึกษาโครงสร้างราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ใหม่ ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะกำหนดให้แยกเป็น 2 ราคา ระหว่างราคาแอลพีจีในภาคอุตสาหกรรมกับราคาแอลพีจีภาคครัวเรือนและภาคขนส่ง โดยจะปรับขึ้นราคาในส่วนของแอลพีจีที่ใช้ในภาคอุตสาหกรรม
สำหรับในช่วงที่ผ่านมา ปริมาณการใช้แอลพีจีในประเทศได้ปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะปริมาณการนำเข้าแอลพีจีจากต่างประเทศเฉลี่ยสูงถึง 11.5 แสนตัน/เดือน เนื่องจากกำลังการผลิตแอลพีจีในประเทศไม่เพียงพอกับปริมาณความต้องการใช้ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากรัฐบาลยังตรึงราคาแอลพีจี แต่มาตรการดังกล่าวจะสิ้นสุดในเดือน ส.ค.นี้ ดังนั้น สนพ.จำเป็นต้องมีมาตรการรองรับไว้
อย่างไรก็ตาม หากมีการกำหนดราคาแอลพีจี 2 ราคา สิ่งที่ สนพ.ยังมีความเป็นห่วงคือ การลักลอบการใช้แอลพีจีผิดประเภท จำเป็นต้องมีมาตรการป้องกัน เบื้องต้นอาจใช้วิธีติดมิเตอร์ที่โรงบรรจุก๊าซ เพื่อกำหนดให้ชัดเจนว่าแอลพีจีที่ออกจากโรงบรรจุก๊าซนำไปใช้ในกิจการใด
“
การแยกราคาแอลพีจี กำลังพิจารณาว่าจะทยอยปรับราคาให้สะท้อนราคาแอลพีจีตลาดโลก หรือใช้วิธีปรับกึ่งลอยตัว โดยเลือกในช่วงที่ราคาแอลพีจีในตลาดโลกอยู่ในช่วงขาลง แต่โครงสร้างราคาแอลพีจีดังกล่าวจะต้องมีการนำเสนอเรื่องให้ รมว.พลังงาน ได้พิจารณาหาทางเลือกที่เหมาะสมก่อน” แหล่งข่าวเปิดเผยปัจจุบันราคาแอลพีจีตลาดโลกอยู่ที่ 724 เหรียญสหรัฐ/ตัน ขณะที่ราคาในประเทศถูกตรึงราคาไว้ที่ 332 เหรียญสหรัฐ/ตัน แต่คาดการณ์ว่าราคาแอลพีจีในตลาดโลกยังมีแนวโน้มสูงขึ้นตามราคาน้ำมันตลาดโลก โดยปริมาณการนำเข้าแอลพีจีในเดือน พ.ค. จะสูงที่ระดับ 1.5 แสนตัน เนื่องจากมีโรงแยกก๊าซธรรมชาติแห่งที่ 2 และแห่งที่ 5 มีกำหนดปิดซ่อมบำรุงส่วนเดือน มี.ค.มีปริมาณการ
นำเข้ารวม 1.1 ส่วนสถานการณ์การใช้แอลพีจีในภาคต่างๆ ในเดือน ก.พ. ปรับเพิ่มขึ้นจากเดือน ม.ค. 2553 ได้แก่ ภาคครัวเรือนเพิ่มขึ้น 4% จากเดิม 6,400 ตัน/วัน เป็น 6,700 ตัน/วัน ภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น
6% จาก 2,000 ตัน/วัน เป็น 2,100 ตัน/วัน ภาครถยนต์ เพิ่มขึ้น 4% จาก 1,800 ตัน/วัน เป็น 1,900 ตัน/วัน ส่วนภาคปิโตรเคมีลดลง 14% จาก 3,800 ตัน/วัน เหลือ 3,200 ตัน/วัน







