
ค่าบาทแน่นิ่งไม่วิ่งรับข่าวผลจาก‘เฟด’
ค่าเงินบาทยังนิ่ง แม้มีความกังวลว่าจะมีเงินไหลเข้ามากขึ้นจากมาตรการผ่อนคลายทางการเงินของรัฐบาลสหรัฐ
ค่าเงินบาทยังนิ่ง แม้มีความกังวลว่าจะมีเงินไหลเข้ามากขึ้นจากมาตรการผ่อนคลายทางการเงินของรัฐบาลสหรัฐ
นักค้าเงินธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า การเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันที่ 14 ธ.ค.ค่อนข้างนิ่งในกรอบที่คาดที่ระดับ 30.60-30.70 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยเงินบาทปิดตลาดที่ระดับ 30.62-30.66 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แข็งค่าขึ้นเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับช่วงเช้าที่เปิดตลาดที่ระดับ 30.64-30.65 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
ทั้งนี้ ผลจากมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณล่าสุด หรือ คิวอี 3 พลัส ยังไม่มีความชัดเจนในรายละเอียด ทำให้เงินทุนต่างชาติไหลเข้ามาไม่มากนัก ส่งผลให้เงินบาทปรับตัวแข็งค่าขึ้นเพียงเล็กน้อย และยังเคลื่อนไหวสอดคล้องไปกับสกุลในภูมิภาค
ทางด้านธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานฐานะทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ วันที่ 7 ธ.ค.ปีนี้ ว่าอยู่ที่ระดับ 1.821 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 5.585 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 500 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.53 หมื่นล้านบาท หากคิดอัตราแลกเปลี่ยนในปัจจุบันที่เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 30.60 บาทต่อเหรียญสหรัฐ จากสัปดาห์ก่อนหน้าอยู่ที่ระดับ 1.816 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 5.574 ล้านล้านบาท
ด้านฐานะซื้อเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าสุทธิอยู่ที่ระดับ 2.4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงเล็กน้อย จากสัปดาห์ก่อนหน้าที่ 2.48 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลให้ทุนสำรองระหว่างประเทศสุทธิในปัจจุบัน ซึ่งรวมทุนสำรองฯและฐานะซื้อเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าสุทธิแล้วอยู่ที่ระดับ 2.061 แสนล้านเหรียญสหรัฐ
ทั้งนี้ สาเหตุที่ทุนสำรองฯเพิ่มขึ้นเล็กน้อย คาดว่าเป็นเพราะธปท.แทรกแซงค่าเงินบาทไม่ให้ผันผวนในช่วงที่ผ่านมา ด้วยการเข้าซื้อเงินเหรียญสหรัฐในตลาดส่งมอบทันที (Spot) เพื่อเก็บสะสมในทุนสำรองฯ เป็นการดูแลค่าเงินบาทให้ผันผวนลดลงและเคลื่อนไหวตามสกุลเงินในภูมิภาค
ด้านนักค้าเงินธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า การเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันที่ 14 ธ.ค.ค่อนข้างนิ่งในกรอบที่คาดที่ระดับ 30.60-30.70 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยเงินบาทปิดตลาดที่ระดับ 30.62 30.66 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แข็งค่าขึ้นเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับช่วงเช้าที่เปิดตลาดที่ระดับ 30.64 – 30.65 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
ทั้งนี้ผลจากมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณล่าสุด หรือ คิวอี 3 พลัส ยังไม่มีความชัดเจนในรายละเอียด ทำให้เงินทุนต่างชาติไหลเข้ามาไม่มากนัก ส่งผลให้เงินบาทปรับตัวแข็งค่าขึ้นเพียงเล็กน้อย และยังเคลื่อนไหวสอดคล้องไปกับสกุลในภูมิภาค







