
ถกผู้นำ‘ไทย-พม่า’สานโครงการทวายเร่งแผนสร้างปีหน้า
คมนาคมลุ้นผลเจรจาผู้นำไทย-พม่า วันนี้ ตอกย้ำความเชื่อมั่นเดินหน้าแผนลงทุนโครงการทวาย เร่งก่อสร้างปีหน้าถึงจะแล้วเสร็จตามแผน
คมนาคมลุ้นผลเจรจาผู้นำไทย-พม่า วันนี้ ตอกย้ำความเชื่อมั่นเดินหน้าแผนลงทุนโครงการทวาย เร่งก่อสร้างปีหน้าถึงจะแล้วเสร็จตามแผน
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า การหารือระหว่าง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.เต็งเส่ง ประธานาธิบดีเมียนมาร์ ในวันที่ 17 ธ.ค.นี้ จะช่วยสร้างความมั่นใจในโครงการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกและนิคมอุตสาหกรรมทวาย ซึ่งรัฐบาลทั้งสองประเทศสนับสนุนผลักดันโครงการดังกล่าว โดยสิ่งแรกที่ต้องดำเนินการคือการหาแหล่งเงินทุนจากนักลงทุนต่างประเทศและจะต้องเป็นรูปร่างในปี 2556
ขณะที่ผลจากการประชุมร่วมคณะอนุกรรมการไทย เมียนมาร์ 6 ฝ่าย เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.ที่ผ่านมา สรุปกรอบระยะเวลาการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน แบ่งการดำเนินงานเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 เป็นการลงทุนรองรับอุตสาหกรรมเบื้องต้น แล้วเสร็จในปี 2557 ระยะที่ 2 การก่อสร้างท่าเรือ ถนน ระบบน้ำ และระบบโทรคมนาคม แล้วเสร็จในปี 2558 และระยะที่ 3 ครบทั้งหมด แล้วเสร็จในปี 2563
“ตามแผนจะต้องเริ่มงานก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานภายในปี 2556 เพื่อให้แล้วเสร็จทันกำหนด 3 ปี ได้กำชับให้รัฐบาลเมียนมาร์พิจารณากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพราะกังวลเรื่องระเบียบรัฐบาลไทยไม่ทราบรายละเอียดในการดำเนินงาน ซึ่งโครงการก่อสร้างเขื่อนจะต้องศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการก่อสร้างเขื่อนเพื่อป้องกันแผ่นดินไหว” นายชัชชาติ กล่าว
อย่างไรก็ตาม คณะอนุกรรมการด้านโครงสร้างพื้นฐานอยู่ระหว่างทบทวนการลงทุนก่อสร้างรถไฟฟ้าเชื่อมนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดกับนิคมอุตสาหกรรมทวาย วงเงินลงทุนเฉพาะนิคมอุตสาหกรรมทวายถึงชายแดนไทยประมาณ 3 หมื่นล้านบาท ให้อยู่ในแผนลงทุนระยะที่ 1 จากเดิมอยู่ในแผนระยะที่ 2 เพื่อลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ในการขนส่ง เบื้องต้นจะให้เอกชนเป็นผู้ลงทุน หากก่อสร้างรถไฟในระยะที่ 1 จะทำให้เงินลงทุนอยู่ที่ประมาณ 1.5 แสนล้านบาท
สำหรับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในฝ่ายไทยจะมีการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองช่วงบางใหญ่บ้านโป่ง รัฐบาลมีแผนก่อสร้างอยู่แล้ว โครงการนี้รองรับการขนส่งทั้งภายในประเทศและเชื่อมจากท่าเรือทวาย







