
สมาร์ตโฟนมาแรง!ถึงคราว"พีซี"ต้องปรับเพื่อรอด
หนทางที่เหลือของคอมพิวเตอร์พีซีต่อจากนี้ก็คือ การพัฒนาเปลี่ยนแปลงได้ตอบโจทย์และเป็นไปตามความต้องการของผู้บริโภคหรือผู้ใช้งานให้มากยิ่งขึ้น
โดย...นงลักษณ์ อัจนปัญญา
ความนิยมของบรรดาสมาร์ตโฟน และอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือที่สามารถเชื่อมโยงกับอินเทอร์เน็ตที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้ตลาดส่วนหนึ่งคาดการณ์ว่า ความต้องการใช้คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (พีซี) ที่ลดลงจะทำให้พีซีห่างหาย จนกระทั่งสลายไปจากสังคมโลกในที่สุด
นับเป็นข้อเท็จจริงที่ต้องยอมรับว่า ความต้องการอย่างท่วมท้นของตลาดไอทีทั่วโลกในขณะนี้ก็คือ เครื่องสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ตต่างๆ โดยที่นักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญต่างคาดการณ์ตรงกันว่า แนวโน้มความต้องการที่เกิดขึ้นจะยังคงต่อเนื่องไปในปี 2556 และอีกหลายปีข้างหน้า
เนื่องจากทั้งสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ต เป็นอุปกรณ์ขนาดพกพาที่ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเชื่อมโยงเชื่อมต่อกับเว็บไซต์หรือเครือข่ายต่างๆ ทั่วโลก พร้อมยังมีส่วนช่วยปรับระบบการทำงานที่ซับซ้อนให้สามารถใช้งานได้ง่ายและคล่องไม่ว่าผู้ใช้จะอยู่ที่ใดก็ตามทั้งที่บ้านหรือที่ทำงาน
กระแสความแรงที่เกิดขึ้นจึงกลายเป็นคำถามให้ต้องคิดกลับว่า ความนิยมข้างต้นจะจัดการกับคอมพิวเตอร์พีซีให้สาบสูญไปจากตลาดไอทีโลกได้หรือไม่
คำตอบของผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ คือ อาจเป็นไปได้ แต่ไม่มีทางเกิดขึ้นแน่นอน
เพราะความต้องการหรือความนิยมของสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ตที่มีมากมายล้นหลามในตลาดโลกขณะนี้ จะกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้พีซีต้องปรับเปลี่ยนปรับปรุงพัฒนาตนเอง ให้สอดคล้องกับยุคเครือข่ายไร้พรมแดนอย่างแท้จริง หลังจากที่ชะลอหยุดชะงักไปนาน
“แท็บเล็ตจะไม่ฆ่าพีซีอย่างเด็ดขาด” แฟรงก์ กิลเลตต์ นักวิเคราะห์จากฟอร์เรสเตอร์ รีเสิร์ช แสดงความเห็นผ่านสำนักข่าวเอเอฟพี ก่อนขยายความเพิ่มเติมต่อว่า สิ่งที่แท็บเล็ตจะทำก็คือ การบังคับกดดันให้พีซีต้องพัฒนาหรือเข้าขั้นวิวัฒนาการตัวเอง
ตัวอย่างที่เห็นได้อย่างชัดเจนว่า พีซีกำลังเดินหน้าปรับปรุงตนเองอย่างเร่งด่วนก็คือ การที่ไมโครซอฟท์ เจ้าตลาดพีซี ยกเครื่องระบบปฏิบัติการวินโดวส์ของตนเองให้คล้องจองกับระบบปฏิบัติการอื่นๆ ที่นิยมใช้งานกันทั่วโลก ไล่เรียงตั้งแต่พีซีหรือคอมพิวเตอร์พกพาเครื่องอื่นๆ ไปจนถึงสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ตต่างๆ
การพัฒนาของไมโครซอฟท์ยังรวมถึงการเปิดตัวและเปิดขายเซอร์เฟส (Surface) แท็บเล็ตที่ทางค่ายพัฒนาขึ้นมาเอง โดยใช้ระบบซอฟต์แวร์วินโดวส์ 8 มารองรับเมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา
