posttoday
รู้เขา...รู้เรา 2

รู้เขา...รู้เรา 2

29 มีนาคม 2553

.....สุรชัย กำพลานนท์วัฒน์

จันทร์ที่แล้วได้เริ่มแนะนำกลยุทธ์การกู้เงินโดยใช้หลัก...รู้เขารู้เรา...หลักง่ายๆ ที่ท่านควรรู้ก่อนว่าสถาบันการเงินมีแนวทางวิเคราะห์สินเชื่ออย่างไร

รู้เขา...มีประเด็นเรื่องสำคัญหลักๆ คือ การวิเคราะห์ข้อมูลในอดีต...ปัจจุบัน...และอนาคตของผู้กู้เพื่อดูว่ามีคุณสมบัติและความสามารถเพียงพอในการรับผิดชอบหนี้ที่จะต้องให้กู้ยืมกันจำนวนมากและยาวนานหลายๆ ปีได้หรือไม่

ข้อมูลในอดีตถ้ามีปัญหา จะแก้ไขได้อย่างไรในเมื่อมันผ่านมานานแล้ว??

ตัวอย่างเช่นเรื่องของพื้นฐานความรู้ ทักษะความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ของเจ้าของกิจการ ถ้าไม่ตรงกับธุรกิจที่ทำอยู่หรือกำลังจะเริ่มทำจะทำอย่างไร เรื่องของประวัติทางการเงินที่ยังติดค้างไม่จบ ยังปรากฏรายการหนี้ค้างอยู่ในรายงานของเครดิตบูโรจะแก้ไขอย่างไร รวมทั้งเรื่องของผลประกอบการที่ผ่านมาไม่ค่อยสวย ทำงบขาดทุนทุกปี หรือบางรายอาจถึงขั้นส่วนผู้ถือหุ้นในงบดุลติดลบเป็นตัวแดง จะมีแนวทางอย่างไร

ประเด็นที่ยกตัวอย่างเป็นเรื่องที่มีน้ำหนักมากสำหรับสถาบันการเงิน เจ้าหน้าที่สินเชื่อเห็นแล้วไม่ต้องคิดอะไรมาก ทิ้งเรื่องลงถังขยะได้เลย เพราะเป็นเรื่องของคุณสมบัติผู้กู้ล้วนๆ เป็นหัวใจแห่งความน่าเชื่อถือในการพิจารณาสินเชื่อ ถือเป็นด่านแรกที่สำคัญสุดๆ ดังที่ผมเคยบอกไปแล้วเมื่อฉบับก่อนว่า ตัวเจ้าของกิจการนี่แหละที่เป็นปัจจัยความสำเร็จอันดับหนึ่งในการขับเคลื่อนธุรกิจ ถ้าคุณสมบัติไม่ผ่าน เรื่องอื่นแทบไม่ต้องพิจารณาให้เสียเวลา

เอาล่ะ...เมื่อรู้แล้วว่ามีความสำคัญมาก ท่านก็ควรเตรียมการให้ดีเสียก่อน ประเด็นเรื่องพื้นฐานความรู้ประสบการณ์ทักษะความเชี่ยวชาญนั้น แม้ไม่ตรงหรือมีไม่มากพอ แต่เชื่อว่าคนที่ลงทุนทำธุรกิจทั้งทีคงไม่ถึงขั้นทุกอย่างเป็นศูนย์ อย่างน้อยต้องรู้ต้องเข้าใจและมีประสบการณ์มาบ้าง

เรื่องนี้ถ้าจะทำให้ดูดีมีน้ำหนักสร้างความเชื่อมั่นสักหน่อย ขอแนะนำให้หาหุ้นส่วนที่มีคุณสมบัติตรงๆ มาร่วมหุ้น หรือเพิ่มเติมด้วยการจ้างทีมงานมืออาชีพในธุรกิจนั้นๆ มาร่วมเป็นตัวหลักในการบริหารงาน หาแบบเก๋าๆ ชนิดที่เรียนตรงจบตรงประสบการณ์เพียบ

