
ธปท.ยันไทยยังน่าลงทุน
ผลตอบแทนลงทุนยังสูงปรี๊ด ดึงดูดเงินทุนต่างชาติไหลเข้า
ผลตอบแทนลงทุนยังสูงปรี๊ด ดึงดูดเงินทุนต่างชาติไหลเข้า
ธปท.ชี้เศรษฐกิจไทยยังน่าลงทุน เหตุเงินเฟ้อต่ำไม่ทำให้ผลตอบแทนการลงทุนด้อยค่าลง
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า บรรยากาศการลงทุนของประเทศไทยในปี 2556 ยังมีแนวโน้มดีต่อเนื่องจากปีนี้ แม้ว่าเศรษฐกิจโลกจะยังคงอึมครึมแต่ดูเหมือนจะน้อยลงกว่าช่วงก่อน ในภาพรวมถือว่าเศรษฐกิจโลกยังไม่กลับมาขยายตัวได้เป็นปกติ แต่ก็ถือว่าผ่านจุดเลวร้ายไปแล้ว
ดังนั้น เศรษฐกิจเอเชียเริ่มกลับมาส่งออกได้ดี และขยายตัวได้เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อย่างไรก็ดียังมีหลายปัจจัยที่ต้องระวังในระยะข้างหน้า
“ผมว่าไทยยังเป็นประเทศที่น่าลงทุนจากพื้นฐานเศรษฐกิจที่ดี ด้วยการจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศที่ยังดี และได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกไม่มาก เสถียรภาพโดยทั่วไปอยู่ในเกณฑ์ดี ยังไม่มีสัญญาณเกิดฟองสบู่ และความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อมีน้อย” ผู้ว่าการ ธปท.กล่าว
ทั้งนี้ การที่เงินเฟ้อต่ำจะช่วยทำให้การรักษาอัตราผลตอบแทนของการลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินไม่ให้ด้อยค่าลง ซึ่งเป็นจุดแข็งที่ใช้ดึงดูดการลงทุนในปีหน้า
นายประสาร กล่าวว่า “ในปี 2556 ธปท.ประมาณการไว้ว่า เศรษฐกิจไทยจะโตได้ 4.6% โดยอาศัยแรงขับเคลื่อนจากการจับจ่ายใช้สอยและการลงทุนภาคเอกชนในประเทศ รวมถึงมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของรัฐ” นายประสาร กล่าว
ผู้ว่าการ ธปท.ยืนยันว่า จนถึงขณะนี้อัตราเงินเฟ้อไม่ได้เร่งตัวขึ้นจนน่าเป็นห่วง แต่ยังต้องระวังการปรับขึ้นค่าแรงเป็น 300 บาททั่วประเทศในปีหน้าด้วย ว่าจะส่งผลมากกว่าการปรับครั้งแรกหรือไม่ ถ้าปรับตัวได้ไม่มีประสิทธิภาพ ต้นทุนค่าแรงอาจส่งผ่านมาที่ราคาสินค้าเพิ่มขึ้นได้
อย่างไรก็ดี เชื่อว่าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐจะช่วยแก้ปัญหาคอขวดของภาคการผลิต เช่น การขนส่ง ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการผลิตลงได้
นอกจากนี้ การเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ก็น่าจะเป็นทั้งความท้าทายและโอกาสอันดีที่ภาคธุรกิจจะลงทุนเพื่อเตรียมความพร้อมรับตลาดที่เปิดกว้างและการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น เพราะเออีซีมีมูลค่าทางเศรษฐกิจถึง 2.1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ จึงเป็นตลาดใหญ่และแหล่งแรงงานที่ต้นทุนยังไม่สูงมาก ถือเป็นทางเลือกของภาคธุรกิจ และในตลาดการเงินก็มีความเชื่อมโยงกันมากขึ้น
“ในสถานการณ์เช่นนี้ เชื่อว่าจะมีนักลงทุนที่มีศักยภาพพร้อมที่จะออกไปลงทุนในต่างประเทศ ทั้งการลงทุนทางตรงเพื่อผลิตสินค้า และการลงทุนในตราสารการเงิน ดังนั้น จึงมีการผ่อนคลายเกณฑ์การออกไม่ลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น เพื่อสนับสนุนการกระจายการลงทุนและมีโอกาสออกไปแสวงหาผลตอบแทนที่ดีขึ้น” ผู้ว่าการ ธปท.กล่าว
ก่อนหน้านี้ นายทรงธรรม ปิ่นโต ผู้อำนวยการสำนักนโยบายการเงิน ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน ธปท.กล่าวว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยในช่วงที่ผ่านมา แม้จะปรับขึ้นต่อเนื่อง แต่ธปท.ยังไม่พบสัญญาณของ ฟองสบู่ เพราะการปรับขึ้นในช่วงที่ผ่านมาเกิดจากผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่ออกมาดี อีกทั้งถ้าดู ค่าเฉลี่ยตัวเลขคาดการณ์ราคาต่อกำไรต่อหุ้น (Forward P/E) ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ อยู่ในระดับ 13-14 เท่า ดึงดูดนักลงทุนอย่างมาก