“ผมไม่คิดว่าพีซีจะสูญหายไปจากตลาดแต่อย่างใด สิ่งที่ชัดเจนคือเราจะต้องผ่านความวุ่นวายบางอย่าง ซึ่งเป็นช่วงที่ตลาดจะปรับตัวเพื่อรับกับผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ” ร็อบ เอ็นเดอร์ล นักวิเคราะห์จากเอ็นเดอร์ล กรุ๊ป ในซิลิคอน วัลเลย์ กล่าว
ขณะเดียวกันนักวิเคราะห์อีกส่วนหนึ่งกล่าวสนับสนุนความคิดของเอ็นเดอร์ล โดยระบุว่า ขณะที่ผู้บริโภคในตลาดเลือกที่จะใช้แท็บเล็ตมากกว่าแล็ปท็อปมากขึ้น แต่ท้ายที่สุด เมื่อมาถึงประเด็นที่ต้องทำงานอย่างจริงจังแล้ว สิ่งที่ผู้บริโภคหรือผู้ใช้งานต้องการก็คือ หน้าจอที่กว้างใหญ่มากขึ้นและระบบปฏิบัติการต่างๆ ที่ทรงพลังอย่างมาก
ด้านกิลเลตต์ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า แม้ระบบการทำงานของแท็บเล็ตจะสามารถตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้หลายประการ จนกระทั่งพีซีเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นสำหรับบางคน ทำให้เมื่อต้องเอ่ยถึงการใช้งานพีซีสักเครื่อง ย่อมหมายความว่า ผู้ใช้งานต้องเห็นความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญเพียงพอที่จะต้องใช้พีซีเท่านั้น แท็บเล็ตใช้ไม่ได้
“ผมคิดว่าในท้ายที่สุดเราจะได้เห็นนวัตกรรมสร้างสรรค์ของคอมพิวเตอร์พีซีอีกครั้ง” กิลเลตต์ กล่าว
ทั้งนี้ กิลเลตต์บรรยายถึงโลกอนาคตที่ผู้คนใช้ชีวิตโดยปราศจากพรมแดนขวางกั้นใดๆ ในแง่ของการทำงานระหว่างโทรศัพท์เคลื่อนที่กับคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ (Desktop Station) ที่ตัวเครื่องแท็บเล็ตน่าจะเชื่อมตัวกับระบบต่างๆ ที่เพิ่มพูนซับซ้อนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระบบเซ็นเซอร์ หน่วยประมวลผลกลาง ไปจนถึงหน้าจอที่มีขนาดกว้างขึ้น และอื่นๆ อีกมากมาย
เรียกได้ว่า ลักษณะข้างต้นคือ “กรอบ” หรือเฟรมของแนวคิดการพัฒนาของระบบคอมพิวเตอร์นับต่อจากนี้ ในมุมมองของนักวิเคราะห์เช่นกิลเลตต์
ขณะเดียวกันแม้ก่อนหน้าที่จะมีกระแสสังคมส่วนใหญ่คาดการณ์กันว่า คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า เครื่องพีซีนี้ จะค่อยๆ จางหายสลายไปในที่สุด เห็นได้จากยอดขายเครื่องพีซีในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ซึ่งเริ่มจะลดน้อยถอยลงเรื่อยๆ เมื่อเทียบกับยอดขายอุปกรณ์เทคโนโลยีอื่นๆ
ทว่า บรรดานักวิเคราะห์ต่างออกมาแย้งว่า ยอดขายเครื่องพีซีที่ชะงักงันเป็นผลสืบเนื่องมาจากภาวะเศรษฐกิจซบเซามากกว่า ขณะที่การคาดการณ์ข้างต้นซึ่งเริ่มต้นมาจากความเชื่อที่ว่า โทรศัพท์มือถือสามารถแทนที่คอมพิวเตอร์พีซีได้นั้น จะทำให้คนตระหนักในท้ายที่สุดว่า อุปกรณ์เหล่านั้นไม่สามารถทำงานได้ทุกอย่างทดแทนในส่วนของเครื่องพีซีเสมอไป
