
โค้งสุดท้ายRMFทิสโก้เชียร์หุ้นตปท.
ทิสโก้แนะกระจายลงทุน RMF หุ้นต่างประเทศเพิ่มโอกาสกำไรระยะยาว ยังยืนยันหุ้นจีนเอเชียแกร่งสุด
ทิสโก้แนะกระจายลงทุน RMF หุ้นต่างประเทศเพิ่มโอกาสกำไรระยะยาว ยังยืนยันหุ้นจีนเอเชียแกร่งสุด
นายสาห์รัช ชัฎสุวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและที่ปรึกษาการลงทุน ธุรกิจกองทุนส่วนบุคคลและกองทุนรวม บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทิสโก้ กล่าวว่า TISCO Wealth แนะนำให้กระจายการลงทุนกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ที่มีนโยบายลงทุนหุ้นต่างประเทศที่เน้นลงทุนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและจีน เนื่องจากมีปัจจัยสนับสนุนจากการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจที่มีความแข็งแกร่งและโดดเด่นที่สุดในโลก โดยเศรษฐกิจเอเชียเป็นเศรษฐกิจที่เติบโตสูงสุดทั้งในอดีตที่ผ่านมา และคาดว่าจะเป็นแบบนี้ต่อเนื่องไปอีกอย่างน้อย 2 ปี
นอกจากนี้ ยังคาดว่าในปี 2556 ปริมาณเงินทุนไหลเข้าจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะปริมาณเงินตั้งแต่ต้นปี 2555 ยังคงมีปริมาณซื้อสุทธิที่อยู่ระดับต่ำ อีกทั้งในช่วง 3 ปีย้อนหลัง ตลาดเอเชียเป็นตลาดที่ปรับขึ้นช้ากว่าภูมิภาคอื่นๆ
“ในปีหน้าแม้การลงทุนในตลาดหุ้นไทยจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ แต่เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยง นักลงทุนจึงควรมีการกระจายพอร์ตลงทุนไปยังหุ้นต่างประเทศที่มีแนวโน้มดีและราคายังถูก ซึ่งที่โดดเด่นสุดคือตลาดหุ้นเอเชียและจีนที่แนวโน้มในปีหน้าเศรษฐกิจยังเติบโตได้ต่อเนื่อง และแนวโน้มตลาดหุ้นเริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้น และจะช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้เป็นอย่างดี” นายสาห์รัช กล่าวโดยกองทุนของ บลจ.ทิสโก้ ที่ตอบโจทย์ลงทุนได้อย่างเหมาะสม ได้แก่ กองทุนเปิด ทิสโก้ ไชน่า อินเดีย เพื่อการเลี้ยงชีพ ซึ่งลงทุนในกองทุนรวมอีทีเอฟ ในต่างประเทศที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นของบริษัทที่ประกอบธุรกิจในประเทศจีนและอินเดีย และ กองทุนเปิด ทิสโก้ เอเชีย แปซิฟิก เอ็กซ์ เจแปน เพื่อการเลี้ยงชีพ ที่ลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน Lyxor ETF MSCI AC AsiaPacific ex Japan ซึ่งเป็นกองทุนรวมอีทีเอฟที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง โดย MSCI AC AsiaPacific ex Japan เป็นดัชนีที่อิงกับผลการดำเนินงานของตลาดหุ้นในเอเชียแปซิฟิกยกเว้นญี่ปุ่น
ทั้งนี้ TISCO Wealth ยังคงมีมุมมองเป็นบวกต่อภาพการลงทุนในตลาดหุ้นจีน (HShares) เนื่องจากเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มขยายตัวขึ้น เป็นตลาดที่ได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดใหม่ รวมทั้งปริมาณสภาพคล่องที่อยู่ระดับสูง อีกทั้งยังมีประเด็นที่คาดว่าจะเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจจีนในปีหน้าคือ การเปลี่ยนถ่ายผู้นำของจีนที่จะเสร็จสิ้นในเดือน มี.ค. 2556 ซึ่งเมื่อจีนมีการเปลี่ยนถ่ายผู้นำเศรษฐกิจมักจะมีการขยายตัวสูงขึ้น โดยปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการลงทุนของภาครัฐบาล ซึ่งเป็นนโยบายแรกที่ทางการจีนสามารถทำได้ สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการเน้นการก่อสร้างระบบสาธารณูปโภค เช่น การสร้างรถไฟทั่วประเทศ ส่งผลให้ความเจริญทางเศรษฐกิจจีนขยายไปทางตะวันตกมากขึ้น ทำให้รายได้ของประชาชนสูงขึ้นและการจับจ่ายใช้สอยสูงขึ้นเช่นกัน
นอกจากนี้ คาดว่าภาคการเงินของจีนก็มีแนวโน้มได้รับการกระตุ้นเช่นเดียวกัน หลังจากที่อัตราเงินเฟ้อของจีนไม่เป็นปัญหาอย่างเช่นอดีตที่ผ่านมา และแม้ว่าตลาดหุ้นจีนจะปรับตัวขึ้นและเป็นตลาดที่ให้ผลตอบแทนเป็นอันดับต้นๆ ของโลกในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา และคาดว่ายังคงมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในปีหน้า เนื่องจากปัจจุบันมีเม็ดเงินไหลเข้าตลาดหุ้นจีนอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งราคาหุ้นจีนยังคงถือว่าถูก เมื่อเทียบกับประเทศในกลุ่มกำลังพัฒนาด้วยกันทั้งๆ ที่ความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจจีนเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ดังนั้น คาดว่าตลาดหุ้นจีนยังคงเป็นเป้าหมายต้นๆ สำหรับการลงทุนของนักลงทุนในปีหน้า







