
เจฟเฟอร์สเต๊กบุก ขยาย-เพิ่มแบรนด์
กฤษฎาชาตรีลุยเปิดร้านเจฟเฟอร์สเต๊กปีหน้า พร้อมแตกแบรนด์ใหม่ สลัด ปาร์ตี้และไวน์ ดินเนอร์ เล็งบุกเพื่อนบ้านรับเออีซี
กฤษฎาชาตรีลุยเปิดร้านเจฟเฟอร์สเต๊กปีหน้า พร้อมแตกแบรนด์ใหม่ สลัด ปาร์ตี้และไวน์ ดินเนอร์ เล็งบุกเพื่อนบ้านรับเออีซี
นายสหรัฐ กฤษฎาชาตรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท กฤษฎาชาตรี ผู้บริหารร้านเจฟเฟอร์สเต๊ก เปิดเผยว่า ในปี 2556 บริษัทจะลงทุนไม่ต่ำกว่า 400 ล้านบาท เพื่อเปิดร้านเจฟเฟอร์สเต๊กเพิ่มอีก 20 สาขา ใช้เงินลงทุน 4-7 ล้านบาทต่อสาขา จากปัจจุบันเปิดให้บริการแล้ว 70 สาขา เน้นในห้างสรรพสินค้า สร้างรายได้ให้กับบริษัทรวมเฉลี่ยเดือนละ 60 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังได้เปิดร้านอาหาร 2 แบรนด์ใหม่ ได้แก่ “สลัด ปาร์ตี้” เจาะกลุ่มคนรักสุขภาพ และ “ไวน์ ดินเนอร์” ตั้งเป้าเปิดสาขาไม่ต่ำกว่า 11 สาขา ใช้เงินลงทุนเฉลี่ย 7-15 ล้านบาทต่อสาขา โดยปัจจุบันเริ่มเปิดร้านสลัด ปาร์ตี้ 1 สาขา ที่ทาวน์อินทาวน์ และเตรียมเปิดให้บริการเพิ่มอีก 6 สาขา ขณะที่ร้านไวน์ ดินเนอร์ จะเปิดให้บริการ 5 สาขา ได้แก่บริเวณชั้นล่าง เบลล์ คอนโดมิเนียมพระราม 9 ,โครงการ เดอะวอล์กเกษตรนวมินทร์ และอยู่ระหว่างพิจารณาเรื่องทำเลที่ หาดใหญ่ เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ
“เราทำตลาดแบรนด์เจฟเฟอร์สเต๊กมานาน 5 ปีแล้ว เริ่มจากธุรกิจขนาดเล็กที่เปิดริมรั้วมหาวิทยาลัย มีกลุ่มเป้าหมายเป็นนักศึกษา โดยต้องการให้สเต๊กเป็นอาหารที่ใครๆ ก็สามารถรับประทานได้ จากอดีตที่ต้องรับประทานเฉพาะในโรงแรมหรือร้านอาหารหรูและมีราคาค่อนข้างแพง” นายสหรัฐ กล่าว
ปัจจุบันการแข่งขันในธุรกิจร้านอาหารนั้นมีค่อนข้างสูง บริษัทจึงต้องพัฒนาสินค้าให้แตกต่าง เช่น เจฟเฟอร์ สเต็ก นั้นมีเมนูเด่นที่ลูกค้าสั่งประจำ เช่นไก่สไปซี่เจฟเฟอร์ ,สเต็กหมูพริกไทยดำ เป็นต้น และต้องมีราคาสินค้าที่ไม่แพงมาก โดย 70 สาขา ที่เปิดให้บริการนั้น สร้างรายได้ให้กับบริษัทฯรวมกันเฉลี่ยเดือนละ 60 ล้านบาท
สำหรับร้านสลัด ปาร์ตี้ นั้นได้เริ่มทดลองเปิด 1 สาขา แล้วที่ทาวน์อินทาวน์ และเตรียมจะเปิดให้บริการอีก 6 สาขาได้แก่ศูนย์การค้า กาดสวนแก้ว เชียงใหม่, พรอมานาด เชียงใหม่ , เซ็นทรัล เชียงใหม่ ,เซ็นทรัลหาดใหญ่,ยูเนี่ยนมอลล์ และเอสวัน สยามสแควร์ ส่วนร้านไวน์ ดินเนอร์ จะเปิดให้บริการ 5 สาขา ได้แก่บริเวณชั้นล่าง เบลล์ คอนโดมิเนียมพระราม 9 ,โครงการ เดอะวอล์กเกษตรนวมินทร์ และอยู่ระหว่างพิจารณาเรื่องทำเลที่ หาดใหญ่ เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ
นอกจากนี้ จะลงทุนเปิดคลังอาหารแช่เย็นที่ถนนสุขาภิบาล 5 บนเนื้อที่ 3 ไร่ ใช้งบลงทุน 100 ล้านบาท และอยู่ระหว่างเตรียมเปิดในจังหวัดหัวเมือง เช่น จ.เชียงใหม่ และหาดใหญ่ ซึ่งจะเป็นสโตร์ขนาดเล็กใช้เงินลงทุน 70 ล้านบาทต่อแห่ง ขณะนี้อยู่ระหว่างการออกแบบ
นายสหรัฐ กล่าวว่า บริษัทใช้งบการทำตลาด 1% ของยอดขาย และมีแผนจะทำคลับการ์ดเพื่อใช้เป็นส่วนลดในการรับประทานอาหาร พร้อมกันนี้จะพัฒนาระบบการขายผ่านเดลิเวอรีและออนไลน์ รวมไปถึงการเปิดสาขาในต่างประเทศ หลังจากเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ปี 2558
“ปัจจุบันเราลงทุนทุกสาขาโดยใช้สภาพคล่องทางการเงินของบริษัททั้งหมด และยังไม่มีแผนที่เปิดขายในรูปแบบธุรกิจแฟรนไชส์” นายสหรัฐ กล่าว