“แท็บเล็ตจะเข้ามาแทนที่แล็ปท็อป (คอมพิวเตอร์พกพา) สำหรับใครหลายคน แต่เพราะแท็บเล็ตไม่สามารถทำงานได้หลากหลายมากมายเท่ากับแล็ปท็อป ดังนั้นยอดขายแล็ปท็อปโดยรวมถึงพีซี มีแนวโน้มจะกระเตื้องในที่สุด” กิลเลตต์ ให้เหตุผล ก่อนสรุปว่า ท้ายที่สุดสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป คือ ผู้ผลิตต้องคิดใหม่ ปรับปรุงคิดค้นใหม่ทั้งคอมพิวเตอร์พกพาและคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ โดยให้เป็นไปสอดคล้องกับโลกของแท็บเล็ตมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ ตลาดสำหรับแท็บเล็ตและบรรดาโทรศัพท์มือถือสมาร์ตโฟนกำลังอยู่ในช่วงร้อนแรงอย่างเห็นได้ชัด โดยข้อมูลจากการสำรวจตลาดของบริษัทวิจัยหลายแห่งต่างยืนยันตรงกันว่า ทั้งแท็บเล็ตและสมาร์ตโฟนคืออุปกรณ์ที่คนส่วนใหญ่ในตลาดทั่วโลกจะพิจารณาซื้อมากที่สุดในขณะนี้ ขณะที่คอมพิวเตอร์พีซีคือตัวเลือกที่มีความสำคัญรองลงไป สำหรับใครหลายคน
หลักฐานยืนยันก็คือ ยอดขายพีซีของผู้ผลิตยักษ์ใหญ่หรือเจ้าตลาดประจำปี 2552 อย่างค่ายไมโครซอฟท์ ซึ่งมีระบบปฏิบัติการยอดนิยมสำหรับพีซีที่มีชื่อเสียงโดดเด่นอย่างระบบปฏิบัติการวินโดวส์ ได้ลดลงและเปลี่ยนสถานะมาไล่หลัง แอปเปิล ผู้ผลิตสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ตรายใหญ่ของโลกอย่างไอโฟน ไอแพด
ขณะเดียวกันไมโครซอฟท์ยังต้องสูญเสียส่วนแบ่งทางการตลาดในการขายระบบปฏิบัติการวินโดวส์ ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของค่ายให้กับคู่แข่งอย่างกูเกิลและอเมซอน ที่เริ่มตีตื้นขยายฐานผู้ใช้ได้มากขึ้น
กระนั้น สถานการณ์ข้างต้นก็ไม่ได้หมายความว่า ค่ายไมโครซอฟท์จะไม่มีสิทธิพลิกฟื้นกลับคืนมาได้เสียทีเดียว
เนื่องจากครั้งหนึ่ง ในขณะที่บริษัทผู้ผลิตคอมพิวเตอร์พกพาอย่าง ฮิวเลตต์-แพคการ์ด และเดลล์ กำลังปวดหัวกับยอดขายที่ลดลง สวนทางกับแท็บเล็ตและอุปกรณ์อื่นๆ ที่เพิ่มมากขึ้น เลอโนโว ผู้ผลิตพีซีจากจีน มหาอำนาจจากเอเชียกลับแสดงให้เห็นว่า สถานการณ์ดังกล่าวไม่ได้เป็นอุปสรรคเลยแม้แต่น้อย
เพราะผลปรากฏว่า เลอโนโวผู้ผลิตคอมพิวเตอร์พกพาจากจีน สามารถทำยอดขายได้ดีเยี่ยมในส่วนของการขายอุปกรณ์ไอทีที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์อื่นๆ กลับเติบโตได้ดีเยี่ยม รวมถึงตัวเครื่องคอมพิวเตอร์พกพาเอง
เอ็นเดอร์ล ผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดสินค้าเทคโนโลยีและคอมพิวเตอร์ ระบุว่า ความสำเร็จของเลอโนโว ถือเป็นหลักฐานสนับสนุนความคิดที่ว่า ขณะที่ตลาดมีอุปกรณ์สินค้าไอทีมากมาย แต่สุดท้ายก็ยังต้องเกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์พีซีอยู่ดี
