
‘ครบุรี’เลือกคู่มิตซุย
ขายหุ้นวอร์แรนต์เฉียด17%เจาะส่งออกน้ำตาลเกรดบน
ขายหุ้นวอร์แรนต์เฉียด17%เจาะส่งออกน้ำตาลเกรดบน
น้ำตาลครบุรีขายหุ้นให้กลุ่มมิตซุย 16.7% ช่วงแรกชิมลาง 9% หวังได้ช่องขายน้ำตาลเกรดบน มาร์จินมาก
นายธาญทิฐ เกษมทรัพย์ ผู้อำนวยการสายงานพัฒนาธุรกิจ บริษัท น้ำตาลครบุรี (KBS) เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริษัทมีมติเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 500 ล้านบาทเป็น 600 ล้านบาทเพื่อออกหุ้นใหม่จำนวน 100 ล้านหุ้น ขายให้กลุ่มบริษัท มิตซุย ผู้ค้าน้ำตาลรายใหญ่ของโลก
ในเบื้องต้นจะขายเพียง 50 ล้านหุ้น หรือ 9.1% ของทุนจดทะเบียนในราคาหุ้นละ 10.25 บาท ในวันที่ 6-19 ก.พ. 2556 หลังจากได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 5 ก.พ. 2556
ทั้งนี้ หุ้นเพิ่มทุนดังกล่าวจะขายให้บริษัท มิตซุย จำนวน 33.33 ล้านหุ้น และบริษัท มิตซุยชูการ์ ประมาณ 16.66 ล้านหุ้น
บริษัทขายหุ้นเพิ่มทุนที่หุ้นละ 10.25 บาท ต่ำกว่าราคากระดานว่าเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์คือเป็นราคาตลาด 15 วันย้อนหลัง และมีส่วนลด 4%
สำหรับอีก 50 ล้านหุ้น จะจัดสรรเป็นใบสำคัญแสดงสิทธิเพื่อซื้อหุ้น (วอร์แรนต์) 50 ล้านหน่วย ขายหน่วยละ 0.05 บาท แบ่งขายให้บริษัท มิตซุย จำนวน 33.33 ล้านหน่วย และบริษัท มิตซุยชูการ์ ประมาณ 16.66 ล้านหน่วย กำหนดแปลงสภาพเป็นหุ้น สัดส่วน 1 ต่อ 1 ในราคาหุ้นละ 12.70 บาท ภายใน 2 ปี
“ภายหลังการขายใช้สิทธิแปลงวอร์แรนต์เป็นหุ้นใน 2 ปีดังกล่าว จะทำให้กลุ่มมิตซุยเป็นผู้ถือหุ้น KBS จำนวน 16.7% และกลุ่มถวิลเติมทรัพย์ผู้ถือหุ้นใหญ่สัดส่วนการถือหุ้นลดลงจาก 62.5% เหลือ 57%” นายธาญทิฐ กล่าว
การขายหุ้นครั้งนี้ KBS เชื่อว่า สำนักงานขายของมิตซุยที่มีอยู่ 150 แห่งใน 60 ประเทศทั่วโลก จะเป็นฐานการส่งออกน้ำตาลระดับบนของบริษัทที่กำลังจะมีแผนขยายในอนาคตที่จะทำให้อัตรากำไรเพิ่มขึ้นได้
ขณะเดียวกันทั้ง KBS และมิตซุยมีความเห็นสอดคล้องกันว่า ไทยในฐานะผู้ส่งออกน้ำตาลอันดับ 2 ของโลกมีความได้เปรียบคู่แข่งทั้งบราซิลและออสเตรเลีย เนื่องจากเป็นยุทธศาสตร์ด้านการขนส่งในเอเชียที่เป็นแหล่งนำเข้าน้ำตาลมากที่สุดในโลก
อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายจะต้องใช้เวลาเรียนรู้ในการเป็นผู้ร่วมทุนเชิงกลยุทธ์ว่าจะพัฒนาความสัมพันธ์ทางธุรกิจต่อกันในระยะยาวได้หรือไม่ ถ้าการร่วมทุนนี้ประสบผลสำเร็จ KBS จะเป็นบริษัทน้ำตาลรายแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่มีผู้ร่วมทุนเชิงกลยุทธ์เป็นต่างประเทศ
นายอิสสระ ถวิลเติมทรัพย์ กรรมการ KBS เคยคาดว่ารายได้ในปี 2555 จะทำได้ใกล้เคียงปีก่อนที่ประมาณ 6,150 ล้านบาท จากปริมาณการหีบอ้อยที่ 2.5 ล้านตัน ส่วนปี 2556 ตั้งเป้าอ้อยเข้าหีบประมาณ 2.8 ล้านตัน หลังปริมาณพื้นที่ปลูกอ้อยปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งขณะนี้ได้ขายน้ำตาลล่วงหน้าไปแล้วกว่า 53% ทำให้คาดว่ารายได้และกำไรจะเติบโตเพิ่มขึ้นจากปีนี้ประมาณ 10%
นอกจากนี้ บริษัทยังได้ปรับแผนหันมาผลิตน้ำตาลทรายขาว ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่าน้ำตาลทรายดิบมากขึ้น เพื่อช่วยสนับสนุนรายได้และกำไรในอนาคต
ด้านราคาหุ้น KBS วันที่ 17 ธ.ค.ที่ผ่านมา ปรับตัวลงปิดที่ 10.90 บาท ติดลบ 0.10 บาท สวนดัชนีหุ้นตลาดหลักทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นเป็น 1,359.09 จุด เพิ่มขึ้น 0.59 จุด
บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์กิมเอ็ง ระบุว่า หุ้น KBS เป็น 1 ใน 6 หุ้นที่ถูกคัดออกจากการคำนวณดัชนีหุ้น 100 ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2556







