
เลื่อนแผนกู้โครงการน้ำเบิกเงินล่าช้า
ราชกิจจานุเบกษา ประกาศแผนเลื่อนการกู้เงินโครงการน้ำของรัฐบาลแล้ว
ราชกิจจานุเบกษา ประกาศแผนเลื่อนการกู้เงินโครงการน้ำของรัฐบาลแล้ว
แผนการขยายระยะเวลาการเบิกเงินกู้และการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับโครงการเพื่อการวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ. 2555 ที่กระทรวงการคลังเสนอปรับเพื่อให้สอดคล้องกับการระดมทุน ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาตั้งแต่เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ การเลือกการกู้เงินดังกล่าว เพื่อให้เป็นไปตามการจัดสรรงบเงินกู้ลงทุนระบบน้ำ โดยคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (กบอ.) และเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ความเห็นชอบทั้งสิ้น 21,341 ล้านบาท ซึ่งกระทรวงการคลังเพิ่งจะกู้เงินก่อนเพียง 1 หมื่นล้านบาทเท่านั้น
ในวงเงินกู้ 1 หมื่นล้านบาทนี้ ได้แบ่งเป็นการกู้ 2 ระยะ คือ ก้อนแรกวงเงิน 5,000 ล้านบาท เบิกกู้ไปแล้ว 3,500 ล้านบาท ค้างเบิก ณ วันที่ 31 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันสิ้นสุดงบประมาณแผ่นดินปี 2555
สำหรับวงเงินกู้อีก 5,000 ล้านบาท กระทรวงการคลังจะทยอยเบิกเงินกู้ตั้งแต่วันที่ 30 เม.ย. 2555-30 เม.ย. 2556 โดยอัตราดอกเบี้ยที่กระทรวงการคลังคิดจากผู้กู้สำหรับวงเงินที่เบิกไปแล้วเท่ากับอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง (ดอกเบี้ยอ้างอิงระยะสั้นตลาดกรุงเทพฯ : ไบบอร์) บวก 0.4% ต่อปี
ด้านวงเงินค้างเบิกจะคิดดอกเบี้ย อ้างอิงบวก 0.17% ต่อปี และจะปรับอัตราดอกเบี้ยทุกงวด 6 เดือน
อย่างไรก็ดี ในวงเงินกู้ทั้งหมด มีการเบิกจ่ายใช้จริงเพียง 2,911.2 ล้านบาทเท่านั้น นับว่าเบิกจ่ายล่าช้าเนื่องจากถูกจับตาและตรวจสอบจากทุกภาคส่วนอย่างเข้มข้นและแน่นอนว่าจากนี้ไปภาระกู้เงินของกระทรวงการคลังต้องสู่โหมด “กู้แหลก” เพราะกรอบระยะเวลาพ.ร.ก.กู้เงินฯ กำหนดให้การกู้เงินต้องแล้วเสร็จภายในเดือนมิ.ย.2556 หรืออีกประมาณ 6 เดือนข้างหน้านับจากนี้ หากโครงการลงทุนระบบน้ำสามารถเดินหน้าได้ตามตารางงานที่รัฐบาลวางไว้
แต่นั่นเป็นที่มาของคำถามที่ว่า เหตุใดการจัดสรรและการเบิกจ่ายเงินกู้ตาม พ.ร.ก.กู้เงินฯ จึง “ล่าช้า”
ทั้งๆที่รัฐบาลย้ำนักย้ำหนาว่ามี “ความจำเป็นเร่งด่วน” ถึงกับที่ต้องออกเสนอเป็น “พ.ร.ก.” หรือเรียกว่าเป็นการตี “เช็คเปล่า” ให้รัฐบาลกู้เงินไปลงทุนระบบบริหารจัดการน้ำที่จะสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนและประชาชน ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากพรรคฝ่ายค้านกระทั่งต้องยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความถึงความเร่งด่วน







