
เร่งล้อมคอกระบบซื้อยาง
รมช.เกษตรฯไล่แก้ตาม‘สตง.’แฉมีนักการเมืองเข้ามาเอี่ยว
รมช.เกษตรฯไล่แก้ตาม‘สตง.’แฉมีนักการเมืองเข้ามาเอี่ยว
ยุทธพงศ์เอาจริงจัดระบบซื้อยางรัฐใหม่ คนขายคนซื้อต้องมีแผนบริหารโครงการอุดช่องโหว่หลัง สตง.ชี้โพรง
นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้อุดช่องโหว่การทุจริตโครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางพารา ตามที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เสนอแนะเกือบทุกด้านแล้ว โดยได้สั่งการให้องค์การสวนยาง (อ.ส.ย.) สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) และผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 54 จังหวัด นำรายชื่อเกษตรกรที่เข้าโครงการดังกล่าวพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางพารา ทั้งหมดมาตรวจสอบในวันที่ 17 ธ.ค.นี้ เพื่อตรวจสอบการสวมสิทธิ หากพบว่ามีการสวมสิทธิมีเกษตรกรรายใด หรือสถาบันเกษตรกรใด มีการสวมสิทธิ์เกษตรกรจะดำเนินการตามกฎหมายทันที
แหล่งข่าวจากกระทรวงเกษตรฯ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบว่ามีการขนยางข้ามจังหวัดมาขาย เนื่องจากสถาบันเกษตรกรบางแห่งอ้างว่า สมาชิกมาขายยางไม่เต็มโควตา ทำให้สถาบันเกษตรกร ชุมนุมสหกรณ์บางแห่งไปรับซื้อยางจากที่อื่นมาใช้สิทธิของสหกรณ์ ซึ่งตรงกับผลการตรวจสอบของคณะทำงานศึกษาปัญหาและอุปสรรคโครงการและรายงานของ สตง. ที่พบว่าบางสหกรณ์หรือสถาบันเกษตรกรบางแห่งไม่มีรายมือชื่อผู้รับเงินและบางแห่งไม่มีชื่อสมาชิกและจำนวนพื้นที่ปลูกยางแนบมากับรายการรับเงินของสหกรณ์ จึงเป็นประเด็นที่มาของการสวมสิทธิ โดยสถาบันเกษตรกรบางแห่งพบว่ามีความใกล้ชิดเป็นเพื่อนของนักการเมืองของพรรครัฐบาล ทั้งนี้ในการประชุมร่วมกับตัวแทนเกษตรกรหลายคนยอมรับว่ามีการขนยางมาขายเพื่อรักษาโควต้าของสถาบันนั้นๆ
ทั้งนี้ คณะกรรมการบริหารโครงการรักษาเสถียรภาพราคายางพารา ได้ทบทวนรูปแบบบริหารโครงการในวงเงิน 2.5 หมื่นล้านบาทที่เหลือ ประกอบด้วย 1.ปรับปรุงหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการบริหาร โดยเกษตรกรจะสามารถนำยางมาขายให้กับโครงการได้ 2 กิโลกรัมต่อวัน ระยะเวลา 17 วันต่อเดือน จากเดิมที่ขายได้ทุกวัน โดยเกษตรกรสวนยางทั่วไปไม่เกิน 17 ไร่ต่อครัวเรือน เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินไม่เกิน 25 ไร่ต่อครัวเรือน และเกษตรกรโครงการแปลงสวนยางเป็นทุนไม่เกิน 30 ไร่ต่อครัวเรือน
2.สถาบันเกษตรกรที่ประสงค์ขายยางให้โครงการ ต้องจัดทำแผนธุรกิจของสถาบันในการรับซื้อยางจากสมาชิก ปริมาณยางที่จะขายให้แต่ละเดือนให้คณะอนุกรรมการระดับจังหวัดพิจารณา 3.ให้มีการตรวจสอบทะเบียนสมาชิกและเนื้อที่ถือครองของสถาบันเกษตรกรที่เข้าโครงการ 4.ให้มีการเปิดจุดรับซื้อเพิ่มในจังหวัดที่มีสถาบันเกษตรกรเข้าร่วม และให้แต่ละจุดรับซื้อทำแผนปฏิบัติการรับซื้อตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2555-2556 เพื่อประมาณการผลผลิตและมูลค่าที่จะต้องรับซื้อ
สำหรับการซื้อยางในโครงการที่ผ่านมาตั้งแต่ 4พ.ค.28พ.ย. 2555 มีสถาบันเกษตรกรที่เข้าโครงการรวม 705 แห่ง วิสาหกิจชุมชน 206 แห่ง กลุ่มเกษตรกรของสกย.528 แห่ง โดยสมาชิกรวม 3 แสนราย มีพื้นที่เปิดกรีด 5.2 ล้านไร่ ทั้งนี้แบ่งเป็นพื้นที่เปิดกรีดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 19 จังหวัด รวม 1.3 ล้านไร่ พื้นที่ภาคเหนือ 14 จ.ที่เข้าโครงการมีพื้นที่เปิดกรีด1.3 แสนไร่ พื้นที่ภาคตะวันออกและตะวันตกรวม 6 จ.มีพื้นที่เปิดกรีดรวม5.6 แสนไร่ และพื้นที่ภาคใต้รวมประจวบคีรีขันธ์ 15 จังหวัดมีพื้นที่เปิดกรีดรวม 3.2 ล้านไร่
โดยมีปริมาณยางในโครงการแล้วทั้งสิ้น 182,446,284 กิโลกรัม วงเงินรวม 1.8 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นรับซื้อยางแผ่นดิบรวม 8.7 ล้านกก. วงเงิน 8.6 พันล้านบาท ยางแผ่นรมความ 6.8 ล้านกก.วงเงิน 6.9 พันล้านบาท และเศษยางและยางก้อนถ้วย2.6 ล้านกก.วงเงิน 2.4 พันล้านบาท