“เมื่อก่อนเราซื้อคอมพิวเตอร์พกพาหรือคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น หรือทั้งสองอย่าง แต่ขณะนี้คนส่วนใหญ่เริ่มพกพาอุปกรณ์ไอทีติดตัวมากขึ้น” เอ็นเดอร์ล อธิบายเพิ่มเติมถึงพฤติกรรมการซื้อสินค้าไอทีของตลาดในปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม โรเจอร์ เคย์ จากเอ็นพอยต์ เทคโนโลยี แอสโซซิเอต กล่าวว่า แม้คอมพิวเตอร์พีซีน่าจะยังมีความสำคัญต่อสังคมอยู่ แต่พีซีก็จะไม่ใช่ศูนย์กลางจักรวาลของคอมพิวเตอร์อีกต่อไป
“ผมคิดว่าผู้คนจะเลือกใช้สุดยอดอุปกรณ์ที่มีระบบการทำงานที่หลากหลาย ซึ่งอุปกรณ์ทั้งหมดจะต้องเชื่อมต่อผ่านระบบประมวลผลแบบคลาวด์ ดังนั้นแนวโน้มต่อจากนี้ไป ศูนย์กลางของโลกเทคโนโลยีก็คือตัวผู้ใช้เอง” เคย์ กล่าว
ทั้งนี้ บริษัทวิจัย ไอดีซี คาดการณ์ว่า ยอดขายพีซีจากทั่วโลกในปีนี้จะอยู่ที่ 367 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้นไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ จากปี 2554 และนับเป็นปีที่ 2 ติดต่อกันที่ยอดขายพีซีโตต่ำกว่า 2% ขณะที่บริษัทวิจัย เอบีไอ รีเสิร์ช ทำนายว่า ยอดขายแท็บเล็ตจะแซงหน้าคอมพิวเตอร์พกพาหรือโน้ตบุ๊กในปี 2559
ข้อมูลจาก ฟิวเจอร์ซอร์ส คอนซัลติง ระบุว่า ในช่วงไตรมาส 3 ของปี 2555 นี้ มีการขนส่งกระจายแท็บเล็ตไปทั่วโลกแล้วมากกว่า 32 ล้านเครื่อง หรือเพิ่มขึ้นถึง 75% จากชั่วเดียวกันในปีก่อนหน้า
ยิ่งไปกว่านั้น ฟิวเจอร์ซอร์ส คอนซัลติง ยังได้คาดการณ์อีกว่า การขนส่งเคลื่อนย้ายแท็บเล็ตไปทั่วโลกภายในปีนี้จะทำพุ่งสูงถึง 137 ล้านเครื่อง ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า ในช่วง 5 ปีให้หลังที่ผ่านมา
“เราจะได้เห็นการเติบโตในอุตสาหกรรมไอทีเพิ่มมากขึ้นในทั่วทุกภูมิภาคของโลก โดยมีแท็บเล็ตเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุด และยังคงได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคมากที่สุด” ไซมอน ไบรอัน จากฟิวเจอร์ซอร์สฯ กล่าว
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ส่วนหนึ่งต่างเห็นตรงกันว่า หนึ่งในความสำเร็จของแท็บเล็ตเกิดจากราคาขายต่อเครื่องโดยเฉลี่ยต่ำกว่า 400 เหรียญสหรัฐ (ราว 1.2 หมื่นบาท) โดยเป็นผลอย่างมากมาจากการแข่งขันอย่างดุเดือดระหว่างผู้ผลิตอุปกรณ์แท็บเล็ตกันเอง ซึ่งไม่ต้องเสียเงินจ่ายค่าระบบปฏิบัติการซอฟต์แวร์อย่างระบบแอนดรอยด์ ที่ค่ายกูเกิลเปิดให้ใช้บริการฟรี
“ผู้บริโภคมีแนวโน้มจะหลงใหลได้ปลื้มกับแท็บเล็ตต่อไป” ทอม เมนเนลลี ผู้อำนวยการวิจัยตลาดแท็บเล็ตจากไอดีซี กล่าว
กระนั้น ก็ไม่ได้หมายความว่า พีซีจะต้องสลายสาบสูญไปจากสังคมแต่อย่างใด เพราะนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยอมรับว่า ความต้องการใช้พีซียังคงมีอยู่ เนื่องจากความต้องการใช้งานบางอย่าง แท็บเล็ตในปัจจุบันยังไม่สามารถตอบสนองได้
และหนทางที่เหลือของคอมพิวเตอร์พีซีต่อจากนี้ก็คือ การพัฒนาเปลี่ยนแปลงได้ตอบโจทย์และเป็นไปตามความต้องการของผู้บริโภคหรือผู้ใช้งานให้มากยิ่งขึ้น
เพราะท้ายสุดแล้ว เดิมพันของการตอบโจทย์ได้ คือ ความอยู่รอดของพีซีในที่สุด







