
"ยูนิซิตี้ " ...ติดปีกลุยอาเซียนดันจัดประชุมระดับโลกปี 57
หลังจากที่บริษัท ยูนิซิตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล อิงค์ เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2543 ภายใต้ชื่อ บริษัท ยูนิซิตี้ มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จนถึงปัจจุบันรวมเวลากว่า 12 ปี ปัจจุบันยูนิซิตี้ถือว่าหยั่งรากฐานธุรกิจในประเทศไทยได้อย่างมั่นคงในธุรกิจขายตรง
หลังจากที่บริษัท ยูนิซิตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล อิงค์ เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2543 ภายใต้ชื่อ บริษัท ยูนิซิตี้ มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จนถึงปัจจุบันรวมเวลากว่า 12 ปี ปัจจุบันยูนิซิตี้ถือว่าหยั่งรากฐานธุรกิจในประเทศไทยได้อย่างมั่นคงในธุรกิจขายตรง
คริสโตเฟอร์ คิม ประธานกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ยูนิซิตี้ ประจำภาคพื้นเอเชีย–แปซิฟิก เปิดเผยในโอกาสมาเยือนตลาดประเทศไทยว่า ปัจจุบันยอดขายของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีอัตราการเติบโตสูงกว่าภูมิภาคอื่นๆ ที่ยูนิซิตี้เข้าไปทำตลาดกว่า 26 ประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีอัตราการเติบโตโดดเด่น
ทั้งนี้ ประเทศไทยถือว่าเป็นตลาดหลักในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมียอดขายมากที่สุด และหากรวมในเอเชียแปซิฟิกแล้ว พบว่า ญี่ปุ่น เกาหลี และไทย รวมถึงลาว ถือว่าเป็นตลาดที่มีอัตราการเติบโตสูงสุด ดังนั้น ทิศทางการทำตลาดของยูนิซิตี้นับจากนี้จะมุ่งให้ความสำคัญกับตลาดเอเชียแปซิฟิกอย่างต่อเนื่อง รวมถึงตลาดอินโดจีนที่เพิ่งเริ่มเข้าไปทำตลาดอย่างจริงจังในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา
สำหรับการขยายตลาดในปีนี้ บริษัทได้เข้าเปิดบริษัทสาขาใน 3 ประเทศใหม่ ได้แก่ ลาว อินโดนีเซีย และเวียดนาม นอกจากนี้ในปี 2556 ยังมีแผนขยายตลาดไปยังประเทศกัมพูชา พม่า รวมถึงประเทศในยุโรปและอาฟริกาบางประเทศ
“ประเทศไทยเป็นตลาดที่มีการเติบโตเร็ว และจะเป็นประเทศสำคัญในการเป็นฐานการวางธุรกิจและตัวอย่างในการทำธุรกิจของประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอินโดจีน ซึ่งบริษัทแม่พร้อมให้การสนับสนุนทั้งด้านเทคโนโลยีการทำธุรกิจ การวิจัยและพัฒนาสินค้า รวมไปถึงการพัฒนาตัวแทนจำหน่าย” คิม กล่าว
แม้ว่าโดยระบบของธุรกิจขายตรงแล้ว ยูนิซิตี้จะไม่ต่างไปจากบริษัทขายตรงรายใหญ่อื่นๆ ที่มีตัวแทนจำหน่ายจำนวนมาก มีการให้รางวัลนักขายที่สามารถทำเป้าหมายได้ตามระดับขึ้น แต่สิ่งที่ยูนิซิตี้มั่นใจในการแข่งขันคือ นักธุรกิจหรือตัวแทนจำหน่ายของยูนิซิตี้มีภาวะความเป็นผู้นำและมีความแข็งแกร่ง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยผลักดันการเติบโตของรายได้ในประเทศไทย
ปัจจุบันยูนิซิตี้มีผลิตภัณฑ์ให้บริการแก่ผู้ที่รักและดูแลสุขภาพมากกว่า 300 ชนิด เช่น อาหารเสริม คลอโรฟิลล์ ชาเนเจอร์ส เรดโคลฟเวอร์ ชาแอลจีเอ็นดี แคลเซียมแมกนีเซียมคอมเพล็ก เดลี่โปรดิวส์ คลอโรสไปรูลิน่า ไบออสไลฟ์คอมพลีท ไบออสไลฟ์เอสเอ็กซ์ น้ำมันปลาแซลมอน ซอยโปรตีน (โปรตีนจากถั่วเหลือง) กาแฟไบโอริชี่ เป็นต้น
นอกจากนี้ ยูนิซิตี้จะเริ่มรุกในตลาดผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม เช่น เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ควบคู่กับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและผลิตภัณฑ์เพื่อการควบคุมน้ำหนัก ที่จะเริ่มบุกตลาดอย่างจริงจังในปีหน้าเป็นต้นไป
ยูนิซิตี้มีเครือข่ายธุรกิจในประเทศต่างๆ เช่น เวเนซูเอลา โคลัมเบีย เยอรมนี สวีเดน ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน ฮ่องกง ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย สิงคโปร์ เม็กซิโก เนเธอร์แลนด์ ตุรกี ออสเตรีย บรูไน และประเทศไทย เป็นต้น
ขณะที่ในประเทศไทยนั้น ตั้งเป้าจะขยายจุดกระจายสินค้าจากปัจจุบันมี 70 แห่ง ให้เพิ่มเป็น 100 แห่งในปี 2556 โดยจะครอบคลุมในทุกจังหวัด และมีมากกว่า 1 จุด ในจังหวัดใหญ่ เพื่อให้สินค้าสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ทั่วประเทศ
ที่สำคัญตลอดระยะเวลาการดำเนินธุรกิจ ยูนิซิตี้มุ่งมั่นรักษามาตรฐานความเป็นเลิศทางโภชนาการ ด้วยการค้นคว้า วิจัย ศึกษา และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นแหล่งกำเนิดของผลิตภัณฑ์คุณภาพระดับโลกโดยปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์มากกว่า 300 ชนิด
นอกจากนั้น ด้วยความมุ่งมั่นในการมีส่วนร่วมพัฒนาสังคม ยูนิซิตี้ได้ก่อตั้ง มูลนิธิเพื่อสังคมที่ดีกว่า “Make Life Better Foundation” เพื่อพัฒนาศักยภาพและช่วยเหลือหน่วยงานต่างๆ ด้วย







