posttoday
เร่งล้อมคอกระบบซื้อยาง

เร่งล้อมคอกระบบซื้อยาง

17 ธันวาคม 2555

รมช.เกษตรฯไล่แก้ตาม‘สตง.’แฉมีนักการเมืองเข้ามาเอี่ยว

รมช.เกษตรฯไล่แก้ตาม‘สตง.’แฉมีนักการเมืองเข้ามาเอี่ยว

ยุทธพงศ์เอาจริงจัดระบบซื้อยางรัฐใหม่ คนขายคนซื้อต้องมีแผนบริหารโครงการอุดช่องโหว่หลัง สตง.ชี้โพรง

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้อุดช่องโหว่การทุจริตโครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางพารา ตามที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เสนอแนะเกือบทุกด้านแล้ว โดยได้สั่งการให้องค์การสวนยาง (อ.ส.ย.) สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) และผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 54 จังหวัด นำรายชื่อเกษตรกรที่เข้าโครงการดังกล่าวพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางพารา ทั้งหมดมาตรวจสอบในวันที่ 17 ธ.ค.นี้ เพื่อตรวจสอบการสวมสิทธิ หากพบว่ามีการสวมสิทธิมีเกษตรกรรายใด หรือสถาบันเกษตรกรใด มีการสวมสิทธิ์เกษตรกรจะดำเนินการตามกฎหมายทันที

แหล่งข่าวจากกระทรวงเกษตรฯ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบว่ามีการขนยางข้ามจังหวัดมาขาย เนื่องจากสถาบันเกษตรกรบางแห่งอ้างว่า สมาชิกมาขายยางไม่เต็มโควตา ทำให้สถาบันเกษตรกร ชุมนุมสหกรณ์บางแห่งไปรับซื้อยางจากที่อื่นมาใช้สิทธิของสหกรณ์ ซึ่งตรงกับผลการตรวจสอบของคณะทำงานศึกษาปัญหาและอุปสรรคโครงการและรายงานของ สตง. ที่พบว่าบางสหกรณ์หรือสถาบันเกษตรกรบางแห่งไม่มีรายมือชื่อผู้รับเงินและบางแห่งไม่มีชื่อสมาชิกและจำนวนพื้นที่ปลูกยางแนบมากับรายการรับเงินของสหกรณ์ จึงเป็นประเด็นที่มาของการสวมสิทธิ โดยสถาบันเกษตรกรบางแห่งพบว่ามีความใกล้ชิดเป็นเพื่อนของนักการเมืองของพรรครัฐบาล ทั้งนี้ในการประชุมร่วมกับตัวแทนเกษตรกรหลายคนยอมรับว่ามีการขนยางมาขายเพื่อรักษาโควต้าของสถาบันนั้นๆ

ทั้งนี้ คณะกรรมการบริหารโครงการรักษาเสถียรภาพราคายางพารา ได้ทบทวนรูปแบบบริหารโครงการในวงเงิน 2.5 หมื่นล้านบาทที่เหลือ ประกอบด้วย 1.ปรับปรุงหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการบริหาร โดยเกษตรกรจะสามารถนำยางมาขายให้กับโครงการได้ 2 กิโลกรัมต่อวัน ระยะเวลา 17 วันต่อเดือน จากเดิมที่ขายได้ทุกวัน โดยเกษตรกรสวนยางทั่วไปไม่เกิน 17 ไร่ต่อครัวเรือน เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินไม่เกิน 25 ไร่ต่อครัวเรือน และเกษตรกรโครงการแปลงสวนยางเป็นทุนไม่เกิน 30 ไร่ต่อครัวเรือน

2.สถาบันเกษตรกรที่ประสงค์ขายยางให้โครงการ ต้องจัดทำแผนธุรกิจของสถาบันในการรับซื้อยางจากสมาชิก ปริมาณยางที่จะขายให้แต่ละเดือนให้คณะอนุกรรมการระดับจังหวัดพิจารณา 3.ให้มีการตรวจสอบทะเบียนสมาชิกและเนื้อที่ถือครองของสถาบันเกษตรกรที่เข้าโครงการ 4.ให้มีการเปิดจุดรับซื้อเพิ่มในจังหวัดที่มีสถาบันเกษตรกรเข้าร่วม และให้แต่ละจุดรับซื้อทำแผนปฏิบัติการรับซื้อตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2555-2556 เพื่อประมาณการผลผลิตและมูลค่าที่จะต้องรับซื้อ

สำหรับการซื้อยางในโครงการที่ผ่านมาตั้งแต่ 4พ.ค.28พ.ย. 2555 มีสถาบันเกษตรกรที่เข้าโครงการรวม 705 แห่ง วิสาหกิจชุมชน 206 แห่ง กลุ่มเกษตรกรของสกย.528 แห่ง โดยสมาชิกรวม 3 แสนราย มีพื้นที่เปิดกรีด 5.2 ล้านไร่ ทั้งนี้แบ่งเป็นพื้นที่เปิดกรีดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 19 จังหวัด รวม 1.3 ล้านไร่ พื้นที่ภาคเหนือ 14 จ.ที่เข้าโครงการมีพื้นที่เปิดกรีด1.3 แสนไร่ พื้นที่ภาคตะวันออกและตะวันตกรวม 6 จ.มีพื้นที่เปิดกรีดรวม5.6 แสนไร่ และพื้นที่ภาคใต้รวมประจวบคีรีขันธ์ 15 จังหวัดมีพื้นที่เปิดกรีดรวม 3.2 ล้านไร่

โดยมีปริมาณยางในโครงการแล้วทั้งสิ้น 182,446,284 กิโลกรัม วงเงินรวม 1.8 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นรับซื้อยางแผ่นดิบรวม 8.7 ล้านกก. วงเงิน 8.6 พันล้านบาท ยางแผ่นรมความ 6.8 ล้านกก.วงเงิน 6.9 พันล้านบาท และเศษยางและยางก้อนถ้วย2.6 ล้านกก.วงเงิน 2.4 พันล้านบาท

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