ตัวคีย์แมนหลักของกิจการควรมีแบ็กกราวด์ที่น่าเชื่อถือและสร้างความเชื่อมั่นว่าจะเป็นแม่ทัพใหญ่นำพากิจการไปรอดตลอดทาง

ส่วนเรื่องของประวัติทางการเงิน ถ้าตัวเจ้าของหรือกรรมการตัวหลักของกิจการมีปัญหาหนี้นัวเนียที่ยังไม่จบ แม้จะเป็นหนี้ไม่มากเช่นหนี้จากบัตรเครดิต หนี้ที่อยู่อาศัย หรือหนี้ที่เกิดจากการค้ำประกัน หากยังโชว์ในรายงานว่าค้างชำระหรือเลยเถิดถึงขั้นเป็นคดีความ อันนี้คงผ่านยาก มันเป็นเรื่องแสดงถึงความไม่รับผิดชอบหนี้ในอดีตที่ก่อไว้ แล้วจะมารับผิดชอบหนี้ใหม่ได้อย่างไร

นี่...มุมมองของเจ้าของเงินเขาก็มีสิทธิมองแบบนี้ได้

ถ้าอยากได้เงินกู้ก้อนใหม่ก็ต้องแสดงความรับผิดชอบให้เขาเชื่อใจก่อน ดังนั้นจึงเป็นไฟต์บังคับที่ท่านจำต้องไปเจรจาเคลียร์หนี้เดิมให้ได้ข้อยุติ ภาษาแบงก์เรียกว่าปรับโครงสร้างหนี้ เคลียร์ได้ผ่อนได้หรือจบได้จบแล้ว ก็สามารถนำหลักฐานมาแสดง ซึ่งเรื่องนี้จำเป็นต้องทำและต้องทำทั้งในรูปของนิติบุคคลและกรรมการผู้มีอำนาจลงนามทุกคน เนื่องจากต้องถูกอัญเชิญให้ไปค้ำประกันหนี้ในฐานะกรรมการด้วย

แต่ถ้าไม่ไหวจริงๆ มันหนักหน่วงติดพันแกะไม่ออกจริงๆ คงต้องตัดใจเปลี่ยนคนที่ดีกว่ามาทดแทนก็เป็นทางออกอีกทางหนึ่งได้เหมือนกัน

สำหรับเรื่องผลประกอบการซึ่งยังมีเจ้าของกิจการอีกจำนวนมากทำงบการเงินแบบขาดทุนต่อเนื่องเพื่อหวังผลทางภาษี ครั้นจะไปตรวจดูที่ตัวเลขการเดินบัญชี ยอดก็ไม่สวยเพราะเดินหลายบัญชีปะปนไปหมดทั้งของส่วนตัวและกิจการ ทำให้สถานะของธุรกิจไม่ได้สะท้อนความเป็นจริงอย่างที่ควรเป็น อาการแบบนี้สำหรับเอสเอ็มอีไทยเหมือนเป็นโรคระบาดส่วนใหญ่ติดเชื้อทำนองนี้แทบทั้งนั้น

ประเด็นนี้จะแก้ไขให้เจ้าหนี้สบายใจก็ค่อนข้างจะยาก คงต้องกลับไปรื้อค้นหาข้อมูลเอกสารทางบัญชีมายืนยันพิสูจน์กว่างบจริงๆ ของกิจการไม่ได้เลวร้ายอย่างที่โชว์สรรพากร

ส่วนใครที่ทำงบขาดทุนจนส่วนของผู้ถือหุ้นในงบดุลเป็นตัวแดงซึ่งหมายถึงส่วนทุนของเจ้าของกิจการติดลบ หรือพูดง่ายๆ ว่ากินทุนไปแล้ว อันนี้ไม่มีทางอื่นเลยครับ จำเป็นต้องปรับปรุงแก้ไขงบการเงินให้กลับมาเป็นบวกเสียก่อน จะลดทุน/เพิ่มทุนอย่างไรก็ต้องดำเนินการทำให้เรียบร้อย

เอาไว้คราวหน้าจะมาว่าในประเด็นอื่นๆ กันต่อนะครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท